ไกด์ไลน์ธุรกิจให้บริการ “ฟู้ด ดีลิเวอรี่” หวังคุมธุรกิจให้เกิดความเป็นธรรม
สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.) จัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็น ไกด์ไลน์ ฟู้ด ดีลิเวอรี่ หวังสร้างความเป็นธรรมต่อการแข่งขัน
นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ กรรมการการแข่งขันทางการค้า ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาแนวปฏิบัติการค้าที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการออกกฎระเบียบต่าง ๆ จำเป็นต้องได้รับการยอมรับจากผู้ที่เกี่ยวข้อง และสามารถนำไปปฏิบัติได้ จึงจัดกิจกรรมการประชุมโฟกัส กรุ๊ป เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อร่างไกด์ไลน์ ฟู้ด ดีลิเวอรี่ โดยผู้เข้าร่วมประกอบด้วย ผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง เพื่อร่วมหาแนวทางดำเนินการต่อไป

ผู้มีส่วนได้เสีย ได้แก่ ผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มให้บริการรับและส่งอาหารผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และมีคณะอนุกรรมฯ ในฐานะเป็นผู้พิจารณาจัดทำไกด์ไลน์ดังกล่าวร่วมรับฟังความคิดเห็นพร้อมตอบประเด็นข้อซักถามต่าง ๆ จากผู้ประกอบธุรกิจทั้งสองฝ่าย เพื่อสร้างความชัดเจนในแนวทางการปฏิบัติทางการค้าที่ถูกต้องเหมาะสม ภายใต้บรรทัดฐานการดำเนินธุรกิจที่มีความเป็นสากล เพื่อให้ธุรกิจสามารถแข่งขันกันได้อย่างเสรีและเป็นธรรม
สำหรับไกด์ไลน์ธุรกิจให้บริการ ฟู้ด ดีลิเวอรี่ มีประเด็นสำคัญที่กำหนดไว้ในไกด์ไลน์ ฟู้ด ดีลิเวอรี่ มีดังนี้
ประเด็นแรก การเรียกเก็บค่าส่วนแบ่งรายได้ (GP) และการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อย่างไม่เป็นธรรม เช่น มีการเรียกเก็บค่าส่วนแบ่งรายได้ในอัตราที่สูงเกินสมควร หรือเก็บเพิ่มเติมนอกเหนือจาก
ที่ระบุไว้ในสัญญา หรือในอัตราที่แตกต่างกันระหว่างร้านอาหารในลักษณะที่เป็นการเลือกปฏิบัติ เป็นต้น
ประเด็นที่สอง การกำหนดเงื่อนไขที่เป็นการบังคับในลักษณะการจำกัดสิทธิมิให้ไปทำการค้ากับผู้อื่น (Exclusive Dealing) เช่น การจำกัดหรือขัดขวางการประกอบธุรกิจของผู้อื่นโดยการห้ามจำหน่ายอาหารกับผู้ประกอบธุรกิจให้บริการรับและส่งอาหารผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์รายอื่น หากไม่ปฏิบัติตามก็จะมีการเรียกเก็บค่าส่วนแบ่งรายได้ (GP) ในอัตราที่สูงขึ้น เป็นต้น
ประเด็นที่สาม การใช้อำนาจตลาดหรืออำนาจต่อรองที่เหนือกว่าอย่างไม่เป็นธรรม เช่น การแทรกแซง หรือจำกัดอิสระในการกำหนดราคาของผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร การกำหนดเงื่อนไขบังคับด้านราคาที่ต้องจำหน่ายเท่ากันในทุกช่องทาง การประวิงเวลาในการจ่ายค่าสินค้านานเกินสมควร การปฏิเสธที่จะทำการค้า
กับผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารบางราย และการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขภายใต้สัญญา โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เป็นต้น
ประเด็นที่สี่ การใช้พฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรมอื่น ๆ เช่น การที่ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการรับและส่งอาหารผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์กระทำการบังคับ หรือกำหนดเงื่อนไขพิเศษ หรือจำกัดหรือกีดกัน การประกอบธุรกิจของผู้ประกอบธุรกิจอื่นจนอาจก่อให้เกิดความเสียหาย
ทั้งนี้ ตามแผนการทำงาน หลังจากเปิดรับฟังความคิดเห็นเรียบร้อยแล้ว ทั้งจากการรับฟังประชาพิจารณ์ในรูปแบบโฟกัส กรุ๊ป ในวันนี้ (11 กันยายน 2563) และจากช่องทางออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักงาน ที่มีกำหนดเวลาตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2563 – 15 กันยายน 2563 คณะอนุกรรมการพิจารณาแนวปฏิบัติการค้าที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ จะนำความคิดเห็นที่ได้รับทั้งหมดมาพิจารณาปรับปรุงเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนเสนอ กขค.พิจารณาให้ความเห็นชอบ และออกประกาศให้มีผลบังคับใช้ต่อไป โดยคาดว่าจะบังคับใช้ได้ภายในเดือนตุลาคม 2563 นี้ รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่เว็บไซต์ www.otcc.or.th หรือสอบถามโทร 02 199 5400
