เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ‘สะพานข้ามเกาะช้าง’ หมื่นล้าน ปลุกเศรษฐกิจทะเลภาคตะวันออก
Economic จับตา ‘สะพานข้ามเกาะช้าง’ หมื่นล้าน ปลุกเศรษฐกิจทะเลภาคตะวันออก
เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
Business เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
Economic 7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
Politics ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
สามัญสำนึก ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
เนื้อแท้ บาร์โคล่า
คุยกับเอกราช เนื้อแท้ บาร์โคล่า
มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
Politics มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
Tech รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
เศรษฐกิจภูมิภาค สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
Business CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
ดูทั้งหมด

แห่เปิดบริษัทรับทวงหนี้ ผงะค้างชำระพุ่ง 1 ล้านล้าน

12 ก.ย. 2563 | 07:04น.
เงิน-ธนบัตร

ธุรกิจรับซื้อหนี้เสีย-ติดตามทวงหนี้เบ่งบาน รับอานิสงส์พิษโควิดดัน “เอ็นพีแอล-หนี้ค้างชำระ” พุ่งเท่าตัว แห่เปิดบริษัทใหม่รับทวงหนี้เพิ่มในรอบ 3 ปี รวม 55 บริษัท “เจเอ็มที” เผยธุรกรรมไหลเพิ่มตลอดปีตามยอดหนี้ค้างชำระพุ่งเท่าตัวเกือบ 1 ล้านล้านบาท จัดทัพพนักงานทวงหนี้ 2,000 คนรองรับ คาดโกยงานแบงก์เข้าพอร์ต 3 หมื่นล้านบาท ฟาก “ชโย กรุ๊ป” รับงานแบงก์-กลุ่มสื่อสารกวาดคอมมิสชั่น 10-15% ขณะที่ BAM ลุยรับซื้อหนี้เสียแบงก์เข้าพอร์ตเพิ่ม ซีไอเอ็มบี ไทย จัดทีมแบงก์รับมือตามทวงหนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้สถานการณ์หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในระบบสถาบันการเงินปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยในไตรมาส 2/2563 พบว่ายอดคงค้างเอ็นพีแอลอยู่ที่ 5.09 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 3.09% ของสินเชื่อ เทียบกับไตรมาสก่อนหน้าอยู่ที่ 3.04% นอกจากนี้ในส่วนของสินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ คือ มีการค้างชำระแต่ยังไม่ถึง 3 เดือนก็ขยับเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมาตรการพักหนี้ อย่างไรก็ตาม เป็นที่กังวลหลังสิ้นสุดมาตรการพักหนี้ในช่วงปลายปี ปัญหาหนี้เสียของสถาบันการเงินเพิ่มสูงขึ้นมาก และจากสถานการณ์หนี้เสียที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ธุรกิจรับซื้อหนี้เสียอย่างบริษัทบริหารสินทรัพย์ (เอเอ็มซี) ก็มีการเติบโตมากขึ้น รวมถึงบริษัทที่เข้าสู่ธุรกิจติดตามทวงหนี้ก็เพิ่มมากขึ้น

ปลายปีงานทวงหนี้ทะลัก

นายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส หรือ JMT เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปริมาณธุรกรรมติดตามทวงถามหนี้จากสถาบันการเงินจะเริ่มเห็นสัญญาณเพิ่มขึ้นชัดเจนในไตรมาส 4/2563 หลังจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จบลง และสถาบันการเงินไม่ได้มีการต่อมาตรการ อาจจะส่งธุรกรรมติดตามทวงถามหนี้ต่อมาให้บริษัทช่วยบริหารจัดการ

ทั้งนี้ หากดูตัวเลขสินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM) ที่ค้างชำระตั้งแต่ 1 เดือน-ไม่เกิน 3 เดือน ในไตรมาส 1/2563 พบว่ามียอดสินเชื่อคงค้างสูงถึง 5.6 แสนล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัวจากสิ้นปี 2562 ซึ่งหากรวมหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) อีก 3.6 แสนล้านบาท เท่ากับยอดสินเชื่อที่ต้องเฝ้าระวังแตะเกือบ 1 ล้านล้านบาท ซึ่งตัวเลขดังกล่าวก็จะไหลออกมาให้บริษัทติดตามทวงถามหนี้ ซึ่งคาดว่าปริมาณธุรกรรมก็จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ไปจนถึงสิ้นปี

JMT ตั้งทีมทวงหนี้ 2 พันคน

สำหรับพอร์ตรับติดตามทวงหนี้ของ JMT ปัจจุบันอยู่ที่ราว 2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันกว่า 90% และเป็นหนี้มีหลักประกัน 10% ซึ่งหนี้ที่มีหลักประกันส่วนใหญ่ธนาคารจะบริหารจัดการเอง และคาดว่าสิ้นปีพอร์ตของบริษัทจะเพิ่มขึ้นเป็น 3 หมื่นล้านบาท แต่ระหว่างปีจะเห็นปริมาณธุรกรรมเพิ่มขึ้นพีกสูงสุดได้ที่ระดับ 4 หมื่นล้านบาท เนื่องจากพอร์ตเหล่านี้มีไหลเข้าและไหลออกตามปริมาณตัวเลขสินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษและเอ็นพีแอลของธนาคาร

“ตอนนี้บริษัทมอนิเตอร์ตัวเลขหนี้ SM และเอ็นพีแอลไตรมาสที่ 2 ที่มีสัญญาณเพิ่มขึ้น จากไตรมาสแรกที่มีกว่า 9 แสนล้านบาท ยังไม่รวมตัวเลขที่ค้างในระบบอีก ดังนั้นแนวโน้มต่อไปงานติดตามทวงถามหนี้จะมีธุรกรรมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งปกติบริษัทจะมีรายได้จากค่าคอมมิสชั่นทวงถามหนี้ประมาณ 10% หรือราว 500 ล้านบาทต่อปี โดยปัจจุบันบริษัทมีพนักงานติดตาม 2,000 คน น่าจะเพียงพอรับธุรกรรมทวงถามที่จะไหลต่อเนื่องตลอดทั้งปี ซึ่งสัญญาณการทวงถามหนี้ตอนนี้ดีขึ้น คนเริ่มหันมาเจรจาและจ่ายหนี้มากขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย.ที่มีการล็อกดาวน์ ช่วงนั้นจะชำระหนี้ค่อนข้างชะงัก”

แห่เปิดบริษัทรับทวงหนี้

ด้านนายสุขสันต์ ยศะสินธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชโย กรุ๊ป (CHAYO) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธุรกิจรับซื้อหนี้เสีย และการติดตามทวงหนี้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากสมาคมบริษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (เอเอ็มซี) ขณะนี้บริษัทติดตามทวงถามหนี้ในระบบประมาณ 50-55 บริษัท โดยมี 1-2 บริษัทที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่และจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และอีก 10-18 ราย เป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่อยู่นอก ตลท. และอีก 40 บริษัทขนาดเล็กที่ทำธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การทวงถามหนี้ โดยมีทุนจดทะเบียนตั้งแต่ 5 แสนบาท-1 ล้านบาท แต่ส่วนใหญ่จะลงทุนเฉลี่ย 4-5 ล้านบาท เพราะจะต้องมีการลงทุนเรื่องระบบการติดตาม เช่น ระบบอัดเทประหว่างคุยโทรศัพท์กับลูกค้า เป็นต้น

“ปีนี้มีบริษัทเอเอ็มซีที่เกิดขึ้นใหม่ครั้งแรกในรอบ 3 ปี จากปี 2561-2562 ที่มีจำนวน 45 บริษัทคงที่ ซึ่งปีนี้มีบริษัทเปิดใหม่ค่อนข้างมาก เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 55 บริษัท สะท้อนว่ามีโอกาสและปริมาณธุรกรรมหนี้ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเห็นได้จากแบงก์จะมีการโอนหนี้ก้อนใหม่มาให้บริษัทดูแลเพิ่มขึ้น 20% หลังจากการโอนหนี้เก่าคืนให้แบงก์ ซึ่งปกติจะใช้เวลาในการติดตามเฉลี่ย 3-9 เดือน อย่างไรก็ดี มองว่ามาตรการปรับโครงสร้างต่าง ๆ ก็จะทำให้การเทขายหนี้จะไม่ไหลออกมารุนแรงมาก”

ฟาดค่าคอมฯทวงหนี้ 10-15%

นายสุขสันต์กล่าวว่า สำหรับพอร์ตของบริษัทชโย กรุ๊ป จะรับงานติดตามทวงถามหนี้จากธนาคาร 95% และที่เหลือจะรับจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ในเครือธนาคาร โดยธุรกรรมประมาณ 70% จะเป็นหนี้ไม่มีหลักประกัน และหนี้มีหลักประกัน 5% ส่วนที่เหลือเป็นหนี้ในกลุ่มสื่อสาร DTAC และ AIS โดยค่าคอมมิสชั่นของลูกค้าธนาคารจะอยู่ที่ 15% และกลุ่มสื่อสาร 7% เนื่องจากลูกค้าสื่อสารเป็นหนี้ที่ทวงถามง่ายกว่า ซึ่งคาดว่าปีนี้รายได้จากค่าคอมมิสชั่นจะอยู่ที่ 60 ล้านบาท จากพอร์ตธุรกรรมโดยรวมอยู่ที่ราว 1 หมื่นล้านบาท

ถ้าเป็นลูกหนี้แบงก์ประเภทหนี้ไม่มีหลักประกัน ค่าคอมมิสชั่นจะอยู่ที่ 10-15% ของวงเงินที่ติดตามได้ แต่ถ้าหนี้ใหม่ค้างชำระไม่เกิน 90 วัน ค่าคอมมิสชั่นจะอยู่ที่ 7-10% และหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน เฉลี่ยอยู่ที่ 15% ส่วนหนี้ที่มีหลักประกัน สินเชื่อบ้าน-รถยนต์ส่วนใหญ่จะค้างชำระเกิน 90 วัน ค่าคอมมิสชั่นเฉลี่ย 1-3% ของวงเงินที่ติดตามได้

ส่วนหนี้กลุ่มสื่อสาร หากค้างชำระไม่เกิน 90 วัน ค่าคอมมิสชั่นจะเฉลี่ยอยู่ที่ 5% ของวงเงินที่ติดตามหนี้ได้ และหากหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน หรือ 6-12 เดือน เฉลี่ยอยู่ที่ 7-10% ของวงเงินที่ติดตามหนี้ได้

“ยอมรับว่าการแข่งขันมีมากขึ้น สวนทางกับวงเงินกู้ของลูกหนี้ที่ทยอยลดลงต่อเนื่อง จากเดิมวงเงินเฉลี่ยอยู่ที่ 1 แสนบาทต่อราย ปัจจุบันลดลงเหลือเพียง 2 หมื่นบาท ทำให้บริษัทจะต้องพยายามรักษาต้นทุนบริหารจัดการให้สอดคล้องกับปริมาณหนี้ที่ได้รับมา โดยต้นทุนเฉลี่ยของบริษัทจะอยู่ที่ 70% แบ่งเป็น ต้นทุนการดำเนินงานราว 40% เงินเดือนพนักงาน 25-30% และยังมีค่าภาษีธุรกิจอีก 10% ซึ่งบริษัทจะมีผลตอบแทนเหลือเฉลี่ย 20% รายได้จะคำนวณตามสัดส่วนการติดตามหนี้ได้ หรือค่าคอมมิสชั่นที่ธนาคารกำหนดไว้”

BAM ตั้งรับแบงก์เทขาย NPL

นายสมพร มูลศรีแก้ว กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ หรือ BAM เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แนวโน้มการตัดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของสถาบันการเงินทั้งระบบจะเห็นแรงเทขายเพิ่มขึ้นชัดเจนในปี 2564 โดยมีการคาดการณ์ว่าจะเห็นแรงเทขายเอ็นพีแอลออกมากกว่า 1 แสนล้านบาท จากปีนี้อยู่ที่ราว 6-7 หมื่นล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับปี 2562 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากธนาคารพาณิชย์อยู่ระหว่างดำเนินนโยบายช่วยเหลือลูกค้าตามแนวทางของ ธปท. ซึ่งเป็นการชะลอการเกิดเอ็นพีแอล ทำให้การเทขายหนี้เสียยังไม่เพิ่มสูงขึ้นในปีนี้

ในส่วนของ BAM ปัจจุบันได้รับซื้อหนี้เสียมาบริหารแล้ว ประมาณ 8,000 ล้านบาท จากมูลหนี้ราว 2 หมื่นล้านบาท คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะรับซื้อหนี้มาบริหารได้ทั้งสิ้นราว 1.2-1.3 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นมูลหนี้ราว 3-4 หมื่นล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่มีหลักประกัน เช่น ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) สินเชื่อที่อยู่อาศัย และธุรกิจขนาดใหญ่ อาทิ โรงสีข้าว เป็นต้น ส่วนเป้าหมายการรับซื้อหนี้ในปี”64 กำลังอยู่ระหว่างทำแผน ซึ่งจะสอดคล้องกับหนี้เสียที่คาดการณ์จะไหลเข้าสู่ระบบมากขึ้น

“แบงก์เทขายหนี้ออกมาต่อเนื่อง แต่ปีนี้เราอาจจะยังไม่เห็นการเทขายที่หวือหวา เพราะแบงก์อยู่ในช่วงชะลอเอ็นพีแอล แต่ในปี”64 น่าจะเริ่มเห็นของจริงการเด้งขึ้นของเอ็นพีแอล ซึ่งตามตัวเลขของ ธปท.ไตรมาสที่ 2/63 เอ็นพีแอลอยู่ที่ระดับ 5.09 แสนล้านบาท ถือว่าค่อนข้างสูง ซึ่งเราก็รวมเข้าทุกกองประมูลหนี้”

แบงก์จัดทัพตามทวงหนี้

นายเอกสิทธิ์ พฤฒิพลากร ผู้บริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ภายใต้เศรษฐกิจชะลอตัวและการระบาดของไวรัสโควิด-19 ธนาคารได้มีการบริหารจัดการคนภายในองค์กรไปทำหน้าที่ติดตามทวงถามหนี้ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามสภาพเศรษฐกิจ โดยหากเป็นหนี้ค้างชำระไม่เกิน 30 วัน จะให้พนักงานของธนาคารติดตามลูกค้า เนื่องจากติดตามง่ายและไม่ซับซ้อนมากนัก แต่หากเป็นหนี้ค้างชำระ 90 วัน คือเป็นหนี้เสียแล้ว ธนาคารจะใช้วิธีจ้างบริษัทติดตามทวงถามหนี้ภายนอก (outsource) เนื่องจากบริษัทเหล่านี้จะมีความเชี่ยวชาญมากกว่าธนาคาร ประกอบกับต้นทุนบริหารจัดการในการติดตามหนี้จะคุ้มกว่าธนาคารดำเนินการเอง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พักหนี้ โควิด