เรื่องโดย กรกนก มาอินทร์/ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
หลังจากจบตอนเเรกในเมืองคอน (คลิกอ่านที่นี่) เราตื่นกันตั้งเเต่ตีห้านั่งรถขึ้นไปยัง “กรุงชิงฮิลล์” บนยอดเขาเหล็ก ตั้งอยู่ที่ ม.1 บ้านนบ ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขานัน เส้นทางเริ่มชันขึ้นเพราะจุดหมายเราอยู่บนยอดเขา สองข้างทางยังมืดสนิท เเต่จะมองเห็นว่ามีเเสงไฟระดับศีรษะส่องไปมาระหว่างทาง เพราะชาวบ้านออกมากรีดยาง ดวงอาทิตย์กำลังจะส่องเเสงเเรกของวัน หมอกปกคลุมเหนือต้นไม้เเละภูเขา ไม่เเพ้ทะเลหมอกทางภาคเหนือ จิบกาเเฟร้อนๆ ทอดน่องชมนกชมไม้ ท่ามกลางธรรมชาติ เป็นส่วนผสมที่ลงตัว



ต่อกันสำหรับสายลุย “ถ้ำหงส์” ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติเขานัน บ.พิตำ ม.3 ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ใครที่ชื่นชอบเเนวท่องเที่ยวผจญภัยคงหลงรักเเน่นอน ภายในถ้ำหงส์เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยมากมาย เเทบตลอดเส้นทาง เจ้าหน้าที่เล่าว่า การที่เอามือไปสัมผัสหินงอกหินย้อย จะทำให้หินเหล่านั้นตายเพราะมือของเราต่างมีเชื้อโรค จากเดิมหินสีสันงดงาม สะท้อนเเสงไฟ ก็จะกลายเป็นสีดำ
ระยะทางภายในถ้ำประมาณ 300 เมตร มีน้ำตกประมาณ 5 ชั้น มีน้ำไหลผ่านตลอดแนวก่อนจะไหลลงใต้ดินไปสู่ลำธารภายนอก ไม่เว้นเเม้เเต่สัตว์ อาทิ ปู ปลาถ้ำ ค้างคาว








เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกเเห่งหนึ่งที่ใครไปเมืองคอนต้องเเวะไปสัมผัส
ขับรถต่อไปประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึง “โบราณสถานเขาคา” ในต.เสาเภา อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เเหล่งโบราณคดีที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ พื้นที่โดยรอบหลายรอบไปด้วยเรื่องเล่าในสมัยโบราณ “อาจารย์จำรัส เพชรทัพ” ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศน์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 เล่าขณะพาชมพื้นที่ว่า เดิมเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณอายุกว่า 1,500 ปี ซึ่งเป็นชุมชนโบราณขนาดใหญ่และเป็นศาสนสถานสำคัญในลัทธิไศวนิกาย ที่เคารพนับถือพระศิวะหรือพระอิศวรเป็นเทพเจ้าสูงสุด โดยหลังศตวรรษที่ 14-15 ชุมชนดังกล่าวได้หายไป


อาจารย์จำรัสเล่าต่อว่า ภูเขาลูกนี้ชื่อเขาคา เหมือนดั่งเขาพระสุเมรุ เป็นศูนย์กลางและมีโบราณสถานกระจายเป็นบริวารโดยรอบวัด รวมไปถึงมีการค้นพบโบราณวัตถุที่ใช้พิธีกรรม เช่น ฐานโยนิ ศิวลึงค์ ในสมัยก่อนทะเลอยู่ติดภูเขา มีเรือสัญจรผ่านเเละเเวะเข้ามาพัก เเต่เวลาผ่านไป ปัจจุบันทะเลได้ห่างจากเขาคาไปเกือบ 6 กิโลเมตร
เป็น 6 กิโลเมตรที่สุดลูกหูลูกตาเสียจริง…

หากอยากเพิ่มโชคลาภ วาสนา คนเมืองคอนคงต้องชี้ทางให้ดั้นด้นมา “วัดเจดีย์ ไอ้ไข่” วัดดังตั้งอยู่ที่ 103 ม.7 ต.ฉลอง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช หากใครจะเดินทางไป สังเกตสองข้างทาง เมื่อเริ่มมีรูปปั้นของไก่ เเสดงว่าคุณใกล้ถึงเเล้ว

“นันทิภาคย์ มีเดชา หรือพี่อ๊อด” เป็นมัคคุเทศก์เล่าความเป้นมาของวัดว่า ในสมัยก่อนได้มีหลวงปู่ทวดมาปักกลด เดินธุดงค์ ส่วนไอ้ไข่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นวิญญาณเด็กอายุประมาณ 9–10 ขวบ ที่เป็นลูกศิษย์คอยติดตามหลวงปู่ทวด เมื่อหลวงปู่ทวดมาถึงที่เเห่งนี้ (วัดเจดีย์ ไอ้ไข่) พบว่ามีทรัพย์สมบัติจำนวนมาก จึงให้ไอ้ไข่สิงสถิตเฝ้าทรัพย์สมบัติ เฝ้าดูแลปกปักษ์รักษาทรัพย์สินของแผ่นดิน อยู่ที่วัดแห่งนี้ตั้งแต่นั้นมา


จากเดิมชาวบ้านจะมาขอพร ซึ่งในสมัยก่อนขอให้ช่วยตามหาวัว ควาย ในสมัยก่อน”เเต่ก่อนมาขอให้ช่วยหาวัว หาควาย พอบารมีเพิ่มขึ้นก็มีคนมาขอในเรื่องหน้าที่การงาน เป็นศิษย์ของหลวงปู่ทวด”
สาธุ…
กลับคืนสู่ธรรมชาติที่เเท้จริง “อ่าวเตล็ด” ที่สัญญาณโทรศัพท์เเทบจะไม่มี




ใครที่ไปเยือนอำเภอขนอม ห้ามพลาดไปชม “ปลาโลมาสีชมพู” ที่ต้องวัดดวงกันหน้างานว่าจะได้เจอหรือเปล่า บางคนมาครั้งเเรกโลมาสีชมพูก็โผล่มาให้เห็น เเต่วันที่เราไปโชคไม่เข้าข้าง เเม้ไม่เจอ เเต่คุณจะได้เห็นสีสันของชาวบ้านที่ขับเรือพาไปชมต่างตะโกนถามไปยังเรือใกล้เคียง “เห็น โล มา ม้ายยยย”

ไม่เพียงเเค่นี้อ่าวเตล็ดยังมี เขาหัวช้าง, เกาะถ้ำ, เกาะทะลาย (ท่าไร่), เขาพับผ้า ที่อันซีนสุดมีเเค่ไทยเเละนิวซีเเลนด์เท่านั้น ที่เรียกว่า เขาพับผ้า เพราะชั้นของหินซ้อนทับกันเหมือนเราพับผ้าเเล้ววางทับกันเอาไว้นั่นเอง


ความพิเศษยังไม่หมด “บ่อน้ำจืดท่ามกลางทะเล” ที่เกาะนุ้ยเกาะเล็กๆหน้าอ่าวเตล็ด มีเรื่องเล่าว่า บ่อน้ำจืดแห่งนี้เป็นรอยเท้าของหลวงปู่ทวดที่เหยียบน้ำทะเลจืดเอาไว้ และมีการประดิษฐานรูปเหมือนหลวงปู่ทวดไว้ด้านบนเพื่อสักการะ



ระหว่างสำรวจไปตามเส้นทางที่ชาวบ้านจัดเตรียมไว้ ก็จะเห็นชาวบ้านที่ผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ในทะเล พอเข้าใกล้จึงได้รู้ว่า กำลัง “จับกุ้งด้วยมือเปล่า” ในบริเวณน้ำไม่ลึก ชาวบ้านจะค่อยๆคลานไปในทะเล เเล้วใช้มือควานหากุ้ง ซึ่งชาวบ้านเล่าว่าการจับกุ้งด้วยมือเปล่ามันไม่ได้ยาก เพราะกุ้งจะนอนอยู่ที่ทะเลตรงที่ไม่ลึกมากนัก ใครที่ออกมาเร็วหน่อยในหนึ่งวันกุ้งที่จับได้สร้างเงินให้ไม่น้อย




ออกจากอ่าวเตล็ดไปผ่อนคลายฉบับนครศรีดี๊ดี ด้วย “สวนตาสรรค์ ปลาตอด” อยู่ที่ ม.1 ต.ควนทอง อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช เราคุ้นเคยกับภาพสปาปลาที่อยู่ในอ่างเเก้ว เเล้วหย่อนขาลงไป เเต่ที่สวนตาสรรค์ ปลาตอด ทำเอาอดตื่นเต้นไม่ได้ ลำธารที่ไหลยาว เต็มไปด้วยปลาตอดที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติจริงๆ
“นายรังสรรค์ เเท้เที่ยง หรือลุงสรรค์” เจ้าของสวน ยืนคอยพวกเราอยู่ทางเข้า ลุงเล่าว่า สวนนี้เปิดมา 2 ปีกว่าเเล้ว นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยเข้ามา ร้านค้าที่เห็นภายในสวนเป็นของลูกหลาน เเต่ก่อนในลำธารมีปลาญี่ปุ่น พอน้ำท่วมมันก็หายไป เหลือเพียงปลาตอดที่เเพร่พันธ์ุเอง บริเวณนี้น้ำไหลตลอด ทำให้มีปลาเยอะมาตลอดสองปีกว่า





โดยลุงสรรค์จะทำที่นั่งในลำธารไว้สำหรับเเช่เท้า ให้ปลาตอด ซึ่งมีข้อห้ามคือ ให้ช่วยกันรักษาความสะอาด ไม่ทำลายระบบนิเวศภายในป่า ห้ามนำอาหารลงไปทานในลำธาร, ห้ามนำสุราเข้ามาดื่ม, ห้ามใช้แชมพู สบู่ในลำธาร ห้ามทิ้งขยะ ค่าบริการเพียงคนละ 20 บาทเท่านั้น
เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ก็เพราะความจั๊กจี้เวลาโดนปลาตอดนั่นเเหละ


ทุกสถานที่ท่องเที่ยวถือเป็นเสน่ห์เมืองคอน ต้องยอมรับว่าในปัจจุบันยังไม่เป็นที่รู้จักกันมากนัก เเต่หากใครลงใต้ “นครศรีธรรมราช” เป็นอีกหนึ่งจังหวัด ที่พี่น้องคนเมืองคอนเขาร่วมเเรงร่วมใจพัฒนาสถานที่ต่างๆ ไว้สำหรับท่องเที่ยว ให้ผู้มาเยือนได้อิ่มเอม ผ่อนคลาย กลับไปด้วยรอยยิ้ม ลองหาวันว่าง ชวนเพื่อน เเพ็กกระเป๋า ถ้าอยากเที่ยวเมืองไทย เราเเนะนำเมืองคอน…ตามรอยเเคมเปญ “นครศรีดี๊ดี นครศรีดีกว่าเดิม”
มนต์เสน่ห์ดินเเดนนี้จะทำให้คุณสนุกไม่รู้ลืม