คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 8 ตุลาคม 2563 ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขดำที่ 1748/2558 คดีหมายเลขแดงที่ 2345/2559 ในเวลา 14.30 น. ระหว่าง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (ผู้ฟ้องคดี) กับ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ
ทั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ ฟ้องว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด กรณีคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมายได้มีคำวินิจฉัยที่ สค 48/2558 ลว. 17 มี.ค. 2558 ให้ผู้ถูกฟ้องคดี เปิดเผยข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริง คดียกเลิกการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ของกระทรวงสาธารณสุข ตามคำขอของผู้ฟ้องคดี แต่ผู้ถูกฟ้องคดีได้มีหนังสือ ลว. 30 มิ.ย. 2558 ปฏิเสธโดยอ้างว่าการเปิดเผยกรณีดังกล่าวจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ถูกกล่าวหา เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนเสียหาย
ศาลปกครองชั้นต้น (ศาลปกครองกลาง) มีคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองเปิดเผยข้อมูลข่าวสารให้แก่ผู้ฟ้องคดีตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย ภายใน 10 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด
เนื่องจากพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงในคดีนี้แล้ว ไม่ปรากฏว่าข้อมูลข่าวสารในสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่ได้มาจากการไต่สวนข้อเท็จจริงในกรณีกล่าวหา ผู้ฟ้องคดีเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กับพวก กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่
หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการในการดำเนินโครงการประกวดราคาจัดซื้อและติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการบริหารข้อมูลข่าวสารด้านการเงิน การคลังและข้อมูลโรงพยาบาลของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2547 ที่ผู้ฟ้องคดีขอให้เปิดเผยนั้นเป็นข้อมูลข่าวสารอันจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรืออาจทำให้การบังคับใช้กฎหมายของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 เสื่อมประสิทธิภาพหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลผู้เกี่ยวข้อง
ตลอดจนไม่กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 แต่อย่างใด ในทางกลับกัน ผู้ฟ้องคดีสมควรได้รับการคุ้มครองสิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสารเพื่อตรวจสอบความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐให้สิ้นสงสัย และเพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพของตนโดยชอบด้วยกฎหมาย กรณีไม่มีเหตุที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองจะไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ที่ผู้ฟ้องคดีขอให้เปิดเผย
ดังนั้น ข้อมูลข่าวสารที่ผู้ฟ้องคดีร้องขอให้เปิดเผยจึงไม่เป็นข้อมูลข่าวสารที่ต้องห้ามมิให้เปิดเผยแต่อย่างใด
เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองยังไม่ยอมปฏิบัติตามคำวินิจฉัยดังกล่าวจนผู้ฟ้องคดีต้องใช้สิทธิฟ้องคดีนี้ ถือได้ว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผย ข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย ที่วินิจฉัยให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 เปิดเผยสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ตามคำขอของผู้ฟ้องคดี อันเป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติแล้ว
พิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองเปิดเผยข้อมูลข่าวสารให้แก่ ผู้ฟ้องคดีตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย ภายใน 10 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด