ยุทธนา บุญอ้อม : ปีหน้าจะไม่มีคอนเสิร์ตจากต่างประเทศเลย
แม้ธุรกิจอีเวนต์และคอนเสิร์ตจะได้รับการปลดล็อกแล้ว แต่การจัดงานยังถูกจำกัดด้วยมาตรการ social distancing ทั้งแง่ของจำนวนคนเข้างาน และระบบสาธารณสุขต่าง ๆ และผู้จัดต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น และเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทำให้บรรดาผู้จัดงานทั้งค่ายเล็กและใหญ่ต้องเร่งปรับตัว หาโมเดลใหม่ ๆ มาตอบโจทย์
รวมถึงผู้ที่คลุกคลีกับแวดวงคอนเสิร์ตมานาน “ป๋าเต็ด” ที่ผ่านการจัดงานคอนเสิร์ตหลากหลายรูปแบบ ที่ก่อนหน้านี้ได้ก่อตั้งบริษัทของตนเองในนามของบริษัทแก่น 555 จำกัด ซึ่งล่าสุด ได้หวนกลับมาทำงานกับจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ รับผิดชอบดูในส่วนของงานคอนเสิร์ตมิวสิกเฟสติวัล
“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “ยุทธนา บุญอ้อม” รองกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส-หน่วยงาน Showbiz Senior Executive President-Showbiz บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ถึงทิศทางการจัดงานจากนี้ไป
Q : มองภาพรวมงานคอนเสิร์ตและอีเวนต์ตอนนี้อย่างไร
จากวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้การเดินทางระหว่างประเทศลำบากขึ้น รวมถึงภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ยังน่าเป็นห่วง ทุกธุรกิจได้รับผลกระทบ รวมถึงธุรกิจอีเวนต์และคอนเสิร์ตต่าง ๆ ต้องปรับรูปแบบการจัดงานให้อยู่ภายใต้มาตรการ social distancing โดยจะต้องเพิ่มเครื่องวัดสแกนอุณหภูมิ จำนวนเจ้าหน้าที่ เพื่อควบคุมการจัดงานให้มีประสิทธิภาพ ทำให้ธุรกิจโชว์บิซมีต้นทุนสูงขึ้น
ขณะที่ ในแง่ของรายรับเองก็ลดลงไปด้วย เนื่องจากต้องจัดที่นั่งเว้นระยะห่าง เช่น งานคอนเสิร์ตที่จัดในอิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี จากเดิมความจุเฉลี่ยหลักหมื่นที่นั่ง เหลือเพียงแค่ 6,000 คน และต้องจัดเก้าอี้แบบ 2 เว้น 1 ตรงนี้มีผลกระทบต่อต้นทุนและรายรับที่ลดลง ส่วนสปอนเซอร์อาจจะขอจ่ายเงินน้อยลง เพราะเมื่อคนน้อยสินค้าก็ได้ขายน้อยตามไปด้วย
อีกด้านคือ ศิลปินจากต่างประเทศยังไม่ได้เข้ามาเล่นในเมืองไทยเร็ว ๆ นี้ และปีหน้าทั้งปีมีโอกาสสูงมากที่จะไม่มีคอนเสิร์ตต่างประเทศเลย จากเดิมที่คอนเสิร์ตต่างประเทศเป็นตลาดที่ทำรายได้ให้กับวงการนี้ โดยเฉพาะคอนเสิร์ตของศิลปินเกาหลี 1 งาน มีเม็ดเงินมากกว่าคอนเสิร์ตไทยทั้งวงการ เพราะค่าตั๋วแพง ในปีนี้จนถึงปีหน้าจะไม่เกิดสิ่งนี้แน่นอนว่าเป็นผลดีของธุรกิจคอนเสิร์ตในบ้านเรา ดังนั้น โอกาสอยู่ที่ศิลปินและคอนเสิร์ต เฟสติวัลแบบไทย ๆ ถือว่าเป็นโอกาสของผู้จัด

Q : ต้นทุนเพิ่ม-รายรับน้อย ผู้จัดต้องปรับตัวมากน้อยแค่ไหน
ต้องวางแผนตั้งแต่ต้นว่าจะทำอย่างไรในภาวะที่ต้นทุนสูง ประหยัดในเรื่องที่ประหยัดได้ หรืออย่างกรณีของแกรมมี่ปีหน้าจะมีอีเวนต์ 20 งาน เรามีการเจรจาต่อรองกับซัพพลายเออร์ล่วงหน้า ต่อรองเป็นแพ็กเกจ ผู้ให้เช่าก็เข้าใจทุกคนอยู่ในภาวะเดียวกัน จึงมีการลดราคาให้ หรือแม้แต่ศิลปินบางคนก็ประกาศลดค่าตัว ดังนั้น เมื่อทุกคนรู้ ทุกคนก็ช่วยซัพพอร์ตซึ่งกันและกันให้ค่าใช้จ่ายลดลงถึงจะรอดมาได้รวมถึงการปรับตัวตามเทรนด์ การจัดงานคอนเสิร์ตผ่านช่องทางออนไลน์มาแรง หลังจากช่วงล็อกดาวน์มีผู้จัดทดลองทำคอนเสิร์ตทั้งในและต่างประเทศ เรามองว่าคอนเสิร์ตออนไลน์ไม่ได้มาแทนคอนเสิร์ตออฟไลน์ เพียงแต่เป็นแคทิกอรี่ใหม่ที่จะเติบโตไปพร้อม ๆ กัน
แม้เริ่มแรกคนในวงการมองว่าไม่สามารถเกิดขึ้นจริงได้ เนื่องจากการที่จะซื้อตั๋วเพื่อดูคอนเสิร์ตในจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งดูขัดแย้งกับความเชื่ออะไรหลาย ๆ อย่าง แต่ตอนนี้ได้เห็นแล้วว่าสามารถเกิดขึ้นได้จริง แต่จะขายได้เฉพาะศิลปินบางกลุ่ม และที่ได้รับอานิสงส์มากสุด คือ ศิลปินที่มีฐานแฟนคลับทั้งในและต่างประเทศ เช่น ศิลปินของค่ายจีเอ็มเอ็มทีวี หรือศิลปินแบบ K-pop จะขายตั๋วได้ ทั้งอิมปอร์ตและเอ็กซ์ปอร์ต
Q : จีเอ็มเอ็มเตรียมคอนเสิร์ตปลายปีมากน้อยแค่ไหน
ช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายนก่อนหน้านี้ได้จัดงานคอนเสิร์ตไปประมาณ 3 งาน และได้เตรียมคอนเสิร์ตในช่วงปลายปีไว้อีก 3-5 งาน อาทิ The Gentlemen Live, บิ๊ก เมาน์เท่น มิวสิค เฟสติวัล, เชียงใหญ่ และแฟนโทเปีย โดยทุก ๆ งานได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงาน เช่น บิ๊ก เมาน์เท่น มิวสิค เฟสติวัล ได้ใช้ระบบ RFID ใช้ตรวจคัดกรองของคนเข้างาน ตลอดจนการติดตามเฉพาะบุคคลเพื่อให้รู้ว่าเดินไปที่เวทีไหนบ้าง และก่อนเข้างานจะมีการแจกเสื่อพลาสติกขนาด 1 ตารางเมตร ให้ใช้ยืนดูภายในงาน พอทำแบบนี้ทุกคนจะยืนห่างกัน 1 เมตร ตลอดจนการแบ่งโซนร้านอาหาร และร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้อยู่ในพื้นที่ที่จัดไว้เฉพาะซึ่งเป็นไปตามที่รัฐบาลกำหนด
ขณะเดียวกัน ต้นทุนการจัดงานเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ที่ต้องนำมาใช้ดูแลระบบสาธารณสุข โดยจะต้องยอมรับว่ากำไรจะน้อยลงก็ดีกว่าไม่ได้จัด และต้องบริการจัดการต้นทุนส่วนอื่น ๆ ให้ลดลง เพราะในงานเทศกาลดนตรีต้นทุนที่ยังมองไม่เห็นมีอีกมาก แต่ความอลังการของงานยังยิ่งใหญ่เหมือนเดิม
เช่นเดียวกับในปี 2564 ยังได้เตรียมงานคอนเสิร์ต อาทิ ไมโคร หนุ่ม กะลา และวงเคลียร์ จริง ๆ เป็นคอนเสิร์ตที่เตรียมไว้ปีนี้ แต่ต้องขยับไปปีหน้า นอกนั้นจะเป็นโปรเจ็กต์ใหม่ และเทศกาลดนตรีใหม่ ธีมใหม่ ๆ ที่ตอนนี้อาจยังเปิดเผยไม่ได้ โดยรวมแล้วปีหน้าแกรมมี่ มิวสิคจะมีอีเวนต์มากที่สุดในประวัติการณ์
อย่างไรก็ตาม หัวใจหลักของการจัดงานคอนเสิร์ต คนดูจะมองที่ตัวศิลปินเป็นอันดับแรก และสิ่งที่เข้ามามีบทบาทสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ตเดี่ยว หรืองานมิวสิกเฟสติวัล ต้องสร้างแคแร็กเตอร์ของงานให้โดดเด่นกว่ารายอื่น เมื่อไหร่ที่การเดินทางข้ามประเทศกลับมาสู่ปกติ ผมมองว่าไม่มีทางเร็วกว่าปลายปีหน้า และปีหน้าจะเป็นปีแห่งความท้าทาย แม้ว่าคอนเสิร์ตจากต่างประเทศจะยังไม่เข้ามา แต่ยังต้องเจอเรื่องของต้นทุนที่้สูงขึ้น รวมถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจที่แย่ลง