ผู้ว่าการวิรไท “นาย” และ “เพื่อนบ้าน” ผู้สร้างรอยยิ้ม
คอลัมน์ นอกรอบ
โดย รณดล นุ่มนนท์
สวัสดีครับ 2 ปีที่แล้วผมได้ย้ายขึ้นไปทำงานกับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งอยู่มาก่อนบนชั้น 5 ห้องทำงานของเราอยู่ตรงข้ามกัน เรียกว่าถ้าเปิดประตูพร้อมกันจะเกิดการประจันหน้าแบบหลบไม่ทัน
เพื่อนร่วมงานคนนี้พิเศษกว่าใคร เพราะท่านคือ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) วิรไท สันติประภพ
หลายคนทักท้วงผมว่า “แน่ใจหรือที่จะย้ายไปทำงานใกล้นาย” ลึก ๆ อยากบอกว่า “ไม่ย้ายก็ดี แต่ไม่มีทางเลือก”
ที่จริงผมได้ทำงานกับผู้ว่าการวิรไทตั้งแต่เมื่อท่านรับตำแหน่งในเดือนตุลาคมปี 2558 แต่เมื่อได้มาทำงานใกล้ชิดกันมากขึ้น ผมได้ประจักษ์แก่ใจถึงความเป็นเอกบุรุษที่โดดเด่นไม่เหมือนใครของท่าน
ความโดดเด่นเรื่องแรก คือ “ความจำที่เป็นเลิศ” ถือเป็นพรสวรรค์ที่หลายคนพากันอิจฉา เพราะท่านสามารถจะจดจำชื่อพนักงานได้ทุกคน (รวมชื่อเล่น) นับตั้งแต่ท่านได้พบครั้งแรก
เหตุการณ์ล่าสุด คือ ตอนไปเยี่ยมผู้ประกอบการในพื้นที่ภูเก็ตเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ท่านสามารถบอกเรื่องราวของโรงแรมที่รถผ่านไปได้ทุกแห่ง รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ แต่ละโรงแรมมีลักษณะอย่างไร เช่น สภาพห้องพักติดชายหาดหรือไม่ จนคนที่นั่งรถมาด้วยทึ่งในความสามารถ
และยังหาคำตอบไม่ได้ว่า นอกจากเรื่องงานที่จำได้ทุกเรื่องแล้ว ท่านเอาเซลล์สมองส่วนไหนมาจดจำสารพัดสารพันเรื่องเหล่านี้ได้
เรื่องที่ 2 เป็นเรื่อง “โสตประสาทการรับฟัง” ผมสังเกตได้ว่า แม้ว่าจะเป็นเพียงเสียงกระซิบไกล ๆ หมื่นลี้ ท่านยังสามารถจับคลื่นเสียงนั้นได้
มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผู้ประชุมที่นั่งอยู่ไกลสุดกระซิบออกความเห็นกัน ผู้ว่าการวิรไทยังเปิดเสียงออกไมค์ตอบชี้แจง เพราะฉะนั้น คนที่พูดคุยกระซิบกันไม่ต้องกังวลครับ ท่านได้ยินทั้งหมด
เรื่องที่ 3 คือ “การรู้จักผู้คนทั่วจักรวาล” ผมเองเคยลำพองใจว่า เราก็รู้จักคนมาก แต่เมื่อเทียบกับผู้ว่าการวิรไท คนที่ผมรู้จักเป็นแค่ “กองร้อย” แต่ท่านรู้จักเป็น “กองพัน” หรืออาจจะเป็น “กองหมื่น กองแสน”
เพราะรู้จักทั่วไปหมด ทั้งนักวิชาการ นักเอ็นจีโอ นักสื่อสารมวลชน คนไอที นายธนาคาร คนบันเทิง พระสงฆ์องค์เจ้า ไม่นับรวมเจ้าของร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่เชียงใหม่
เรียกว่า อยากทราบประวัติของใคร ไม่ต้องเสียเวลาไปค้นใน Google ถามผู้ว่าการวิรไทจะได้คำตอบที่รวดเร็วและแม่นยำกว่า
เรื่องที่ 4 คือ “ความใส่ใจในทุกรายละเอียด” ท่านดูบันทึกทุกบรรทัด อ่านเอกสารแนบทุกแผ่นบางครั้งและบ่อยครั้งจะพบข้อผิดพลาด แม้พวกเราสอบทานมาแล้วไม่รู้กี่รอบ
นอกจากนี้ ผู้ว่าการวิรไทยังให้แนวทางและข้อสังเกตที่ทำให้งานของเราครอบคลุมรอบด้านขึ้น กล่าวได้ว่าท่านให้ความสำคัญกับทุกเรื่อง แม้กระทั่งรายการอาหารที่ให้บริการในสโมสรช่วงล็อกดาวน์
ข้อโดดเด่นสุดท้าย คือ “การรู้จัก เข้าใจ และเข้าถึงงาน” ไม่ว่างานนั้นจะสลับซับซ้อนมากน้อยแค่ไหน แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและให้เวลาศึกษาอย่างถ่องแท้
เป็นแรงกระตุ้นให้พวกเราต้องศึกษาและติดตามสิ่งที่เปลี่ยนแปลงรอบตัวตลอดเวลา
มีอยู่ครั้งหนึ่ง ท่านกล่าวถึง “Indian stack” ที่พวกเราต้องรีบไปค้นคว้าจนพบว่าเป็นเรื่องของระบบการเก็บข้อมูล ซึ่งตอนแรกนึกคิดไปถึงวรรณะของชาวอินเดีย
อย่างไรก็ดี หากถามว่ามีเรื่องใดที่ผมเห็นการเปลี่ยนแปลงของท่านมากที่สุดในช่วงดำรงตำแหน่ง “ผู้ว่าการ” คงจะหนีไม่พ้นในเรื่องทักษะการร้องเพลง
เพราะจำได้ว่า เมื่อท่านต้องทำหน้าที่นักร้องกิตติมศักดิ์ เปิดงาน BOT Press Trip ที่สำนักงานภาคเหนือ
เมื่อปลายปี 2560 ท่านขึ้นไปร้องเพลงเมืองเหนือ “พี่สาวครับ” ของ จรัล มโนเพ็ชร
ที่ทุกคนต่างลุ้นด้วยน้ำเสียงเนิบนาบน่าเอ็นดู ก่อนกระโดดลงเวที พร้อมเอ่ยปากในทำนองว่า เพลงร้องยาก ให้สวดมนต์ง่ายกว่าเยอะ
แต่เชื่อหรือไม่ 2 ปีผ่านไป ในงาน Press Trip ที่สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือในปี 2562 ปรากฏว่าท่านไปฝึกร้องเพลงมาจากที่ไหนไม่ทราบ ร้องไป 7 เพลง
เพลงที่ร้องก็มีความหมายดี ๆ ทั้งนั้น เช่น เพลงรักคุณเท่าฟ้า เพลงขอให้เหมือนเดิม เรียกได้ว่านักร้องสมัครเล่นอย่างพวกเราต้องเขินไปเลย
เมื่อท่านบอกพวกเราว่า ตัดสินใจจะไม่ขอเป็นผู้ว่าการอีกสมัยหนึ่ง ผมนั่งอึ้งไปพักใหญ่ เพราะอดใจหายไม่ได้ที่จะไม่ได้เห็น “เพื่อนบ้าน” ท่านนี้เหมือนเช่นเคย
แต่เข้าใจเหตุผลของท่านที่ต้องการไปดูแลคุณพ่อคุณแม่ แต่ผมเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งไหนและที่ใด
ผู้ว่าการวิรไทจะสามารถทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้อีกมาก
และขอบอกว่าเป็นความโชคดีของผมที่ได้มีโอกาสทำงานใกล้ชิดกับท่าน เป็นทั้ง “นาย” และ “เพื่อนบ้าน” ร่วมฟลอร์เดียวกัน ผมจะจดจำประสบการณ์ที่ประทับใจ และจะมีรอยยิ้มทุกครั้งที่คิดถึงเวลาที่ได้ร่วมทำงานกับผู้ว่าการวิรไท สันติประภพ ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา