เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

กนอ.ป้อง6นิคมเสี่ยงน้ำท่วม ตั้ง”ศูนย์ฉุกเฉิน”รับมือ24ชม.

14 ต.ค. 2560 | 21:30น.

กนอ.ผนึกเอกชนรับมือน้ำท่วม ตั้งศูนย์เฝ้าระวัง 24 ชม. พร้อมระบบเตือนภัย-แผนฉุกเฉิน โฟกัส 6 นิคมอุตฯที่เคยน้ำท่วมใหญ่ปี”54 มั่นใจเอาอยู่ โรงสีชี้ที่นาภาคเหนือ อีสาน ลุ่มเจ้าพระยาไม่กระทบ พ่อค้าจ้องกดราคาช่วงผลผลิตทะลักเดือน พ.ย.-ธ.ค.

ปริมาณน้ำในเขื่อนทั้งขนาดใหญ่-กลางทั่วประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นมาก บวกกับฝนตกหนักในภาคเหนือ อีสาน เกิดน้ำท่วมหลายจังหวัด กรมชลประทานจึงต้องเร่งระบายน้ำออกจากเขื่อน

โดยน้ำเหนือไหลบ่าลงมาภาคกลางจำนวนมากกระทบพื้นที่ภาคกลางตอนบนจนถึงตอนล่าง ตั้งแต่ จ.นครสวรรค์ลงมาถึงพระนครศรีอยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร (กทม.) ทำให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างเตรียมรับมือลดความเสี่ยงน้ำท่วมพื้นที่เกษตร แหล่งเศรษฐกิจการค้า นิคมอุตสาหกรรม ฯลฯ

กนอ.ผนึก 6 นิคมเฝ้าระวัง

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากที่หลายฝ่ายวิตกกังวลว่าจะเกิดน้ำท่วมในนิคมอุตสาหกรรมและที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมโดยเฉพาะลุ่มเจ้าพระยา ล่าสุด กนอ.ได้ประชุมหารือกับผู้ประกอบการนิคมฯเตรียมการรับมือ และโฟกัสเป้าหมาย 6 นิคมอุตสาหกรรมที่เคยถูกน้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2554 คือเขตประกอบการอุตสาหกรรมโรจนะ, บางปะอิน, ไฮเทค, สวนอุตสาหกรรมนวนคร, สวนอุตสาหกรรมบางกะดี และสหรัตนนคร

อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำขณะนี้ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ระดับการเตือนภัยสีเขียว แต่ได้กำชับให้ศูนย์ปฏิบัติการ กนอ.เฝ้าระวังอุทกภัย และให้ติดตามสถานการณ์ข้อมูลข่าวสารการพยากรณ์อากาศแบบเกาะติดและสั่งการให้เตรียมพร้อมเครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ ในพื้นที่เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน โดยเฉพาะนิคมอุตฯ ที่อยู่ในพื้นที่สุ่มเสี่ยง อย่างนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร จ.พระนครศรีอยุธยา รวมถึงนิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ

เตรียมแผนฉุกเฉินพร้อมรับมือ

“ทั้ง 6 นิคมเราใช้เกณฑ์จากน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 มาเป็นตัวกำหนด โดยเขื่อนคอนกรีตที่สร้างขึ้นทั้งหมดจะสูงกว่าระดับท่วมปี 2554 กว่า 1 เมตร ส่วนนิคมสหรัตนนครที่ยังคงเป็นคันดินนั้น ตอนนี้ได้เข้าไปซ่อมบำรุงรื้อพื้นเก่าและเสริมโครงเหล็กดินอัดให้แข็งแรงไว้แล้ว และนำอุปกรณ์เสริมอย่างบิ๊กแบ็กเขื่อนเคลื่อนที่ฉุกเฉินมาเสริมไว้ 6 นิคมอุตฯจึงยังไม่มีความเสี่ยงและไม่มีอะไรน่ากังวล”

ทั้งนี้ ทาง กนอ. กรมชลประทาน อุตสาหกรรมจังหวัด และเอกชนทุกรายได้ทำแผนบริหารจัดการ รวมถึงแผนเฝ้าระวังระดับจังหวัดและระดับภาคไว้แล้ว เพื่อวางแผนเรื่องระบบขนส่งไม่ให้กระทบลูกค้า โดยต้องแจ้งซัพพลายเออร์ คู่ค้าหากเกิดกรณีฉุกเฉิน เช่น แผนขนส่งทางรถไฟ เรือ เป็นต้น

นาข้าวไม่กระทบ

สำหรับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมและสถานการณ์น้ำภาคการเกษตร นายเกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้เป็นช่วงที่พื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือเก็บเกี่ยวผลผลิตนาปรัง ปี 2560 หมดแล้ว จึงไม่กระทบมากนัก และที่รับทราบจากสมาชิกใน จ.นครสวรรค์ ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา นครนายก ยังไม่เกิดความเสียหายจากน้ำท่วม เพราะเป็นเพียงน้ำหลาก แต่บางพื้นที่ที่ลงนาปรังรอบใหม่ซึ่งอาจเสียหายแต่ไม่มากนัก

หอมมะลิเพิ่มเป็น 8 ล้านตัน

แหล่งข่าวจากโรงสีภาคกลางกล่าวว่า มีการปลูกข้าวนาปรัง ปี 2560 ในภาคกลางและลุ่มเจ้าพระยา และเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จตั้งแต่เดือน ก.ค.-ส.ค.หมดแล้ว แต่จะมีบางจังหวัดที่ปลูกข้าวในช่วงคั่นระหว่างนาปรังและนาปี ซึ่งเรียกกว่า “ข้าวตอ” ไถกลบข้าวที่หล่นในนา ให้ข้าวนั้นงอกขึ้นมาใหม่ โดยไม่ได้ลงทุนเมล็ดพันธุ์ หว่านไถ หรือใช้ยา เหมือนทำนาปกติ อาจเสียหายบ้าง ส่วนปลูกข้าวนาปรังรอบใหม่จะเริ่มเดือน ม.ค. 2561 หลังภาคอีสานเกี่ยวนาปีเสร็จแล้ว

โดยรอบนาปีจะเริ่มเกี่ยวตั้งแต่ ปลายเดือน ต.ค. 2560-ม.ค. 2561 ส่วนใหญ่เป็นข้าวหอมมะลิ คาดว่าปีนี้จะเพิ่มขึ้น 5-10% จาก 7 ล้านตัน เป็น 8 ล้านตัน ราคาข้าวมีแนวโน้มลดลง

“ในส่วนราคาส่งยังไม่ลดลงเพราะเป็นช่วงปลายฤดู ยังไม่มีของออก แต่ราคาข้าวสารหอมมะลิที่ผู้ส่งออกสั่งซื้อล่วงหน้าเพื่อส่งมอบเดือน ธ.ค. 2560 เริ่มลดลงเหลือตันละ 20,000 บาท จากปัจจุบันที่ตันละ 27,000-28,500 บาท เพราะผู้ส่งออกคาดการณ์ว่าช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. ผลผลิตนาปีออกมามากที่สุด

ราคารับซื้อข้าวเปลือกของสมาคม

โรงสีข้าวไทย ณ 11-12 ต.ค. 2560 ข้าวเปลือกเจ้า 5% (ความชื้นสูง 28-30%) ตันละ 6,000-6,300 บาท ความชื้น 15% ตันละ 7,500-7,600 บาท ข้าวเหนียวสันป่าตองปี 2560/2561 ตันละ 7,300 บาท

ปีก่อนราคาตันละ 9,500-10,000 บาท ข้าวเหนียว กข.6 ปี 2559/2560 ตันละ 7,200-7,700 บาท ลดลงจากปีก่อนที่ตันละ 13,000-13,500 บาทข้าวเปลือกหอมมะลิเก่า ปี 2559/2560 (ความชื้น 15%) ตันละ 13,000-13,800 บาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ซื้อเฉลี่ยตันละ 10,900-11,200 บาท

น้ำล้นเขื่อนอุบลรัตน์

นายณัฐวุฒิ แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยผู้ว่าการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า ขณะนี้เขื่อนอุบลรัตน์มีปริมาณน้ำสูงถึง 2,754 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 113 (ณ วันที่ 13 ต.ค. 2560) “สูงเกินเกณฑ์ควบคุมอุทกภัยและยังมีน้ำไหลเข้าต่อเนื่องวันละ 119 ล้าน ลบ.ม.” จำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำจากเดิมวันละ 34 ล้าน ลบ.ม. 37-40-43 และ 45 ล้าน ลบ.ม. ตามมติคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ จ.ขอนแก่นให้ระบายน้ำได้ โดยจะเริ่มระบายน้ำตั้งแต่ 13-16 ต.ค. 2560 จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่สภาวะปกติ

“การระบายน้ำครั้งนี้ก็เพื่อรักษาเสถียรภาพของตัวเขื่อน และป้องกันไม่ให้น้ำเอ่อล้นข้ามคันดินไปยังพื้นที่เหนือเขื่อน ต.โนนสัง อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนมากกว่า 38,000 ครัวเรือน แต่หากปริมาณน้ำของเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นจนถึงระดับ 183 เมตรจากระดับน้ำะเล คณะกรรมการก็จะประชุมประเมินสถานการณ์ เพื่อดำเนินการตามกฎความมั่นคงปลอดภัยของเขื่อนต่อไป โดยน้ำที่ระบายออกมาจะส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ท้ายเขื่อนทั้งลำน้ำพอง ลำพะเนียง และแม่น้ำชี” นายณัฐวุฒิกล่าว