เงินบาทแข็งค่าขึ้นที่ 30.19 บาท/ดอลลาร์ ลุ้นผลประชุม กนง. 18 พ.ย.
ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ (17 พ.ย.) ที่ระดับ 30.19 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ระดับ 30.23 บาท/ดอลลาร์
ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ ผู้อำนวยการอาวุโส Chief Investment Office บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ (SCBS CIO) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ (17 พ.ย.) ที่ระดับ 30.19 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ระดับ 30.23 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทระหว่างวันคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 30.10-30.30 บาทต่อดอลลาร์
โดยในคืนที่ผ่านมา ตลาดการเงินเปิดรับความเสี่ยง (Risk On) และฟื้นตัวแข็งแกร่งจากข่าวยาต้านไวรัสที่ทยอยเปิดตัว ส่งผลให้ดัชนี S&P 500 ของสหรัฐ พร้อมกับ ดัชนี STOXX 600 ของยุโรป ปรับตัวขึ้นเท่ากันที่ 1.2% นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบ WTI ก็เพิ่มขึ้นถึง 3.1% จากข่าวดังกล่าว ขณะที่การเปิดตัวของยาต้านไวรัสครั้งนี้ไม่ได้ทำให้เกิดแรงขายในสินทรัพย์ปลอดภัยหนักอย่างครั้งก่อน เห็นได้จากราคาทองคำที่ปรับตัวลดลงเพียง 0.1%
เช่นเดียวกันกับในตลาดเงินที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) สหรัฐอายุ 10 ปีไม่เปลี่ยนแปลง โดยทรงตัวที่ระดับ 0.90% พร้อมกับยีลด์เยอรมันที่ -0.55% และเป็นเงินดอลลาร์ที่ถูกขายแทนที่ ส่งผลให้อ่อนค่าลง 0.2% เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก มีเพียงยูโร (EUR) และฟรังก์สวิส (CHF) ที่ไม่แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ เนื่องจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) เริ่มส่งสัญญาณว่าจะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในช่วงเดือนหน้า
“ด้านเงินบาท ระยะสั้นแม้จะได้รับข่าวดีจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวและเงินทุนไหลเข้าฝั่งเอเชีย แต่ก็มีความกังวลกับท่าทีของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กับการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่แข็งค่ารวดเร็วในช่วงนี้ ทำให้นักเก็งกำไรลดสถานะการถือเงินบาทลง โดยช่วงถัดไป เชื่อว่านักลงทุนต่างชาติจะจับตาไปที่การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินพรุ่งนี้ (18 พ.ย.) ว่าจะมีมุมมองอย่างไรกับภาพตลาดและนโยบายการเงินในอนาคต ก่อนที่จะตัดสินใจกลับเข้าลงทุนในไทยเต็มตัว” ดร.จิติพลกล่าว