เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มติสภาผ่าน พ.ร.บ. งบประมาณ 2570 จับตาแผนใช้งบกลาง 1.2 หมื่น ล. กระตุ้นเศรษฐกิจ
Politics มติสภาผ่าน พ.ร.บ. งบประมาณ 2570 จับตาแผนใช้งบกลาง 1.2 หมื่น ล. กระตุ้นเศรษฐกิจ
“โอสถสภา” ปั้นโมเดล Smart Factory สู้ตลาดฝืด
Business “โอสถสภา” ปั้นโมเดล Smart Factory สู้ตลาดฝืด
บอร์ด EV เคาะภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 3 เทียร์ นำเข้าเก็บแพงสุดมากกว่า 10% ผลิตในประเทศ-Local Content สูงเรตต่ำสุด
Uncategorized บอร์ด EV เคาะภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 3 เทียร์ นำเข้าเก็บแพงสุดมากกว่า 10% ผลิตในประเทศ-Local Content สูงเรตต่ำสุด
“เอกนัฏ” ระดมทีมงาน-เครื่องจักร ขุดสำรวจเพิ่มเติม 24 ชม. เร่งขยายผลทุกจุดเสี่ยงให้เร็วที่สุด
Economic “เอกนัฏ” ระดมทีมงาน-เครื่องจักร ขุดสำรวจเพิ่มเติม 24 ชม. เร่งขยายผลทุกจุดเสี่ยงให้เร็วที่สุด
รถไฟไม่รับ 4 เงื่อนไข บีบ CP รับเดินรถแอร์พอร์ดลิงก์ต่อ 1 ต.ค.นี้
Real Estate รถไฟไม่รับ 4 เงื่อนไข บีบ CP รับเดินรถแอร์พอร์ดลิงก์ต่อ 1 ต.ค.นี้
รามคำแหง 53 “จุดหมายใหม่” วัยรุ่น 3 จังหวัดชายแดนใต้
Columns รามคำแหง 53 “จุดหมายใหม่” วัยรุ่น 3 จังหวัดชายแดนใต้
บอร์ดอีวีเห็นชอบปรับโครงสร้างภาษี EV หนุนใช้ชิ้นส่วนไทย ดันฐานผลิตโลก
Economic บอร์ดอีวีเห็นชอบปรับโครงสร้างภาษี EV หนุนใช้ชิ้นส่วนไทย ดันฐานผลิตโลก
วิทยาศาสตร์มีคำอธิบาย “ทฤษฎีเหนือดวง” ไขปัจจัยแห่งโชค
News วิทยาศาสตร์มีคำอธิบาย “ทฤษฎีเหนือดวง” ไขปัจจัยแห่งโชค
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 100 บาท รูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 100 บาท รูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
พันธบัตรออมพลัสคึกคัก! ยอดจองพุ่ง 6.56 พันล้าน จากวงเงินขาย 2 พันล้าน
Finance พันธบัตรออมพลัสคึกคัก! ยอดจองพุ่ง 6.56 พันล้าน จากวงเงินขาย 2 พันล้าน
ดูทั้งหมด

เปิดวิชั่น 3 บิ๊กท่องเที่ยว แคนดิเดต ประธาน สทท. คนใหม่

27 พ.ย. 2563 | 07:30น.

กำหนดวันอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 ธันวาคมนี้ สำหรับการเลือกตั้งประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) โดยครั้งนี้มีผู้สมัครลงแข่งขันรวม 3 คน

ประกอบด้วย นายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธาน สทท. ที่กำลังจะหมดวาระ นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ (โกจง) ทีม SMART ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (TFOPTA) และนางสาวศิริรัตน์ เด่นวรพงษาสุข ทีม MOVE เจ้าของโรงแรมอุบลบุรี และหนึ่งในผู้คลุกคลีและทำงานร่วมกับ สทท. มาเป็นเวลานาน

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้รวบรวมแนวคิดในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย ให้ก้าวข้ามวิกฤตโควิด-19 ครั้งนี้ พร้อมวางแนวทางให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเติบโตอย่างยั่งยืน ไว้ดังนี้

ชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร

กำลังจะหมดวาระครบ 2 ปีเต็มและครบ 1 วาระแล้วที่ “ชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร” นั่งแท่นบริหารในฐานะประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) หลังจากได้รับการเลือกตั้งมาเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2561

ชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธาน สทท.
ชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธาน สทท.

โดยในช่วงปลายของวาระแรกนั้นมีกระแสข่าวออกมาว่า “ชัยรัตน์” พร้อมวางมือ ไม่บริหารต่อในวาระ 2 แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจลงสนามแข่งขันและเสนอตัวเป็นประธาน สทท.ต่ออีก 1 วาระ (ดำรงตำแหน่งได้ 2 วาระ)

ครั้งนี้ “ชัยรัตน์” บอกว่า นโยบายหลักที่จะผลักดันในสมัยวาระ 2 นี้ หลัก ๆ คือเรื่องของการตลาด ทั้งตลาดเที่ยวในประเทศ หรือไทยเที่ยวไทย, คนไทยเที่ยวต่างประเทศ รวมถึงต่างประเทศเที่ยวไทย โดยจะให้ความสำคัญกับเรื่องของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่ควรจะแน่นแฟ้นกว่านี้ รวมทั้งมุ่งทำงานแบบบูรณาการกันมากขึ้น โดยทีมบริหารทั้งส่วนภูมิภาคและส่วนกลางต้องมานั่งคุยกันให้มากขึ้น เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเดินไปได้พร้อม ๆ กัน

ขณะเดียวกันยังมีแผนพัฒนาแพลตฟอร์มให้เป็นแพลตฟอร์มกลางสำหรับคนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยอย่างแท้จริง รวมถึงเรื่องบิ๊กดาต้าเพื่อให้ทุกส่วนเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะผู้ประกอบการในกลุ่ม SMEs เพื่อให้ผู้ประกอบการทั้งหมดมีโอกาสเรียนรู้เรื่องการขายออนไลน์

โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยผลักดันให้ประเทศไทยขึ้นสู่ “แชมป์ท่องเที่ยว” ซีซั่นใหม่ตลอด 2 ปีข้างหน้า หรือ Thailand Champion Again Global Expat & Tourism Hub

“ชัยรัตน์” อธิบายว่า แนวนโยบายหลักคือ จะทำอย่างไรให้ประเทศไทยยังคงเป็นแชมป์ด้านการท่องเที่ยว และจะดึงความสนใจและความสามารถในการเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้เมื่อหมดการแพร่ระบาดของโควิดแล้ว

และต้องทำควบคู่กับแนวความคิดใหม่ ๆ ตลาดใหม่ ๆ เนื่องจากโลกยุคใหม่จะทำตลาดแบบแมสทัวริซึ่มเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว ดังนั้นต้องมาคิดกันว่า เราต้องทำอย่างไร เมื่อประเทศอยากที่จะได้นักท่องเที่ยวคุณภาพ

พร้อมทั้งยอมรับว่า ด้วยโครงสร้างของภาคการท่องเที่ยวของไทยที่ได้ลงทุนไว้สำหรับรองรับนักท่องเที่ยวที่จำนวน 40 ล้านคน หากยังไม่มีวัคซีนก็ยังคงลำบากกันต่อไป เพราะตลาดไทยเที่ยวไทยปีนี้ผลักดันอย่างไรก็ไม่ถึง 100 ล้านคน-ครั้ง แต่ก็คงยังต้องผลักดันต่อไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย 200 ล้านคน-ครั้งในปี 2564

ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่ตนพยายามผลักดัน คือ 1.เปิดประเทศ และ 2.ภาครัฐเข้ามาดูแล หาทุนใหญ่เข้ามาเป็นหุ้นส่วนให้ผู้ประกอบการรายเล็กที่ไปต่อไม่ไหว หรือหาทุนใหญ่มาช่วยพยุงทุนเล็กในรูปแบบของพาร์ตเนอร์กัน จะในรูปแบบการร่วมลงทุน หรือให้เงินกู้ยืม และจัดให้มีการพบปะเพื่อทำบิสซิเนสแมตชิ่ง โดยมีข้อตกลงว่าให้เจ้าของสามารถซื้อคืนได้ภายใน 3 ปี หรือ 5 ปี

โดยมีเป้าหมายว่าให้ผู้ประกอบการทุกคนอยู่รอดได้ เพราะหากปล่อยให้ต่างชาติเทกโอเวอร์ไป กลุ่มทุนไทยไม่มีโอกาสได้ซื้อคืนแน่นอน

“ตอนนี้คนท่องเที่ยวคงต้องช่วยกันเอง เพราะเราเชื่อว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยยังสามารถพยุงให้อยู่รอดต่อไปได้ และเชื่อว่าเมื่อมีวัคซีน หรือโควิดหยุดการแพร่ระบาดประเทศไทยจะเป็นเดสติเนชั่นแรก ๆ ที่ทั่วโลกจะกลับมา”

“ชัยรัตน์” ทิ้งท้ายด้วยว่า สำหรับในส่วนของทีมงานขณะนี้มีความพร้อมมาก มีทั้งกลุ่มคนรุ่นเก่า ทีมกรรมการเก่าบางส่วน และทีมงานคนรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์ โดยทุกคนที่เข้ามาล้วนมีเป้าหมายช่วยกันทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยอยู่รอดและเดินต่อไปได้

ชำนาญ ศรีสวัสดิ์ (โกจง)

อยู่ในวงการท่องเที่ยวไทยมากว่า 30 ปี ผ่านงานบริหารด้านท่องเที่ยวมาเกือบทุกสาขาและเป็นที่รู้จักของสังคมคนท่องเที่ยวทั่วประเทศสำหรับ “ชำนาญ ศรีสวัสดิ์” หรือ “โกจง” ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นประธานสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (TFOPTA) และเป็นหนึ่งในผู้ที่อยู่เบื้องหลังที่คอยผลักดันให้ “ชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร” ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (สทท.) ในปี 2561 ปีนี้ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2563 ของ TFOPTA จึงลงมติให้ “โกจง” ลงชิงตำแหน่งประธาน สทท.

ชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (TFOPTA)
ชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (TFOPTA)

“ชำนาญ” หรือ โกจง หัวหน้าทีม SMART บอกว่า ตนในฐานะผู้ประกอบการในหลาย ๆ เซ็กเตอร์ ทั้งบริษัทนำเที่ยว, รถขนส่ง, เรือนำเที่ยว, โรงแรม, ร้านอาหาร, ธีมปาร์ก ฯลฯ พบว่าขณะนี้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวของไทยอยู่ในภาวะวิกฤต หรือ tourism crisis อย่างแท้จริง และโควิดทำให้เราเห็นว่าภาคธุรกิจท่องเที่ยวของไทยไม่มีความแข็งแรงเลย ตนจึงอยากขออาสาทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยแข็งแรงขึ้น

พร้อมทั้งเสริมความเข้มแข็งด้านการเงินด้วยพันธมิตรที่เป็นสถาบันการเงิน และสร้างโอกาสทางการตลาดโดยมีพันธมิตร คือ ททท. และหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ เพื่อให้คนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยรอดไปด้วยกัน

โดยมอง 3 ส่วนหลักคือ 1.มองว่าประเทศไทยควรมีธนาคารเพื่อการท่องเที่ยว หรือ tourism bank เพื่อดูแลธุรกิจในภาคการท่องเที่ยว ทำให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเข้าถึงแหล่งเงินทุน

2.ควรจะมีสถาบันพัฒนาการท่องเที่ยว (tourism clinic) สำหรับเป็นสถาบันอัพสกิล รีสกิลให้ผู้ประกอบการทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความแข็งแรงและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้คนท่องเที่ยว

และ 3.ทำแพลตฟอร์มด้านการท่องเที่ยว (tourism platform) โดยมองว่าประเทศไทยควรมีแพลตฟอร์มของตัวเอง หรือ national platform เพื่อเป็นมาร์เก็ตเพลซหนึ่งของผู้ประกอบการทุกสาขาอาชีพ โดยมีมาตรฐานของ สทท.รับประกันคุณภาพ

แพลตฟอร์มดังกล่าวนี้จะรวบรวมสินค้าและบริการทั้งหมดของประเทศไทยมาอยู่ในมาร์เก็ตเพลซดังกล่าวนี้ เหมือนเป็นห้างออนไลน์ ซึ่งเชื่อว่าโมเดลนี้จะสามารถทำให้ทุกคนลดต้นทุนในการเข้าถึงผู้บริโภคเป้าหมายของตัวเองได้

“ผมรู้ว่าการเสนอตัวเข้ามาทำงานช่วงนี้ไม่ง่าย แต่เชื่อมั่นว่าต้องมีฮีโร่สักคนที่มาทำตรงนี้ คือช่วยพยุงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยให้อยู่รอด ผมอยากเป็นคนนั้น และมั่นใจว่าทำได้แน่นอน”

“โกจง” บอกด้วยว่า ท่ามกลางวิกฤตเช่นนี้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวต้องการนักประสบการณ์มาทำงาน และตนในฐานะที่เป็นนักประสบการณ์ผ่านมาเกือบทุกสาขาอาชีพของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและมีฐานข้อมูลด้านการท่องเที่ยวทุกจังหวัดทั่วประเทศ พร้อมที่จะเข้ามาทำงานอย่างเต็มที่ โดยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอย่างเข้มข้น และขับเคลื่อนให้เห็นภาพชัดเจน เห็นผล จับต้องได้ เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ

รวมทั้งมีแผนที่จะรวมการท่องเที่ยวในภูมิภาคกับส่วนกลางเข้าด้วยกัน โดยให้ส่วนกลางเป็นฝ่ายขาย ส่วนภูมิภาคเป็นฝ่ายพัฒนาและดูแลสินค้าตัวเองให้ดูดี มีภาพลักษณ์และมีมาตรฐาน และนำฝ่ายขายกับฝ่ายผลิตสินค้ามาเจอกัน

สำหรับทีมงานนั้น “โกจง” ย้ำว่า ในภาวะวิกฤตเช่นนี้ต้องเอานักประสบการณ์มาเป็นตัวขับเคลื่อน เพราะพวกเขาเก่งอยู่แล้ว แล้วเอานักวิชาการมาช่วยถอดรหัสความคิดของนักประสบการณ์อีกครั้งเพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้าใจตรงกันและขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน

ที่สำคัญทีม SMART พร้อมขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยกลับมาเติบโตและสามารถยืนหยัดต่อไปได้ อีกทั้งยังอยากมีส่วนในการวางรากฐานให้โครงสร้างของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในภาพรวมมีความ smart และยั่งยืนในอนาคตด้วย

ศิริรัตน์ เด่นวรพงษาสุข

เป็นผู้สมัครที่คลุกคลีและทำงานร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) มานานกว่า 10 ปี ผ่านการทำงานร่วมกับอดีตประธาน สทท.มาหลายยุคหลายสมัยสำหรับ “ศิริรัตน์ เด่นวรพงษาสุข” หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “ส้ม”

ศิริรัตน์ เด่นวรพงษาสุข ทีม MOVE เจ้าของโรงแรมอุบลบุรี
ศิริรัตน์ เด่นวรพงษาสุข ทีม MOVE เจ้าของโรงแรมอุบลบุรี

“ศิริรัตน์” บอกว่า ส่วนตัวได้ทำงานร่วมกับอดีตประธาน สทท. มาหลายท่านผ่านวิกฤตมาหลายครั้ง ยอมรับว่าโควิดรอบนี้วิกฤตจริง ๆ ดังนั้นคนท่องเที่ยวต้องมาช่วยกันดูว่าวิกฤตแบบนี้เราจะต้องทำอย่างไรให้ทุกคนอยู่รอด และเปิดให้ทุกส่วนเข้ามาร่วมมือกันทำงาน ซึ่งขณะนี้ผู้ประกอบการในเมืองหลัก ๆ ยินดีที่จะเข้ามาร่วมเป็นทีมช่วยกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย

บางส่วนได้เขียนแผนยุทธศาสตร์ส่งมาแล้วว่าพวกเขาอยากจะเห็นสภาท่องเที่ยวเดินไปในทิศทางไหน และพร้อมเข้ามาช่วยกันแก้ไข

โดยนโยบายหลักของทีม MOVE คือการเดินไปข้างหน้า สร้างคน สร้างงาน และผ่านวิกฤตไปด้วยกัน โดยมีหลักการบริหาร 4 ส่วนหลัก คือ

M : หมายถึง Management คือการบริหารงานอย่างชาญฉลาดด้วยประสบการณ์และทีมงานที่เข้มแข็ง เพื่อขับเคลื่อนเชิงนโยบายของประเทศ

O : หมายถึง Opportunity คือเปิดโอกาสสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และเพิ่มศักยภาพองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยพยายามหาศักยภาพใหม่ ๆ ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร และหาความร่วมมือใหม่ของผู้ประกอบการ

V : หมายถึง Vaccine คือสร้างภูมิคุ้มกันสำหรับภาคการท่องเที่ยวทั้งระบบอย่างยั่งยืน เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวเป็นส่วนสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจ

และ E : หมายถึง Equality คือขับเคลื่อนองค์กรร่วมกันกับทุกสาขาอาชีพ และภูมิภาคอย่างเท่าเทียม โดยให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีม

“ศิริรัตน์” บอกด้วยว่า ประเด็นหลัก ที่ทางทีมพูดคุยกันในเบื้องต้นคือ เราจะก้าวข้ามวิกฤตโควิดกันไปอย่างไร โดยโฟกัสว่าจะปรับลดค่าใช้จ่ายและเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการกันอย่างไร โดยหากกระแสเงินสด หรือแคชโฟลว์เข้ามาให้ผู้ประกอบการหมุนเวียน เพื่อให้ฟันเฟืองของธุรกิจมันเดินต่อไปได้

ขณะเดียวกันก็ได้พยายามรวบรวมประเด็นปัญหาและความต้องการของกลุ่มผู้ประกอบการเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์ให้เดินควบคู่ไปกับรัฐบาล รวมถึงสร้างดีมานด์ใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร อาทิ การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ฯลฯ รวมถึงเรื่องของแกสโตรโนมิกทัวริซึ่ม และฮาลาลทัวริซึ่ม เป็นต้น

“ศิริรัตน์” ยังเล่าถึงความพร้อมด้านทีมงานที่อาสาเข้ามาทำงานด้วยว่า ทีม MOVE มีทีมงานที่เข้มแข็งมาก โดยขอให้อดีตประธาน สทท.ทุกท่าน รวมถึงผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ในวงการเข้ามาร่วมจับมือทำงานกับคนรุ่นใหม่ โดยมีคุณวิจิตร ณ ระนอง นั่งเป็นประธานยุทธศาสตร์ ช่วยดูแนวทิศทางของ สทท. ว่าควรขับเคลื่อนไปในแนวทางไหนอย่างไร

นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจากทั้ง 150 สมาคมที่เป็นมาชิก สทท. เข้ามาร่วมขับเคลื่อนภายใต้แนวทาง Put the right man on the right job. เพื่อร่วมกันสร้างบ้านให้แข็งแรง จากนั้นจึงมาดูว่าบ้านเราขาดอะไร รวมถึงเข้าไปมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเชิงนโยบายของประเทศด้วย

ทั้งนี้ หัวใจหลักสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือ การทำยุทธศาสตร์ระดับจังหวัด สำหรับเป็นโมเดลของการท่องเที่ยวว่าในแต่ละจังหวัดต้องการขายอะไร เพื่อให้การขับเคลื่อนไปในทิศทางที่กำหนดไว้และสามารถเดินต่อไปได้อย่างยั่งยืน

“ในยุคก่อนหน้านี้การขับเคลื่อนมีเพียงแค่ 2 ระดับ คือ ระดับจังหวัดและเป็นสภาท่องเที่ยวใหญ่ ไม่มีระดับภูมิภาค ทำให้ขาดการเชื่อมต่อกัน”

โดยย้ำว่า ระบบการบริหารใหม่ของทีม MOVE จะนำยุทธศาสตร์ระดับจังหวัดมาเชื่อมโยงในระดับคลัสเตอร์ ซึ่งจะกำหนดโครงสร้างระดับภูมิภาคขึ้นมาใหม่ โดยแบ่งเป็น 5 ภูมิภาค จากนั้นก็มาเชื่อมต่อในระดับประเทศต่อไป เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างครบวงจรและเชื่อมโยงกันได้อย่างแท้จริง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สทท.