เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ควัก 2 พันล้านจ่ายชดเชยประกันรายได้ยางงวดแรก 27 พ.ย.นี้

24 พ.ย. 2563 | 16:14น.

ธ.ก.ส. เตรียมชดเชยราคายาง เฟส 2 งวดเเรกคาด 2,000 ล้านบาท 27 พ.ย.นี้ ด้าน กยท.เร่งวิจัยร่วมกับ ม.อ. ทำความเข้าใจวิจัยโปรตีนในยางธรรมชาติหวังดึงตลาดถุงมือยางไทยพัฒนาสู้ตลาดโลก

วันที่ 24 พ.ย. 2563 นายประพันธ์ บุณยเกียรติ ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 เตรียมหารือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อดำเนินการจ่ายเงินให้เกษตรกรชาวสวนยางกว่า 1.8 ล้านราย ในวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้

พื้นที่ยางพาราที่จะได้รับการชดเชยราคาครอบคลุม 18 ล้านไร่ ให้ยางแผ่นดิบคุณภาพดี ราคา 60 บาท/กิโลกรัม (กก.) น้ำยางสด (DRC 100%) ราคา 57 บาท/กก. และ ยางก้อนถ้วย (DRC 50%) ราคา 23 บาท/กก. กำหนดปริมาณผลผลิตยางที่จะประกันรายได้ คือ ผลผลิตยางแห้ง (DRC 100%) ไม่เกิน 20 กก./ไร่/เดือน และผลผลิตยางก้อนถ้วย (DRC 50%) ไม่เกิน 40 กก./ไร่/เดือน ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางระยะที่ 2 วงเงินรวม 10,042 ล้านบาท

สำหรับรายละเอียดการประกันรายได้ชาวสวนยาง และคนกรีด จะได้รับเงินชดเชยราคายางพารางวดแรก โดยราคายางแผ่นดิบชั้นดีราคาอ้างอิง อยู่ที่ 62.62 บาท/กก. รัฐบาลไม่ต้องชดเชยยางในกลุ่มนี้เพราะราคาประกันที่รัฐบาลกำหนดไว้คือ 60 บาท/กก. น้ำยางสด (DRC 100%) ชดเชยราคา 4.14 บาท/กก. เนื่องจากราคาอ้างอิงอยู่ที่ 52.86 บาท/กก. ส่วนราคาประกันอยู่ที่ 57 บาท/กก. และยางก้อนถ้วย (DRC 50%) ราคาชดเชย 3.91 บาท/กก. จากราคาอ้างอิง 19.09 บาท/กก. ส่วนราคาประกันรายได้ที่ราคา 23 บาท/กก. โดยคาดว่าการจ่ายประกันฯ งวดแรกจะใช้งบประมาณ 2,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ทาง กยท.ได้จัดเสวนา เรื่องการแพ้โปรตีนในยางพารา ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ว่า จุดอ่อนที่น้ำยางธรรมชาติถูกโจมตีมากที่สุดคือ เรื่องโปรตีนที่อยู่ในยาง ทำให้เกิดอาการแพ้ในบางคน ช่วง 14-15 ปีที่ผ่านมา จากความต้องการยางพาราสังเคราะห์ ในการทำถุงมือโดยเฉพาะถุงมือทางการแพทย์ อาทิ ยางไนไตรล์ ยางคลอโรฟิลล์ เป็นต้น มีการเพิ่มขึ้น มากกว่าถุงมือยางพาราธรรมชาติ มากกว่า 10 เท่าตัว หลังจากบริษัททำถุงมือยางของอังกฤษพบคนอังกฤษ 1 คน เกิดอาการแพ้และเสียชีวิตหลังจากใส่ถุงมือยางพาราธรรมชาติ เนื่องจากแพ้โปรตีนในยางพาราธรรมชาติช่วง 7-8 ปีก่อน มีการปรับเปลี่ยนไปใช้ยางสังเคราะห์มากขึ้น

“เมื่อมีการโจมตีเรื่องโปรตีนในยางธรรมชาติ จึงส่งผลต่อเสถียรภาพราคายางพารา ดังนั้น กยท.ร่วมมือกับ ม.อ.เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจในเรื่องของงานวิจัย และเป็นเครื่องยืนยันว่าการมีอยู่ของโปรตีนในยางพารามีต่ำมาก อีกทั้งเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประเทศผู้ซื้อ เพื่อให้เกิดความมั่นคงทั้งทางด้านราคาและการซื้อขายอย่างถาวร” นายประพันธ์ กล่าว

นายเจริญ นาคะสรรค์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า การแพ้โปรตีนมีความจริงมากน้อยแค่ไหนไม่มีใครรู้ ประเทศไทยที่ผลิตยางพาราธรรมชาติเอง ไม่เคยทำวิจัยมาป้องกันตัวเอง มีแต่ไปตามวิจัยของต่างชาติ

ดังนั้น นักวิชาการ ม.อ.จึงเตรียมศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง หวังว่าภายใน 5-10 ปี จะพลิกฟื้นอุตสาหกรรมถุงมือยางในประเทศ รวบรวมงานวิจัยเพื่อดำเนินการลดโปรตีนในยางพารา รวมทั้งจะจัดตั้งศูนย์วิจัยการแพ้โปรตีนในยางพารา ร่วมกับ กยท. และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยียาง ชีวเคมี และการแพทย์ เพื่อกู้ตลาดถุงมือยางธรรมชาติกลับคืนมา เพราะมั่นใจว่าถุงมือยางธรรมชาติมีคุณสมบัติทั้งความทนทาน และความยืดหยุ่นที่ดีกว่ายางสังเคราะห์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประกันรายได้ยาง