เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ยางแผ่นดีดขึ้น 60 บาท/กก. หลังประกันรายได้ ปัญหาน้ำท่วมใต้ยังมีต่อเนื่อง

03 ธ.ค. 2563 | 16:03น.

ผู้ปลูกยางพาราบัตรเขียว-บัตรชมพู หากพบปัญหาเงินประกันรายได้ เร่งแจ้งหน่วยงานดูแล ขณะที่แนวโน้มราคายางดี ด้านปัญหาน้ำท่วมใต้วอนรัฐเร่งหามาตรการช่วยเหลือ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สถานการณ์ยางพาราในตอนนี้แนวโน้มราคาขึ้น จากเดิม ยางแผ่น กิโลกรัมละ 40 กว่าบาทในช่วงปีที่ผ่านมา ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ราคาขึ้น โดยราคายางแผ่นรมควันอยู่ที่ 70 บาทต่อกิโลกรัม และยางแผ่นดิบ อยู่ที่ 60 กว่าบาทต่อกิโลกรัม และน้ำยางข้น อยู่ที่ 55-56 บาทต่อกิโลกรัม ยางก้อนถ้วย อยู่ที่ 42 บาทต่อกิโลกรัม ถือว่าราคายางในช่วงนี้เกษตรกรขายได้ราคาดี

ขณะที่นโยบายประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วนั้น เกษตรกรที่ถือบัตรสีชมพูจะได้สิทธิ์เช่นเดียวกับผู้ถือบัตรสีเขียว โดยใช้กติกาเดียวกับปีที่แล้ว ถ้าติดปัญหาทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์จะเข้าไปช่วยแก้ และที่สำคัญหน่วยปฏิบัติต้องเร่งโอนเงินส่วนต่างให้เร็วที่สุด

ส่วนมาตรการเสริมอื่น ๆ เช่น เก็บสต๊อกยาง มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการกิจการยาง เช่น ผลิตภัณฑ์ยางแห้ง ไม้ยาง โดยรัฐบาลจะช่วยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ โดยจะเดินคู่ขนานกันไป

รายงานจากการยางแห่งประเทศไทย ระบุว่าสถานการณ์ยาง (3 ธ.ค. 2563) การคาดการณ์เช้านี้ คือ ยางแผ่นรมควัน ปรับตัวเพิ่ม ไม่ต่ำ 2 บาท คาดว่าโรงงานเปิดไม่ต่ำ 68 บาท ราคาล่วงหน้าต่างเปิดตลาดจีนทะลุ 15,600 หยวนต่อตัน หรือ 72 บาท เพิ่มขึ้น 1% ตลาดล่วงหน้าญี่ปุ่น ทะลุ 260 เยนต่อ ก.ก. หรือ 75 บาท บวก +3.8% ปริมาณยางแผ่นขาดตลาด

ราคาน้ำยางสด ปรับเพิ่มขึ้นได้อีก จากฝนตกหนักและน้ำท่วมในภาคใต้ คาดว่าโรงานเปิดที่ 58 – 59 บาท ลานน้ำยางส่วนใหญ่เปิด 56 – 57 บาท หน้าสวน 52- 53 บาท ขณะที่สัปดาห์นี้จะมีฝนตกและน้ำท่วมในบริเวณภาคใต้โดยทั่วไป แทบไม่มีปริมาณน้ำยาง ยางก้อนถ้วย ปรับเพิ่มโรงงานทางใต้ 41.50 – 42.50 บาท โรงงานอีสาน 40 – 41 บาท ราคาขึ้นลงไม่แรง ยางทางเหนือ อีสานยังมีผลผลิตต่อเนื่อง ภาคใต้เปิดสูงกว่าภาคอีสาน ยางก้อนไหลจากเหนืออีสานมาทางใต้ เนื่องจากเกษตรกรหันไปขายน้ำยาง

สำหรับสถานการณ์ปัญหาฝนฟ้า อาทิตย์หน้ามีการก่อตัวพายุทั้งฝั่งอ่าวไทย ถึงประเทศไทย ในวันที่ 1 – 3 ธ.ค. ยังคงมีฝน 70 – 80% ในภาคใต้ไทย มาเลเชีย อินโดนีเซีย เวียดนาม จากอิทธิพลพายุทั้งอ่าวตั้งเกี่ยและอ่าวเบงกอล และโรคใบร่วงทำความเสียหายกับผลผลิตยาง สำหรับมาตรการของรัฐบาล เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลผลักดันให้ราคายางที่ปรับเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ได้เช่นกัน

เนื่องจากนักเก็งกำไรราคายางยังคงมีความมั่นใจว่าโครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาลดำเนินการสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นแนวรับที่ดีหากราคายางจะปรับลดลง อย่างไรก็ตามอัตราแลกเปลี่ยนยังเป็นข้อกังวลของราคายางหากเงินบาทแข็งค่า แต่มีปัจจัยบวกเรื่องราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับราคาสูงขึ้นยังสามารถรักษาระดับราคายางได้

ส่วนมาตรการเสริมซึ่งเป็นมาตรการคู่ขนานที่เป็นปัจจัยกระตุ้นราคาที่สำคัญคือ 1.มาตรการกำกับดูแลด้านปริมาณ ผู้ประกอบกิจการยางที่มีปริมาณการรับซื้อตั้งแต่เดือนละ 5,000 กก.ขึ้นไป แจ้งปริมาณการซื้อ ปริมาณการจำหน่าย ปริมาณการใช้ไป ปริมาณคงเหลือ และสถานที่เก็บสินค้ายางพารา ตลอดจนให้จัดทำบัญชีคุมรายวัน

2.ส่งเสริมการใช้ยางของหน่วยงานภาครัฐ ระหว่าง ต.ค. 62 – ก.ย. 65 3.โครงการสนับสนุนสินเชื่อ 5 โครงการ คือ โครงการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกรเพื่อใช้ในการรวบรวมยาง (วงเงิน 10,000 ล้านบาท) ระยะเวลาจ่ายเงินกู้ 1 เม.ย. 63 – 31 มี.ค. 64 โครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรเพื่อแปรรูปยางพารา (วงเงิน 5,000 ล้านบาท) ระยะเวลาดำเนินงาน 1 ก.ย. 57 – 31 ธ.ค. 67

โครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการยาง (ยางแห้ง) (20,000 ล้านบาท) ระยะเวลาดำเนินงาน ม.ค. 63 – ธ.ค. 64 โครงการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง (วงเงินสินเชื่อ 25,000 ล้านบาท) ระยะเวลาโครงการ ปี 59 – 69 โดยสนับสนุนวงเงินชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ อัตราร้อยละ 3 (ไม่เกิน 600 ล้านบาท)

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ยางพารา