Skip to content

CIMBT ชิมลางปล่อยกู้เพื่อลงทุนให้ลูกค้าคนรวย-ยึดหุ้นกู้เป็นหลักประกัน

17 ธ.ค. 2563 | 10:41น.
CIMBT ชิมลางปล่อยกู้เพื่อลงทุนให้ลูกค้าคนรวย-ยึดหุ้นกู้เป็นหลักประกัน

ซีไอเอ็มบี ไทย เล็งปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้ามั่งคั่งนำไปลงทุนต้นปี 64 โดยใช้หุ้นกู้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เคาะวงเงิน 50 ล้านบาทต่อราย คิดดอกเบี้ยต่ำ 3% คาดลูกค้าสร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 3.8-4% พร้อมลุยขยายฐานลูกค้าใหม่ 1 หมื่นราย ตั้งเป้า AUM 20% จาก 2.7 แสนล้านบาท

นางสาวดุษณี เกลียวปฏินนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผลิตภัณฑ์การออมและกลยุทธ์ลูกค้าบุคคลธนกิจ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ภายในต้นปี 2564 ธนาคารจะทดลองปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้ากลุ่มมั่งคั่ง (Wealth Management) หรือลูกค้า Preferred เพื่อนำวงเงินไปลงทุนเพื่อแสวงหาผลตอบแทน (Yield) เพิ่มเติม โดยนำหลักทรัพย์ที่เป็นหุ้นกู้มาวางค้ำประกันกับธนาคาร ซึ่งเรียกผลิตภัณฑ์นี้ว่า “Wealth Credit Limit” หรือ WCL

ดุษณี เกลียวปฏินนท์

ทั้งนี้ เบื้องต้นการพิจารณาวงเงินการปล่อยให้กับลูกค้าจะขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของหลักทรัพย์ที่นำมาวางไว้กับธนาคาร โดยธนาคารจะกำหนดวงเงินไม่เกิน 50-80% ของหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือกำหนดเพดานวงเงินสูงสุดอยู่ที่ 50 ล้านบาทต่อราย โดยคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า 3% อย่างไรก็ดี ธนาคารกำหนดเพดานวงเงินไว้ เนื่องจากต้องการทดลอง และใกล้เคียงกับประเทศสิงคโปร์ที่ทำผลิตภัณฑ์นี้โดยกำหนดวงเงินอยู่ที่ 2 ล้านดอลลาร์ หรือราว 60 ล้านบาทต่อราย

สำหรับลูกค้าที่ได้วงเงินสินเชื่อไปจะนำไปลงทุนต่อยอดสร้างผลตอบแทนได้ด้วยตัวเอง ซึ่งหลักทรัพย์ที่นำมาวางยังคงได้รับอัตราดอกเบี้ยทุกเดือนเช่นเดิม ขณะที่การชำระหนี้ลูกค้าก็ต้องชำระทุกเดือนเช่นกัน อย่างไรก็ดี หากลูกค้าไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามที่กำหนดไว้ ธนาคารสามารถนำหลักทรัพย์หรือหุ้นกู้นำไปจำหน่ายต่อไปได้ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาพบว่าการลงทุนในตลาดหุ้นกู้ต่างๆ จะได้รับผลตอบแทนเฉลี่ย 3.8-4% ถือว่าคุ้มเมื่อเทียบกับดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเฉลี่ยต่ำกว่า 3%

“ตอนนี้เราคัดลูกค้าที่ให้ความสนใจที่ลองใช้โปรดักต์นี้ ซึ่งน่าจะช่วยตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีขึ้น แต่เป็นการทดลองจึงต้องกำหนดเพดานวงเงินไว้ก่อน และค่อยมาดูผลตอบรับอีกครั้ง”

นางสาวดุษณี กล่าวว่า สำหรับแผนการขยายธุรกิจบริหารความมั่งคั่งในปี 2564 ธนาคารตั้งเป้าเพิ่มฐานลูกค้าใหม่จำนวน 1 หมื่นราย จากฐานลูกค้าปัจจุบันอยู่ที่ 8.6 หมื่นราย คาดสิ้นปี 2564 ฐานลูกค้าน่าจะอยู่ที่ราว 9.6 หมื่นราย ขณะที่สินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) ตั้งเป้าเติบโตอยู่ที่ 20% จาก 2.7 แสนล้านบาท โดยตั้งเป้ารายได้ค่าธรรมเนียมเติบโต 25% จากปีนี้เติบโตราว 5% เนื่องจากในช่วงโควิด-19 ธนาคารไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้

“ปีหน้าเราจะพยายามปรับเรื่องของบุคลากรลูกค้าสัมพันธ์ หรือ RM ซึ่งจากเดิมตะดูแลลูกค้าเฉลี่ย 500-700 รายต่อ 1 RM ซึ่งค่อนข้างเยอะจึงจะปรับให้ RM 1 คนเหลือเพียง 300 ราย และขณะเดียวกันพยายามจะ Crossell Product โดยตั้งเป้าเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 10% จากปัจจุบันลูกค้าใช้โปรดักต์เราเฉลี่ยอยู่ที่ 2.02 โปรดักต์“