เดือนมกราคม’64 “ราคาทองคำ” ยังปรับขึ้นได้หรือไม่
คอลัมน์สถานีลงทุน ธนรัชต์ พสวงศ์ ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส
ข่าวความคืบหน้าของการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ในเดือนพฤศจิกายน ทำให้มีแรงเทขายทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยและมีเม็ดเงินไหลเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้น ประกอบกับเริ่มมีแรงเทขายทองคำของกองทุนอีทีเอฟทองคำออกมาในเดือนพฤศจิกายนสูงถึง 107 ตัน ซึ่งมียอดขายทองคำสุทธิเป็นเดือนแรกในรอบ 12 เดือน และเป็นเดือนที่ขายทองมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ทำให้ราคาทองคำลดลงอย่างต่อเนื่องและรุนแรงจนหลุดแนวรับสำคัญทางเทคนิคที่ 1,800 ดอลลาร์ในช่วงต้นเดือนธันวาคม
ซึ่งวัคซีนของไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทคและวัคซีนของโมเดอร์นา ได้มีการรายงานการทดลองเฟส 3 ขั้นสุดท้ายพบว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสโควิด-19สูงถึง 95% และ 94% ตามลำดับ และในเดือนธันวาคมเริ่มมีการฉีดวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของไฟเซอร์ในประเทศต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้สหรัฐ อังกฤษ บาห์เรน แคนาดาและสิงคโปร์ได้อนุมัติวัคซีนของไฟเซอร์แล้ว ส่วนวัคซีนของแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด คาดว่าจะมีการรายงานผลการทดลองเฟส 3 ในเดือนธันวาคม
วัคซีนของบริษัทดังกล่าวถือว่าเป็นความหวังของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เนื่องจาก มีแผนที่จะผลิตวัคซีนในปี 2564 ถึง 3.2 พันล้านโดส

ถึงแม้ว่าจะมีความคืบหน้าของการพัฒนาวัคซีนและแรงขายทองคำของกองทุนอีทีเอฟทองคำ แต่จากวิกฤตโควิด-19 ทำให้รัฐบาลทั่วโลกต้องใช้มาตรการเยียวยาเศรษฐกิจจากผลกระทบของโควิด-19
ขณะที่ธนาคารกลางประเทศต่าง ๆ ต้องใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินต่อไป ซึ่งธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังจะตรึงอัตราดอกเบี้ยต่ำ 0-0.25% อย่างน้อย 3 ปี หรือจนถึงปี 2566 และดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ต่อไป โดยมีวงเงินรวม 1.2 แสนล้านดอลลาร์/เดือน โดยเฟดจะซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐวงเงิน 8 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน และซื้อตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันการจำนอง (MBS) ในวงเงิน 4 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน
การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงกว่ารอบแรก ทำให้สหรัฐ ยุโรปจำเป็นต้องประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์รอบใหม่ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงจากโควิด-19
ดังนั้น มาตรการผ่อนคลายทางการคลังและการเงินทั่วโลกยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลบวกต่อทองคำ รวมทั้งหนี้สาธารณะของสหรัฐมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งในอดีตหนี้สาธารณะของสหรัฐกับราคาทองคำมีความสัมพันธ์ในทางบวกอย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อดูจากข้อมูลสถิติราคาทองคำในเดือนมกราคมจะปรับขึ้นโดดเด่นที่สุด โดยผลตอบแทนเฉลี่ยของทองคำ spot ย้อนหลัง 3 ปี และ 5 ปี เท่ากับ 3.8% และ 5.0% ตามลำดับ ซึ่งในปี 2564 คงจะมีคำถามว่าจะเป็นเหมือนปีอื่น ๆ หรือไม่
ซึ่งยังมองว่าเดือนมกราคม 2564 จะมีแนวโน้มปรับขึ้นได้ โดยมีปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ ความต้องการทองคำในช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีน ถึงแม้ว่าอาจจะไม่แข็งแกร่งมากในเอเชียแต่เศรษฐกิจจีนที่มีการฟื้นตัวเร็วกว่าประเทศอื่นในเอเชียคาดว่าจะช่วยหนุนความต้องการทองคำได้อยู่
ดังนั้น สำหรับนักลงทุนที่ซื้อไว้แนะนำถือต่อไป (let profit run) และแนะนำแบ่งเงินทยอยซื้อสะสมเมื่อราคาทองคำ spot ปรับลงมาที่ 1,825 ดอลลาร์ และ 1,800 ดอลลาร์