เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

หอการค้าคาดเศรษฐกิจไทยปี’64 ฟื้นตัว โต 2.8% ห่วงส่งออกจากปัญหาตู้ขาดแคลน

18 ธ.ค. 2563 | 14:30น.

หอการค้าไทยคาดเศรษฐกิจไทย 2564 ฟื้นตัว โต 2.8% ขณะที่การส่งออกคาดอยู่ที่ 3.5% ผลปัญหาจากตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน ค่าเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2563 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยว่า หอการค้าไทยประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2564 อยู่ที่ 2.8% โดยการส่งออกทั้งปีขยายตัวอยู่ที่ 3.5% ภายใต้ค่าเงินบาทเฉลี่ย 30.40 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยอยู่ที่ 44.20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ส่วนการประมาณการณ์ตัวเลขอื่นๆคาดว่า การลงทุนรวมภาคเอกชน อยู่ที่ 2.8% การลงทุนภาครัฐ อยู่ที่ 12.6% จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศคาดว่าจะเข้ามาได้ประมาณ 4 ล้านคน อัตราเงินเฟ้อทั่วไป 1.0% หนี้ภาคครัวเรือน อยู่ที่ 84.5% ต่อจีดีพี

ส่วนปัจจัยสนับสนุน เช่น การมีวัคซีนป้องกันโควิด-19 มีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ภาคการผลิตและภาคบริการทั่วโลกเริ่มฟื้นตัวภายหลังจาการคลายล็อกดาวน์ เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวเร็วกว่าที่นักวิเคราะห์เคยคาดการณ์ไว้ และธนาคารกลางทั่วโลกต่างปรับนโยบายการเงินเป็นแบบผ่อนคลาย

ขณะที่ปัจจัยลบที่ยังต้องจับตา ได้แก่ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยืดเยื้อทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจบางส่วนชะลอตัว ความเปราะบางทางการเมืองทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุนลดลง เงินบาทที่แข็งค่าเร็วกว่าปกติและมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง ปัจจุบันอยู่ที่ 29.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

รวมถึงความเสี่ยงจากสถานการณ์ภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลนทำให้ผู้ส่งออกส่งมอบสินค้าไม่ทันตามกำหนด และความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่าสหรัฐฯกับจีน

อย่างไรก็ดี ภาพการส่งออกของไทยในปีหน้าจะกลับมาดีได้อยู่ในช่วงไตรมาส 2 หรือช่วงเดือนเมษายน 2564 จากการคาดว่าปัญหาตู้คอนเทนเนอร์จะคลี่คลาย และเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจรัฐบาลควรต้องอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจเพิ่มเติมในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2564 อย่างน้อย 1 แสนล้านบาท เพื่อช่วยประคองการส่งออกที่หายไปในช่วงในแรก

ส่วนปัญหาเปราะบางที่ต้องติดตามได้แก่ ตลาดแรงงาน ปัญหาภัยแล้งที่คาดว่าจะรุนแรงสุดในรอบ 7 ปี ที่ภาครัฐต้องเข้าแก้ไข

ส่วนสถานการณ์หนี้ครัวเรือนในปีหน้า คาดว่าจะเริ่มลดลงจากปี 2563 นี้ แม้จะยังอยู่ในระดับที่สูงกว่า 80% ของจีดีพีก็ตาม แต่ก็ยังไม่เป็นประเด็นที่น่ากังวล เนื่องจากหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นในปีนี้มาจากผลชั่วคราวจากสถานการณ์โควิด ที่ทำให้ประชาชนจำเป็นต้องก่อหนี้เพิ่มเพื่อรักษาสภาพคล่อง และคาดว่าหนี้ครัวเรือนจะสามารถลดลงต่ำกว่าระดับ 80% ได้ในปี 2565

ส่วนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 23 ธ.ค. 2563 คาดว่าการประชุม กนง.รอบนี้จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.50% ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์แล้ว พร้อมมองว่าไม่มีเหตุผลที่ กนง.จะต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเพื่อดูแลสถานการณ์เงินบาทที่แข็งค่า

อีกทั้ง อัตราดอกเบี้ยในระดับปัจจุบันถือว่าเพียงพอสำหรับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของไทยแล้ว อย่างไรก็ดี หากการเติบโตของเศรษฐกิจไทยไม่เป็นไปตามคาด กนง.ก็ยังมีช่องที่จะสามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงได้อีก 0.25% แต่มองว่ามีโอกาสจะเกิดขึ้นได้น้อย ซึ่งหากมีเหตุการณ์พลิกผันขึ้นจริง รัฐบาลยังมีศักยภาพเพียงพอที่จะกู้เงินได้อีก 1-1.5 ล้านล้านบาทเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกันรัฐบาลยังมีงบประมาณในส่วนของงบ 4 แสนล้านบาทเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจจากโควิด ซึ่งยังเหลืออีกกว่า 2 แสนล้านบาทที่จะสามารถนำมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจได้จนถึงเดือนกันยายน 2564

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ม.หอการค้าไทย