“ระยอง” ติดโควิดเพิ่มใหม่ 54 รายทะลุ 202 ราย
ระยองติดโควิดเพิ่มใหม่ 54 รายทะลุ 202 ราย ผู้ว่าฯแจงเหตุไม่ล็อคดาวน์ เป็นจังหวัดทางผ่าน มีสนามบินอู่ตะเภา ย้ำให้ “ทุกคนล็อคดาวน์”ตัวเอง พร้อมเร่งนำ “หอพัก-คอนโด-รร.” ทำรพ.สนาม
นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า วันที่ 30 ธันวาคม 2563 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 54 ราย รวมผู้ติดเชื้อสะสม 202 ราย เสียชีวิต(วานนี้) 1 ราย ที่สำคัญมีบุคคลทางการแพทย์ติดเชื้อ 1 ราย แต่สาเหตุไม่ได้มาจากในโรงพยาบาล เนื่องจากสัมพันธ์กับผู้ป่วยติดเชื้อกลุ่มเก่าอยู่แล้ว
สำหรับจำนวนผู้ป่วยในแต่ละอำเภอ 202 ราย แบ่งเป็นอ.เมือง 163 ราย ,อ.แกลง 8 ราย อ.บ้านค่าย 6 ราย ,อ.บ้านฉาง 5 ราย ,อ.เขาชะเมา 4 ราย ,อ.พัฒนานิคม 2 ราย และอ.ปลวกแดง 2 ราย
สถานที่สุ่มเสี่ยง ได้แก่ บ่อน บขส.เก่า ,ซุ้มไก่ ,ตลาดสตาร์,ฟิตผับ ,ตลาดวัดลุ่ม ,ร้านรายอง ,ซูดผับ ตลาดปากน้ำ,ร้านวัน ,ตลาดแม่แดง ,ที่เล่นการพนันทับมา,ที่เล่นการพนันสตาร์, ฟิตเนส โกลเด้นท์ ,สนามฟุตบอลบ้านเพ
ในการดำเนินการเชิงรุกตอนนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจัดรถชีวอนามัยพระราชทานมาประจำที่เนินอุไร เพราะฉะนั้นการตรวจจะได้ปริมาณมากขึ้นจะเร่งการตรวจให้เร็วที่สุด สิ่งที่ดำเนินการตอนนี้นอกจากการขยายการปิดสถานที่ไปทั่วทุกอำเภอแล้ว สิ่งที่สอบถามกันมามากคือ ร้านอาหาร ยังสามารถยังขายอาหารได้ แต่ต้องจัดโต๊ะเว้นระยะห่าง ห้ามจำหน่ายและบริโภคสุราในร้าน
อีกประเด็นคือวานนี้ได้รับการประสานจากจังหวัดชลบุรีว่ามีการตรวจแรงงานต่างด้าวโดยบริษัทเอกชนพาไปตรวจกับสถานที่ตรวจของเอกชน 130 ราย พบ 16 ราย เผอิญที่พักของแรงงานต่างด้าวมาอยู่ในอ.นิคมพัฒนา ซึ่งทางจังหวัดระยองได้ลงไปดู และได้กักบริเวณแรงงานต่างด้าวทั้งหมดไว้ที่แคมป์คนงานเรียบร้อยแล้ว โดยแบ่งแยกผู้ติดเชื้อออกมาอีกอาคาร ที่เหลืออยู่ในอาคารที่เหลือ และวันนี้และเข้าไปเก็บตัวอย่างเชื้ออีกครั้งหนึ่ง
ประเด็นสำคัญคือ 16 รายที่พบเชื้อโควิดกำลังให้ทางสาธารณสุขจังหวัดประสานว่า ตัวเลขจะไปขึ้นที่จ.ชลบุรี หรือจ.ระยอง เพราะบริษัทที่ตรวจเป็นแลปที่จ.ชลบุรี ตรงนี้รอความชัดเจนพรุ่งขึ้นอีกครั้ง
วานนี้(29ธ.ค.63)นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะพร้อมรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขมาให้กำลังใจชาวระยอง และให้ข้อแนะนำในการดำเนินงาน สิ่งที่นายกรัฐมนตรีเน้นคือ แรงงานต้องตรวจโควิดทุกคน
สำหรับแรงงานต่างด้าวไม่ถือว่าเถื่อนหรือไม่เถื่อนให้ถือว่าเป็นคนอยู่ในประเทศไทย ให้ระมัดระวังเรื่องการตรวจโรค ขณะเดียวกันให้ไปสำรวจนายจ้างต้องการคนงานบริมาณเท่าไหร่ จำนวนเดิมเท่าไหร่ ที่สำคัญชบวนการที่นำแรงงานต่างด้าวเคลื่อนย้ายต้องถูกดำเนินคดี
สำหรับสถานการณ์ในจังหวัดระยองเริ่มรุนแรง นายกรัฐมนตรีให้ดูจังหวัดรอบข้างด้วย เช่น ชลบุรี ฉะเชิงเทรา จันทบุรี
อีกประการเรื่องโรงพยาบาลสนามนายกฯให้ช่วยกันดำเนินการ ซึ่งทางจังหวัดระยองจำเป็นต้องตั้งโรงพยาบาลสนามขึ้นมาคล้าย ALQ เป็นห้องเดียว ไม่อยากเป็นโรงพยาบาลสนามแบบสมุทรสาคร เป็นโรงเรือนนอนรวมกัน เพราะเป็นคนกลุ่มเดียวกัน แต่ลักษณะของระยองคนมาจากหลายที่แตกต่างกัน ทางระยองจะนำหอพัก คอนโด โรงแรมมาทำโรงพยาบาลสนาม
“จึงขอความร่วมมือให้ทุกคนช่วยกัน หลายคนอาจกังวลผมขอยืนยันดีกว่ามีโรงพยาบาลไม่พอ แล้วปล่อยให้พี่น้องไปรวมกันในโรงพยาบาลสนาม หรือปล่อยให้พี่น้องนอนอยู่ที่บ้าน โอกาสติดเชื้อจะมีมากกว่า ถ้าเอามารวมกันแล้วบริหารจัดการ เหมือน ALQ ในกทม.ใจกลางเมือง แต่ไม่มีข่าวคนรอบข้างโรงแรมติดโควิด เพราะฉะนั้นขอให้ทุกคนร่วมมือในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม เพื่อดูแลพี่น้องให้ดี
รวมถึงจัดตั้ง LQ ในทุกอำเภอ โดยจะรับคนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงผู้ใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ แต่ตรวจรอบแรกไม่พบต้องกักตัว 14 วัน ถ้าเป็นบ้านเดี่ยว สามารถดูแลในบริเวณได้ก็ให้กักตัวที่บ้าน แต่หากบ้านเป็นห้องแถว ไม่มีรั้วรอบขอบชิด อยู่ใกล้เคียงชุมชน ๆเป็นห่วงก็จะให้เข้ามาที่ LQ เพื่อจะได้ดูแลได้ อย่าขัดขว้างการทำงานของเจ้าหน้าที่ จะดูแลอย่างดีไม่ให้ระบาดสู่รอบข้าง”
สิ่งที่ถามกันมามากเรื่องการเดินทางข้ามจังหวัด ตอนนี้คนระยองอย่าเดินทางไปที่ใด ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ แม้แต่ออกนอกบ้าน เพราะตอนนี้ทุกคนเสี่ยงหมด เพราะฉะนั้นขอความกรุณาว่า ฉลองปีใหม่อยู่บ้านกับครอบครัว หลายคนอาจคิดว่าเชิญคนสนิทญาติมิตรมาได้หรือไม่ อยู่ที่ประเมินกันเองว่า ผู้ที่จะมาจะไม่นำเชื้อมาติดคนในครอบครัว
ตอนนี้มีประมาณ 20 จังหวัดระบุชัดหากเป็นคนระยองเดินทางเข้าไปต้องกักตัว 14 วัน ทั้งนี้ สาเหตุที่จังหวัดไม่สามารถล็อคดาวน์การเดินทางข้ามจังหวัดได้ เพราะระยองเป็นเมืองผ่าน หากล็อคดาวน์แล้วคนจันทบุรี ตราด ชลบุรี จะเดินทางอย่างไร นอกจากนี้จ.ระยองมีสนามบินอู่ตะเภา เพราะฉะนั้นต้องมองหลายมิติ การสั่งอะไรง่าย แต่ผลกระทบแรง แต่สิ่งที่ชาวระยองช่วยกันได้ คือ ล็อคดาวน์ตัวเอง ดูแลตัวเองออกนอกบ้านให้น้อยที่สุด จะไปซื้อของจำเป็นในการดำรงชีพจดรายการไปก่อน ไปถึงซื้อตามรายการที่ต้องการแล้วกลับ ทำงานที่บ้านได้ยิ่งดี ถ้าไม่มีผลกระทบกับธุรกิจ