คาดหุ้นไทยปรับตัวลงเป็นหลัก 1,420-1,460 จุด พะวงผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศเร่งตัวขึ้น
ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวลงเป็นหลักในกรอบ 1,420-1,460 จุด ท่ามกลางความกังวลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศเร่งตัวขึ้น นักลงทุนพะวงประชาชนกลับจากเที่ยวปีใหม่เร่งผู้ติดเชื้อมีการแพร่ระบาดหนัก หากรัฐไม่ใช้มาตรการควบคุมจริงจังทันที อาจส่งผลเสียต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ศูนย์วิจัยฯ หลายแห่งคาดการณ์จีดีพีไทยปีนี้อาจขยายตัวได้ระหว่าง 2.5-3.5% ก็อาจจะเป็นไปได้ยากมากขึ้น
บริษัท หลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้(4 ม.ค.63) ว่า คาดตลาดหุ้นไทยเช้านี้จะปรับตัวลงเป็นหลักในกรอบระหว่าง 1,420 – 1,460 จุด ท่ามกลางความกังวลของจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศที่เร่งตัวขึ้นในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา
จนทำให้ ศบค. ต้องประกาศยกระดับเพิ่มพื้นที่ควบคุมสูงสุด (โซนสีแดง) เป็นกว่า 28 จังหวัด พร้อมข้อกำหนด 8 ข้อ สั่งปิดสถานที่เสี่ยง สั่งห้ามจัดกิจกรรม เพิ่มเงื่อนไขการเปิดดำเนินการ รวมถึงการตรวจเข้มการคัดกรองเดินทางข้ามจังหวัด โดยเริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ทั้งนี้ยังต้องเฝ้าระวังจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศอย่างใกล้ชิด คาดนักลงทุนยังกังวลประเด็นการเดินทางของประชาชนหลังกลับจากการพักผ่อนท่องเที่ยวจะเร่งให้ผู้ติดเชื้อมีการแพร่ระบาดหนักมากขึ้น และหากภาครัฐไม่ใช้มาตรการควบคุมจริงจังทันที อาจส่งผลเสียต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงหลังจากนี้
ซึ่งก่อนหน้านี้ศูนย์วิจัยฯ หลายแห่งคาดการณ์ว่าจีดีพีไทยในปีนี้อาจขยายตัวได้ระหว่าง 2.5-3.5% ก็อาจจะเป็นไปได้ยากมากขึ้น แม้ภาครัฐจะแสดงความหวังว่าไทยจะได้วัคซีนโควิดเข้ามาใช้ในช่วงเดือน ก.พ.64 แต่ด้วยจำนวนวัคซีนที่ไม่มากและจะเริ่มฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ก่อนเท่านั้น สถานการณ์ในตอนนี้จึงยังถือว่ายังน่าเป็นห่วง
ขณะดียวกันไวรัสกลายพันธุ์จากอังกฤษส่งตรงถึงไทยแล้ว ล่าสุดหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเปิดเผยว่าได้ถอดรหัสพันธุกรรมไวรัสจากผู้ติดเชื้อครอบครัวชาวอังกฤษ 4 คน ที่กลับเข้ามาในไทยแล้วพบว่าเป็นไวรัสกลายพันธุ์ที่แพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วและเป็นชนิดเดียวกับในอังกฤษ ซึ่งตอนนี้ทั้ง 4 คนยังอยู่ใน ASQ ของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งและถูกควบคุมอย่างเป็นอย่างดี แต่นักลงทุนยังวางใจไม่ได้
สำหรับวันนี้เวลาในประเทศไทย ติดตาม Manufacturing PMI ของจีน (เช้านี้) และกลุ่มประเทศยุโรป (ช่วงเย็นวันนี้) รวมถึงการประชุม OPEC+ ซึ่งเบื้องต้นคาดจะคงการลดกำลังการผลิตน้ำมันที่ 7.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน พร้อมให้มุมมองการใช้พลังงานน้ำมันโลกสำหรับครึ่งปีแรกของปี 2564