ไทยยังตามหลังเวียดนาม TDRI ชี้อีก 3 ปีเศรษฐกิจถึงจะฟื้น
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 64 ขยายตัว 2-3% คาดใช้เวลาอีก 2-3 ปีก่อนกลับสู่ระดับก่อนโควิด-19 ระบาด ชี้ภาคการส่งออก-ภาครัฐเป็นความหวังในการเติบโต หลังเศรษฐกิจโลกฟื้นทยอยสั่งซื้อสินค้าไทยเพิ่ม คาดส่งออกโต 6% เปิดข้อมูลบีโอไอเร่งอนุมัติโครงการลงทุน ย้ำจีนย้านฐานการผลิตมาไทย แต่ใช้เวลา 1-2 ปีข้างหน้าหนุนการลงทุนเร่งขึ้น
ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้อำนวยการโครงการ TDRI Economic Intelligence Service (EIS) สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่าภายในงาน “2021 FACING CHANGE OR MORE CHALLENGES” ที่จัดโดย Kbank PRIVATE BANKING ธนาคารกสิกรไทย ภายใต้หัวข้อ “เจาะลึกทิศทางเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย” ว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2564 มองว่าจะฟื้นตัวดีขึ้นจากปีก่อน
โดยคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) อยู่ที่ 2-3% จากปีก่อนมีอัตราติดลบ 7-8% เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวยังไม่กลับมา ซึ่งมีผลต่อรายได้และการบริโภค อย่างไรก็ดี มองว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวกลับเข้าสู่ระดับปกติก่อนเกิดโควิด-19 จะใช้ระยะเวลาอีก 2-3 ปี หรือในปี 2566
อย่างไรก็ดี ภาคการส่งออกจะเป็นจุดที่คาดหวังในการเติบโต โดยเฉพาะในตลาดหลัก เช่น สหรัฐ จีน และญี่ปุ่นที่แนวโน้มเศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้น ทำให้ความต้องการซื้อสินค้าและบริการจากไทยจะปรับเพิ่มขึ้น โดยคาดการณ์อัตราการเติบโตของการส่งออกอยู่ที่ 5-6% จากปีก่อนที่มีอัตราการเติบโตติดลบ 6% ขณะที่การท่องเที่ยวจะเห็นว่าการท่องเที่ยวภายในประเทศเริ่มกลับมาดีขึ้น แต่การท่องเที่ยวในต่างประเทศยังคงเป็น 0 อย่างไรก็ดี คาดว่าภาคการท่องเที่ยวจะกลับมาเทียบกับปี 2562 จะเห็นภายในปลายปีนี้
ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนยังคงต้องใช้เวลา เนื่องจากความต้องการสินค้าและบริการลดลง ทำให้ความต้องการขยายการลงทุนลดลง ประกอบกับกำลังส่วนเกินยังคงเหลือจำนวนมาก
อย่างไรก็ดี หากดูตัวเลขจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จะพบว่า บีโอไอมีการอนุมัติโครงการลงทุนจำนวนมากเมื่อเทียบกับปี 2562 สะท้อนภาพการลงทุนที่จะเกิดขึ้นอีกใน 1-2 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะประเทศจีนที่มีการย้ายฐานผลิตและการลงทุนออกมาในภูมิภาคนี้ ซึ่งประเทศเวียดนาม ถือเป็นประเทศที่ได้รับการลงทุนมากเป็นอันดับ 1 และรองลงมาจะเป็นไทย โดยกลุ่มที่มีการย้ายฐานการผลิตมาจะเป็น ชิ้นส่วนยานยนต์ ยานยนต์ เป็นต้น
สำหรับการลงทุนภาครัฐ ถือเป็นเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยและวิ่งอยู่ในปัจจุบัน โดยจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท จะเห็นว่าภาครัฐใช้เงินงบประมาณไปประมาณเพียง 30% ซึ่งมีเงินอีกจำนวนมากในการเยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านโครงการต่าง ๆ แม้ว่าจะมีโครงการ “เราชนะ” และ “คนละครึ่ง” ออกมาก็เชื่อว่าภาครัฐยังมีศักยภาพในการใช้จ่ายได้อีก
“เศรษฐกิจไทยในปี 64 เรายังมองว่ายังคงเหนื่อยอยู่ โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอีที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว และร้านอาหาร ยังไม่ได้ฟื้นตัว ซึ่งเซ็กเตอร์เหล่านี้อาจจะกระทบต่อการจ้างงานได้ จะเห็นว่าตัวเลขในเดือนตุลาคมปีที่ผานมาชั่วโมงการทำงานลดลง และคาดว่าจะลดลงอีกจากผลกระทบโควิด-19 รอบใหม่ โดยจะมีผลต่อกำลังซื้อของคน ส่วนภาคการส่งออก การใช้จ่ายภาครัฐ เกษตร อี-คอมเมิร์ซจะขยายตัวได้ดี”