เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ลงทุนสะดุดนิดหน่อย! ปี’63 ขอบีโอไอ 481,000 ล้าน ดัน BCG ธงปี’64

10 ก.พ. 2564 | 13:09น.

บีโอไอ เผยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนปี 2563 แตะ 481,150 ล้านบาท ลดลง 7% ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 กลุ่มอุตสาหกรรมชีวภาพ BCG การแพทย์ เทคโนโลยีดิจิทัลพุ่ง ขณะที่การลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ญี่ปุ่นยังครองแชมป์ ไม่ขอตั้งเป้าปี 2564 หวังลงทุนไม่น่าต่ำกว่าเดิม โฟกัสการปรับปรุงมาตรการเก่า เปิดทางอีกหลายกิจการให้ได้สิทธิประโยชน์เพิ่ม ล่าสุดบอร์ดไฟเขียวมาตรการส่งเสริมการลงทุนให้บริษัทที่ได้รับบีโอไอ เข้าตลาดหลักทรัพย์ mai

นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยการลงทุนในปี 2563 ที่ผ่านมา ว่า มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน 1,717 โครงการเพิ่มขึ้นจากปี 2562 เล็กน้อย ขณะที่มูลค่าลงทุนรวมอยู่ที่ 481,150 ล้านบาท ลดลง 7% จากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 แต่เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 690,000 ล้านบาทนั้น ด้วยมีโครงการใหญ่รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ไฮสปีด) ที่มีมูลค่า 100,000 กว่าล้านบาท หากไม่นับส่วนนี้ ในปี 2563 ก็นับว่ายอดขอส่งเสริมการลงทุนมีมูลค่าใกล้เคียงกัน

ดวงใจ อัศวจินตจิตร์
ดวงใจ อัศวจินตจิตร์

โดยกลุ่มอุตสาหกรรมการแพทย์ มีการเติบโตมากที่สุด ซึ่งคำขอรับการส่งเสริมตลอดปีมีอัตราเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนโครงการและมูลค่าลงทุน มีจำนวน 83 โครงการ เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ถึง 177% คิดเป็นมูลค่าลงทุนรวม 22,290 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 165%

ทั้งนี้ เป็นคำขอรับการส่งเสริมในพื้นที่ EEC มีจำนวน 453 โครงการ มูลค่าลงทุนรวม 208,720 ล้านบาท ส่วนใหญ่ลงทุนในกลุ่มสาธารณูปโภค บริการพื้นฐานและการขนส่ง เป็นต้น

ส่วนคำขอรับการส่งเสริมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (SEZ) มีจำนวน 17 โครงการ มูลค่าลงทุน 12,340 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 423% ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่นักลงทุนไทยมีศักยภาพ เช่น การผลิตถุงมือทางการแพทย์ และการผลิตอาหาร เป็นต้น

ขณะที่ กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-curve) ซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ มีมูลค่าลงทุนทั้งสิ้น 230,740 ล้านบาท คิดเป็น 48% ของมูลค่าการขอรับการส่งเสริมทั้งสิ้น โดย 5 อันดับแรก ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ , การเกษตร และแปรรูปอาหาร, ยานยนต์ และชิ้นส่วน , ปิโตรเคมี และเคมีภัณฑ์, เทคโนโลยีชีวภาพ

“สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นทั้งความท้าทายและโอกาส แม้ในภาพรวมการลงทุนจะชะลอตัว แต่ก็มีบางธุรกิจที่สามารถขยายตัวจากวิกฤตครั้งนี้ เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมทางการแพทย์ ซึ่งคำขอรับการส่งเสริมตลอดปี ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนในช่วงปีที่ผ่านมาประสบความสำเร็จ สอดรับกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะกิจการในกลุ่มของหน้ากากอนามัย และถุงมือยางทางการแพทย์” นางสาวดวงใจกล่าว

ด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริม จำนวน 907 โครงการ มูลค่าลงทุน 213,162 ล้านบาท โดยประเทศญี่ปุ่นยื่นขอรับการส่งเสริมมากที่สุดทั้งจำนวนโครงการ และมูลค่าลงทุน จำนวน 211 โครงการ มูลค่าลงทุน 75,946 ล้านบาท ตามด้วยประเทศจีน สหรัฐฯ เนเธอร์แลนด์

ด้วยจุดแข็งของไทยเมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มเอเชียคือ การมีจุดแข็งด้านอุตสาหกรรมสนับสนุน วัตถุดิบและชิ้นส่วน ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจ Business Conditions of Japanese Companies in Asia and Oceania ของ JETRO ปี 2562 ที่พบว่า บริษัทญี่ปุ่นที่ลงทุนในไทย ใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศไทยในระดับสูงกว่าบริษัทญี่ปุ่นที่ลงทุนในอินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม

อย่างไรก็ดี ในปี 2563 มีสัญญาณที่ดีจากการลงทุนที่เป็นกิจการ SMEs โดยมีจำนวน 67 โครงการ เพิ่มขึ้น 20% มูลค่าลงทุน 2,490 ล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ในกิจการผลิตเครื่องมือแพทย์จากผ้า หรือเส้นใยชนิดต่างๆ เช่น หน้ากากอนามัย เป็นต้น

ทิศทางการส่งเสริมการลงทุนในปี 2564 บีโอไอมีแนวทางส่งเสริมในกิจการที่ไทยมีศักยภาพ มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต พร้อมกับยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ และขับเคลื่อนการปรับโครงสร้างของภาคการผลิตและบริการ เช่น อุตสาหกรรมในกลุ่ม BCG การแพทย์ อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล บริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการผลิตและบริการ

“ปี 2564 เราไม่ตั้งเป้าตัวเลขขอรับการส่งเสริมการลงทุน เพราะมันมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องมาก แต่จะไม่ทำให้น้อยกว่าเดิม และปกติ 2 ปีที่ผ่านมาเราก็ได้เฉลี่ย 400,000 -500,000 ล้านบาท แต่ปีนี้ยังมีปัจจัยเรื่องของเศรษฐกิจโลก โควิด-19 เช่นเดียวกับปี 2563 ที่เราก็ไม่ได้ตั้งเป้าเพราะโควิด-19 เกิดมาพอดี

ปีนี้เราจะเน้นที่จะปรับปรุงมาตรการเดิมที่มี เพิ่มประเภทกิจการใหม่ๆ เงื่อนไข กำหนดไว้ว่าทุกครั้งที่ประชุมบอร์ดเราต้องเสนอการปรับปรุงมาตรการ อย่างกลุ่ม BCG มีการลงทุนมากพวกอุตสาหกรรมชีวภาพ แต่มันยังมีประเภทกิจการที่เรายังไม่ครอบคลุมเราก็ต้องมาดูขยายไปให้ พวกที่อยู่ในกลุ่ม Circular Economy รีไซเคิลพลาสติก รีไซคลิ่ง เวสทรีทเม้น เป็นต้น”

ล่าสุดที่ ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีมติอนุมัติมาตรการส่งเสริมการลงทุนให้บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หรือ ตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการไทย รวมถึงเสริมสร้างความเข้มแข็งของตลาดทุนและระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติมอีก 100% ของเงินลงทุน (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน)

ทั้งนี้ โครงการลงทุนที่ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอไปแล้ว แม้จะมีรายได้แล้วก็ตาม สามารถขอรับสิทธิประโยชน์ตามมาตรการนี้ได้ แต่จะต้องมีสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลืออยู่ทั้งระยะเวลาและวงเงินที่ได้รับยกเว้น

อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ไม่รวมถึงบริษัทที่จดทะเบียนในตลาด SET หรือ mai อยู่แล้ว ก่อนวันที่มาตรการนี้มีผลใช้บังคับ โดยสามารถยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ภายในวันทำการสุดท้ายของปี 2565

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บีโอไอ BOI