เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

ลุ้น กนศ. ไฟเขียว FTA ไทย-อียู พาณิชย์วางไทม์ไลน์เจรจานัดแรกกลางปี

14 มี.ค. 2564 | 17:00น.
ส่งออก-เงินบาท

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ชง กนศ.ไฟเขียวกรอบเอฟทีเอไทย-อียู เป้าหมายเปิดเจรจานัดแรกกลางปี2564 มั่นใจช่วยดันยอดการค้าไทย-อียูหนุนเศรษฐกิจไทยโต 5% ทะลุ 8 แสนล้าน

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า หลังจากสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา ได้ศึกษาผลกระทบจากการจัดทำความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป (เอฟทีเอไทย-อียู) เสร็จสิ้นไปเมื่อเดือนกันยายน 2563

โดยได้ชี้ชัดว่าเอฟทีเอไทย-อียูซึ่งครอบคลุมเรื่องการค้าสินค้า บริการ และการลงทุน รวม 16 ประเด็น จะช่วยสร้างโอกาสการส่งออกไปอียูจะปรับตัวสูงขึ้น 2.83% หรือ 2.16 แสนล้านบาท และการนำเข้าสูงขึ้น 2.81% หรือ 2.09 แสนล้านบาท

ทำให้เศรษฐกิจไทยมีโอกาสขยายตัว 5% หรือ 8.01 แสนล้านบาท ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจ จากปัจจุบันที่อียูเป็นคู่ค้าอันดับ 5 โดยไทยส่งออกไปอียูมูลค่า 19,735.9 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้าจากอียูมูลค่า 18,492.1 ล้านเหรียญสหรัฐ

ล่าสุดนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมอยู่ระหว่างจัดทำกรอบการเจรจาเอฟทีเอ ไทย-อียู โดยได้หารือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ก่อนนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อนำเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) และที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบให้ไทยสามารถเริ่มการเจรจารอบแรกได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ในช่วงกลางปี 2564 นี้

สำหรับรายละเอียดของกรอบเจรจานั้น เป็นกรอบกว้าง ๆ ที่จะนำไปเจรจาหารือในรายละเอียด โดยศึกษาจากแนวทางการเจรจาระหว่างประเทศที่อียูทำข้อตกลงเอฟทีเอและมีผลบังคับใช้ไปแล้ว

และที่อยู่ระหว่างการเจรจา เช่น เวียดนาม สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ซึ่งไทยได้วางกรอบการเจรจาครอบคลุมทั้งประเด็นการเปิดตลาดสินค้า บริการ และการลงทุน ทั้งยังมีการเจรจาครอบคลุมไปถึง เช่น การจัดซื้อจัดจ้าง พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การแข่งขันทางการค้า เป็นต้น

“การเจรจาเอฟทีเอไทย-อียู เกิดขึ้นภายหลังจากเอฟทีเออียูกับประเทศอื่นจะมีการได้เปรียบเสียเปรียบหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับทั้ง 2 ฝ่ายว่าจะตกลงที่จะเปิดตลาดหรือตกลงได้มากน้อยแค่ไหน ยังไม่สามารถระบุได้ เป็นรายละเอียดในการเจรจาในแต่ละครั้งจนกว่าจะตกลงและบังคับใช้ร่วมกัน”

ทั้งนี้ ผลการศึกษาพบว่าเอฟทีเอจะทำให้สินค้าส่งออกของไทย มีโอกาสส่งออกเพิ่มขึ้น เช่น ยานยนต์และชิ้นส่วน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้าและสิ่งทอ ผลิตภัณฑ์อาหาร เคมีภัณฑ์ ยาง และพลาสติก เป็นต้น

จากปัจจุบันที่ภาษีนำเข้ามีมูลค่าสูง ส่วนการเปิดเสรีภาคบริการในสาขาสำคัญ เช่น สิ่งแวดล้อม การจัดส่งสินค้า การเงินและประกันภัย และการขนส่งทางทะเล ที่จะทำให้นักลงทุนจากอียูเข้ามาลงทุนธุรกิจในไทยมากขึ้น

นอกจากนี้ การเปิดตลาดจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ จะทำให้ภาครัฐได้รับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพและมีตัวเลือกมากขึ้น ราคาถูกลง ซึ่งไทยก็ต้องเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้น แต่คาดว่าไม่กระทบต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมากนัก

ส่วนการเปิดตลาดแล้วผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยที่ต้องเตรียมรับมือ พร้อมกับการปรับตัว โดยเฉพาะในสินค้าน้ำตาล นม แต่ไทยสามารถนำเป็นสินค้าอ่อนไหว หรือขอระยะเวลาในการปรับตัว ก่อนที่จะเปิดตลาดเสรี

ส่วนประเด็นการยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การผูกขาดข้อมูลเพื่อขออนุมัติวางตลาดยา การให้ความคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ตามแนวทางอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืช (UPOV 1991) และการคุ้มครองสิทธิแรงงานตามแนวทางของแรงงานโลกขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่หลายฝ่ายให้ความสำคัญ ยังต้องหารืออย่างรอบคอบ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การส่งออกสินค้า