เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พยากรณ์อากาศ (19 ก.ค.) ประเทศไทย ฝนฟ้าคะนอง 20-30% ของพื้นที่
Economic พยากรณ์อากาศ (19 ก.ค.) ประเทศไทย ฝนฟ้าคะนอง 20-30% ของพื้นที่
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ก.ค.) ขยับขึ้น 1.35% อยู่ที่ 64,797 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ก.ค.) ขยับขึ้น 1.35% อยู่ที่ 64,797 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ก.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ก.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
“อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
Biz Movement “อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
SD ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
Business ‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
Politics นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
SD เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
World ‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
Finance อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
ดูทั้งหมด

เกาะติด 4 ท่าที รัฐสภาโหวตวาระ 3 แก้-ไม่แก้รัฐธรรมนูญ

17 มี.ค. 2564 | 08:49น.

เข้าสู่ช่วงไคลแมกซ์ ชี้ชะตาการลงมติร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับที่….) พ.ศ…. วาระที่ 3

สถานการณ์ยังอยู่ในช่วง “ฝุ่นตลบ” แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญนัดถกด่วน กระทั่งออกคำวินิจฉัยกลางมา 11 หน้า เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ก่อนถึงเวลานัดลงมติวาระ 3 ถึง 2 วัน ทั้งที่ ใจความของคำวินิจฉัยกลาง ไม่แตกต่างไปจากคำวินิจฉัยฉบับย่อที่ออกมาเมื่อ 11 มีนาคม

ในคำวินิจฉัยกลาง หน้า 10 และ 11 ศาลรัฐธรรมนูญระบุย้ำไว้ 2 ครั้ง

โดยหน้า 10 ระบุว่า “หากรัฐสภาประสงค์จะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องจัดให้ประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ถ้าผลประชามติเห็นชอบด้วย จึงดำเนินการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อไป เมื่อเสร็จแล้ว ต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติว่าเห็นชอบหรือไม่กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้งหนึ่ง”

และย้ำในหน้า 11 ว่า “รัฐสภามีหน้าที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว ต้องให้ประชาชนลงประชามติเห็นชอบหรือไม่กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้งหนึ่ง”

กล่าวคือ หากจะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องทำประชามติถามประชาชนก่อน หาก “ผลประชามติเห็นชอบด้วย” ถึงจะมีการ “ดำเนินการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ต่อไป”

แต่ทั้งพรรคการเมืองในฝ่ายรัฐบาล พรรคการเมืองฝ่ายค้าน และ ส.ว. 3 ตัวละครที่จะลงมติในวาระที่ 3 ยังแสดงความเห็นไปคนละทาง

ที่ถกเถียงกันหนักคือ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับที่….) พ.ศ. …จะลงมติในวาระ 3 กันได้หรือไม่ อย่างไร

เพราะคำวินิจฉัยของศาลระบุตอนหนึ่ง “การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วยวิธีการร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมให้มีหมวด 15/1 (ของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว) ย่อมมีผลเป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 อันเป็นการแก้ไขหลักการสำคัญที่ผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญดั้งเดิมต้องการปกป้องคุ้มครองไว้”

4 ท่าทีก่อนลงถึงนาทีดีเดย์

ดังนั้น เมื่อร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 กำหนดไว้ว่าย่อมมีผลเป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 ทำให้เกิดการตีความผลกระทบหากลงมติวาระที่ 3 ที่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ส.ส.ฝ่ายค้าน และ ส.ว.เห็นไปคนละทางดังนี้

1. ตีตก – ถอนญัตติ ได้แก่ ส.ว.

นายสมชาย แสวงการ ส.ว. ฐานะเลขานุการวิปวุฒิสภา กล่าวว่า ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่จะลงมติวาระ 3 ในวันที่ 17 มี.ค.นี้ ถือว่าเป็นโมฆะเรียบร้อยแล้ว เพราะถ้าดูจากคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญ จะเห็นว่าศาลวินิจฉัยชัดเจนว่าเป็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งทำไม่ได้

ทางออกให้ร่างดังกล่าวตกไปเลยตามคำวินิจฉัยของศาล หรือให้ประธานรัฐสภาใช้ดุลยพินิจชี้ขาดให้ร่างดังกล่าวตกไป ขึ้นอยู่กับที่ประชุมรัฐสภาจะหารือกัน แต่ไม่สามารถใช้วิธีแช่แข็งร่างแก้ไขให้ค้างวาระไว้ แล้วไปรอทำประชามติ เพราะร่างดังกล่าวเป็นโมฆะไปแล้ว ถึงอย่างไรก็ต้องตกไป

พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ระบุว่า จากคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญ มีความชัดเจนว่าหากจะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับต้องนำไปถามประชาชนผ่านการทำประะชามติ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้สอบถามประชาชน เพราะเป็นการยื่นญัตติของสมาชิกรัฐสภา และมีเนื้อหาสำคัญ ระบุไว้ในร่างหมวด 15/1 ว่าด้วยกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งตนมองว่า ไม่ถูกต้อง

“สำหรับแนวทางนั้นมีความเป็นไปได้ว่า จะเสนอให้ผู้ที่เสนอญัตติถอนเรื่อง หรือให้ที่ประชุมพิจารณาให้ตกไป ส่วนการลงมติวาระสามนั้นเป็นไปไม่ได้ เว้นแต่ดื้อดึงให้โหวต บุคคลนั้นต้องรับผิดชอบ”

2.งดออกเสียง คือ พรรคพลังประชารัฐ

น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ที่ประชุมพรรคได้พูดคุยถึงความเป็นไปได้ในกรณีที่หากมีการลงมติ เพื่อเป็นการเคารพคำวินิจฉัยของศาลและดำเนินการให้ถูกต้อง ไม่ให้ขัดกับหลักกฎหมาย พรรค พปชร.อาจของดออกเสียง

3.เดินหน้าลงมติวาระ 3 คือพรรคฝ่ายค้าน

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทย แกนหลักฝ่ายค้านมีมติในที่ประชุมพรรค ให้เดินหน้าลงมติวาระที่ 3 ทั้งนี้ “ชูศักดิ์ ศิรินิล” รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ไม่ใช่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในตัวเอง

ดังนั้น จึงไม่จำเป็นที่จะต้องยกเลิกกระบวนการทั้งหมดที่ทำมาเพื่อไปเริ่มถามประชามติประชาชนก่อน แต่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเกิดขึ้นต่อเมื่อร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมได้ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา ผ่านการลงมติของประชาชนและประกาศใช้ เป็นรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมแล้วเท่านั้น

โดยหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน 6 พรรค หารือในช่วงเช้าก่อนเข้าห้องประชุมโหวตอีกครั้งหนึ่ง

4.ยังลังเล ดูทิศทางลม ได้แก่พรรคร่วมรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ – ภูมิใจไทย

“องอาจ คล้ามไพบูลย์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค แถลงผลประชุมพรรคว่า พรรคยังไม่มีข้อยุติแต่อย่างใด โดย ส.ส.แบ่งออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าให้รอการหารือของฝ่ายกฎหมายรัฐสภาก่อน ขณะเดียวกันอีกฝ่ายเห็นว่าให้ยึดจุดยืนของพรรค ที่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยหากสภาให้โหวตวาระ 3 ส.ส.พรรคก็ควรต้องโหวตเห็นชอบ

ทั้งนี้ ผู้ใหญ่ของพรรค เช่น นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อและประธานที่ปรึกษาพรรค ได้แสดงความคิดเห็นว่า เห็นด้วยว่าควรรอฝ่ายกฎหมายของสภาก่อน แต่ความเห็นส่วนตัวคิดว่าพรรคต้องยึดถือจุดยืน คือเดินหน้าโหวตเห็นชอบวาระ 3

นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคจะมีการหารือใน 17 มีนาคม โดยเบื้องต้นได้มีการวางแนวทางไว้ 2-3 แนวทาง ซึ่งต้องรอดูมติที่ประชุมอีกครั้ง ส่วนแนวโน้มในการลงมตินั้นเจตนาของพรรคแต่เดิมคือการให้มี ส.ส.ร.ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญ

ดังนั้น แนวทางการโหวตของพรรคคงไม่ใช้การให้ร่างต้องตกไป แม้จะเป็นการงดออกเสียงตามที่บางพรรคมีการประกาศ ยอมรับว่า หากท้ายที่สุดแล้วรัฐสภายืนยันที่จะให้มีการลงมติวาระ 3 พรรคก็อาจจะลงมติให้ความเห็นชอบร่างแก้ไขดังกล่าว

ล้อมโหวตวาระ 3

ที่สุดแล้ว ในช่วงค่ำของวันที่ 16 มีนาคม “ชวน หลีกภัย” ประธานรัฐสภา ได้เผยคำวินิจฉัยของฝ่ายกฎหมายรัฐสภาว่า โดยเห็นว่าไม่ควรลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 3 ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ควรต้องมีการทำประชามติก่อน ส่วนจะทำประชามติในขั้นตอนใดนั้น จะต้องหารือในที่ประชุมวันพรุ่งนี้ โดยจะเปิดโอกาสให้สมาชิกได้แสดงความเห็นอย่างเต็มที่ ก่อนจะตัดสินใจว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร

ยืนยันว่าการบรรจุระเบียบวาระประชุมรัฐสภา เพราะเป็นการ ทำหน้าที่ตามกฎหมายบังคับไว้ ว่าเมื่อผ่านการพิจารณาในวาระที่ 2 จะต้องรอ 15 วัน และเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่ 3 และจากปัญหาดังกล่าวแต่ละฝ่ายมีความเห็นที่หลากหลาย ทั้งนักวิชาการ นักกฎหมาย แต่ฝ่ายกฎหมายของสภานั้น ไม่ได้มีประโยชน์ไปเกี่ยวข้องกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ดังนั้นน้ำหนักของฝ่ายกฎหมายสภาจึงมีความหมายมาก

แปลความได้ว่าการลงมติวาระที่ 3 โอกาสริบหรี่เต็มทน แนวโน้มที่จะถูกตีตก – ถอนญัตติตาม ส.ว.มีโอกาสเป็นไปได้มากกว่า

ทั้งนี้ ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 37 ระบุว่า การแก้ไขเพิ่มเติมญัตติหรือการถอนญัตติที่ประธานรัฐสภาสั่งบรรจุเข้าระเบียบวาระ การประชุมรัฐสภา จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมของที่ประชุมรัฐสภา

ขณะนี้ เสียงในรัฐสภามี 737 เสียง แบ่งเป็น ส.ส. 487 และ ส.ว.250 เสียง หากจะถอนญัตติจะต้องได้เสียงข้างมาก 369 เสียงขึ้นไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รัฐธรรมนูญ