สาวพม่าอายุ 16 ปี ถูกยิงอาการสาหัส แค่ออกไปซื้อผัก
หญิงพม่าอายุ 16 ถูกยิง ทั้งที่แค่ออกไปซื้อผัก
แห่ประณามเจ้าหน้าที่พม่า ยิงสาวอายุ 16 ปี อาการสาหัส พ่อแม่เผยลูกแค่ออกไปซื้อผัก!
วันที่ 18 มีนาคม ข่าวสด รายงานข้อมูลจากเอเอฟพีว่า สถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมาได้เข้าสู่สัปดาห์ที่ 7 แล้ว หลังกองทัพเมียนมาก่อรัฐประหาร ยึดอำนาจจากรัฐบาลของนางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ชาวเมียนมาเริ่มลุกฮือและประท้วงใหญ่ทั่วประเทศในเวลาต่อมา
ล่าสุด สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองเมียนมา หรือ AAPP ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 210 ราย บาดเจ็บนับพันคน ถูกจับกุมกว่า 2,175 คน และมีการประกาศใช้กฎอัยการศึกในหลายพื้นที่ของนครย่างกุ้ง
ระหว่างนี้กระแสประณามกองทัพเมียนมาได้ปะทุขึ้นอีกระลอก หลัง น.ส.หง่วย อู้ (นามสมมุติ) เด็กสาวอายุ 16 ปี ในเมืองวู่นดวีน ภูมิภาคมัณฑะเลย์ ถูกลูกหลงกระสุนยางของเจ้าหน้าที่ ยิงเจาะศีรษะจนบาดเจ็บสาหัสระหว่างออกไปซื้อของที่ตลาด เมื่อวันอังคารที่ 16 มีนาคม ที่ผ่านมา
นายแพทย์ลา มิน เผยว่า น.ส.หง่วย อู้ กำลังเดินทางไปซื้อผักเพื่อนำกลับมาทำอาหาร แต่เจ้าหน้าที่ความมั่นคงใช้กระสุนยางยิงหญิงสาว ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มผู้ประท้วง เบื้องต้น น.ส.หง่วย อู้ บาดเจ็บหนัก ยิ่งเมื่อมีการประกาศใช้มาตรการเคอร์ฟิว ยิ่งกระทบต่อระบบการให้บริการด้านสุขภาพ ประกอบกับความไม่เชื่อใจในเจ้าหน้าที่รัฐบาลทหาร ส่งผลให้การส่งตัว น.ส.หง่วย อู้ ไปรักษาที่โรงพยาบาล ต้องใช้เวลานานกว่า 6 ชั่วโมง ทำให้อาการยิ่งทรุดหนัก และไม่มีใครรู้ชะตากรรมว่าหญิงสาวรายนี้จะหายดีหรือไม่
นพ.ลา มิน เผยอีกว่า ตอนแรกพ่อแม่ของ น.ส.หง่วย อู้ พาลูกสาวไปยังคลินิกของมูลนิธิช่วยเหลือผู้ทุกข์ยาก แต่เนื่องจากบาดแผลถูกยิงที่ศีรษะสาหัสมาก จึงต้องพาตัวหญิงสาวไปโรงพยาบาลในเมืองแทน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลดังกล่าวระบุว่าไม่สามารถรักษาได้ และให้ส่ง น.ส.หง่วย อู้ ไปยังโรงพยาบาลทหารในเมืองปยีนอู้ลวีน ซึ่งอยู่ห่างออกไป 3 ชั่วโมง
พ่อแม่ของ น.ส.หง่วย อู้ ต้องการพาลูกสาวเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนในเมืองเมะทีลา เนื่องจากไม่มั่นใจว่าหมอที่โรงพยาบาลทหาร จะยอมรักษาเหยื่อจากการปราบปรามผู้ประท้วง
“ครอบครัวไม่รู้ว่าจะไปไหนดี พวกเขาไป ๆ มา ๆ บนเส้นทางระหว่างเมืองปยีนอู้ลวีนกับเมืองเมะทีลา” นพ.ลา มิน อธิบายและว่า สุดท้ายพวกเขาไม่มีทางเลือก เลยส่งตัว น.ส.หง่วย อู้ ไปโรงพยาบาลทหารที่ใกล้ที่สุดเมื่อเวลาราว 23.00 น. ของวันเดียวกัน จากนั้นแพทย์ได้ฉายรังสีด้วยวิธีซีทีสแกนพบว่า มีส่วนของกะโหลกศีรษะหักและทิ่มสมองซีกขวา
พ่อของ น.ส.หง่วย อู้ เล่าว่า ที่ตนขับรถอยู่นอกบ้านหลังเคอร์ฟิวเวลา 20.00 น. ไม่ใช่การกระทำของความกล้าหาญ แต่เป็นความกลัวว่าจะสูญเสียลูกสาว แม้ผ่านมา 24 ชั่วโมง หลังเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล แพทย์ยังไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยของ น.ส.หง่วย อู้ และบอกกับครอบครัวว่าหญิงสาวเสียเลือดไปมาก
“เธอคงจะตายแน่ ๆ ถ้าไม่ได้ผ่าตัด แต่ถึงผ่าก็มีโอกาส 50 เปอร์เซ็นต์ที่จะรอด ผมแค่ต้องการเรียกร้องถึงพวกเขา ได้โปรดอย่ายิงประชาชนอีกเลย” นพ.ลา มิน กล่าว ขณะที่แม่ของ น.ส.หง่วย อู้ กล่าวเพียงว่า รู้สึกเศร้าใจอย่างยิ่งและกังวลมาก ๆ จากนั้นก็ร้องไห้ไม่หยุด ระหว่างนั่งรอความคืบหน้าของอาการลูกสาว