เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
SET วันนี้ (7 ก.ค.) คาดกรอบ 1,600-1,625 จุด กลุ่ม Non Bank เด่น
Finance SET วันนี้ (7 ก.ค.) คาดกรอบ 1,600-1,625 จุด กลุ่ม Non Bank เด่น
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังโอเปกประกาศเพิ่มกำลังการผลิต
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังโอเปกประกาศเพิ่มกำลังการผลิต
‘ยศชนัน’ ยันภูมิใจไทยยังไม่ส่งสัญญาณปรับ ครม.
Politics ‘ยศชนัน’ ยันภูมิใจไทยยังไม่ส่งสัญญาณปรับ ครม.
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ค. 69) ปรับลง 50 บาท รูปพรรณบาทละ 66,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ค. 69) ปรับลง 50 บาท รูปพรรณบาทละ 66,200 บาท
ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ก.ค. 69) เปิดตลาด 33.32 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ก.ค. 69) เปิดตลาด 33.32 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
จับตา ครม. ไฟเขียวดีลการเกษตรไทย-มาเลเซีย คลายเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
Politics จับตา ครม. ไฟเขียวดีลการเกษตรไทย-มาเลเซีย คลายเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ผลตรวจน้องใหม่ มมส พบติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 33% มหาสารคามเร่งคุมร้านส้มตำ
News ผลตรวจน้องใหม่ มมส พบติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 33% มหาสารคามเร่งคุมร้านส้มตำ
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.71% อยู่ที่ 64,030 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.71% อยู่ที่ 64,030 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศ (7 ก.ค.) เตือนเหนือ อีสาน ตะวันออก ฝนตกหนักบางแห่ง
News พยากรณ์อากาศ (7 ก.ค.) เตือนเหนือ อีสาน ตะวันออก ฝนตกหนักบางแห่ง
ดูทั้งหมด

เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 4 เดือน จับตาตัวเลขส่งออก ก.พ.

21 มี.ค. 2564 | 21:50น.
เงินบาท-เศรษฐกิจไทย

เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 4 เดือน ขณะที่หุ้นไทยอ่อนแรงลงช่วงปลายสัปดาห์ จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า ผลประชุมกนง. (24 มี.ค.) ตัวเลขส่งออกของไทยเดือนก.พ. ตลอดจนถ้อยแถลงของประธานเฟด ทิศทางบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ รวมถึงสถานการณ์โควิด 19

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 4 เดือนที่ 30.99 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ขยับแข็งค่าขึ้นทั้งเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักและสกุลเงินอื่นๆ ในเอเชีย ท่ามกลางอานิสงส์จากการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ

โดยบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปีของสหรัฐฯ กลับมาทำสถิติสูงสุดในรอบ 14 เดือนที่ 1.75% ท่ามกลางความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อ แม้ว่าเฟดจะย้ำมุมมองว่าเงินเฟ้อดังกล่าวเป็นภาวะชั่วคราว และเฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายและวงเงิน QE ไว้ตามเดิมต่อไป

ในวันศุกร์ (19 มี.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 30.83 เทียบกับระดับ 30.79 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (12 มี.ค.)

baht-21mar-kresearch

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (22-26 มี.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 30.70-31.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุมกนง. (24 มี.ค.) ตัวเลขการส่งออกของไทยเดือนก.พ. ตลอดจนถ้อยแถลงของประธานเฟด ทิศทางบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ รวมถึงสถานการณ์โควิด 19 และประเด็นของเรื่องวัคซีนทั่วโลก

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสอง ยอดขายบ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน รายได้-การใช้จ่ายส่วนบุคคล และอัตราเงินเฟ้อที่คำนวณจาก Core PCE Price Index เดือนก.พ. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมี.ค. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/63 (final) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ LPR ของจีน รวมถึงดัชนี PMI เดือนมี.ค. (เบื้องต้น) ของยูโรโซน อังกฤษ และสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย หุ้นไทยปรับตัวลงจากสัปดาห์ก่อน โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,563.96 จุด ลดลง 0.27% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 84,602.98 ล้านบาท ลดลง 15.68% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 5.36% มาปิดที่ 428.18 จุด

หุ้นไทยแกว่งตัวอิงขาลงในช่วงต้นสัปดาห์ตามแรงขายทำกำไรของนักลงทุนก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในช่วงกลางสัปดาห์ ประกอบกับมีรายงานข่าวการระงับใช้วัคซีนต้านโควิด 19 ในต่างประเทศ อย่างไรก็ดี หุ้นไทยดีดตัวกลับมาได้บางส่วนในเวลาต่อมา ขานรับผลการประชุมเฟด ซึ่งส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดีหุ้นไทยร่วงลงอีกครั้งช่วงปลายสัปดาห์ตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศท่ามกลางความกังวลต่อการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และการปรับลดน้ำหนักหุ้นไทยของดัชนี FTSE ซึ่งมีผลในวันที่ 19 มี.ค.

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (22-26 มี.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,550 และ 1,530 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,575 และ 1,585 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมกนง. (24 มี.ค.) ปัจจัยการเมืองในประเทศ ทิศทางบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ สถานการณ์โควิด 19 รวมถึงประเด็นเกี่ยวกับวัคซีนต้านโควิด 19 ตลอดจนสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ-จีน

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่ ยอดขายบ้านมือสอง ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคลเดือนก.พ. รวมถึงดัชนี PMI ภาคการผลิต/ภาคบริการเดือนมี.ค. (เบื้องต้น) ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิต/ภาคบริการเดือนมี.ค. (เบื้องต้น) ของยูโรโซน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท ส่งออก