เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

พม. ชู “สมุดพกครอบครัว” นวัตกรรมขจัดความยากจน

29 มี.ค. 2564 | 12:07น.
พม.ชูไอเดียสมุดพกครอบครัว

พม.ชูไอเดียสมุดพกครอบครัว

รัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ผุดไอเดีย “สมุดพกครอบครัว” นวัตกรรมขจัดความยากจน รวบรวมจุดแข็งและจุดอ่อนของครัวเรือน แก้ปัญหาให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น 

วันที่ 29 มีนาคม 2564 มติชน รายงานว่า นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีครัวเรือนเปราะบางหรือครัวเรือนยากจน จำนวน 4.1 ล้านครัวเรือน ทำให้เกิดการเอ็มโอยูกับ 12 กระทรวง และ 1 หน่วยงานคือ กรุงเทพมหานคร เพื่อบูรณาการการแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างจริงจัง นำมาสู่การตั้งคณะกรรมการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (คจพ.)

คณะกรรมการ คจพ.เตรียมประชุมครั้งแรกในวันที่ 19 มีนาคมนี้ ทั้งนี้ ในการแก้ไขปัญหาครอบครัวเปราะบางนั้น จะมีกระทรวงมหาดไทยเป็นหลัก ส่วนหน่วยงานที่เหลือจะร่วมแก้ปัญหา ภายใต้เป้าหมายคนจนต้องหมดจากประเทศไทย ส่วนจะตั้งเป้าใช้เวลาดำเนินการกี่ปีนั้น ยังไม่ทราบ แต่เราดูประเทศจีนที่ใช้เวลาแก้ไขปัญหาความยากจน 12 ปี เขามีอำนาจและทรัพยากรมากกว่า แต่ไทยก็จะพยายามใช้เทคโนโลยีมาช่วยในเรื่องความแม่นยำ บริการข้อมูล เพิ่มความรวดเร็ว และประสานงาน เชื่อมั่นว่าจะช่วยลดความขัดแย้งไปได้เยอะ

นายจุติกล่าวอีกว่า ในการดำเนินงาน จะใช้นวัตกรรมสมุดพกครอบครัว ซึ่งเป็นนวัตกรรมขจัดความยากจนของหลายประเทศ อย่างประเทศจีนได้นำมาทำมากที่สุด นวัตกรรมนี้คล้าย ๆ กับการที่คนไข้มาอยู่ในห้องไอซียู แล้วมีแพทย์เฉพาะทางหรือแต่ละกระทรวงมาดูว่าจะรักษาได้อย่างไรให้คนไข้หาย จากนั้นก็ให้ยารักษาหรือมีมาตรการช่วยเหลือ
โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะเป็นเสมือนหัวหน้าหมอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมตรีและ รมว.กลาโหม เป็นเสมือนผู้อำนวยการโรงพยาบาล ส่วน พม.จะเป็นแพทย์ประจำตัวผู้ป่วย มีหน้าที่มอนิเตอร์และรายงานให้หัวหน้าแพทย์และผู้อำนวยการโรงพยาบาลทราบ โดยจะมีการปรับการรักษาหรือมีมาตรการช่วยเหลือให้เหมาะสม

ทั้งนี้ สมุดพกครอบครัวจะทำเป็นเล่มเก็บไว้ให้แต่ละบ้าน และทำเป็นสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ที่แต่ละกระทรวงสามารถมอนิเตอร์ได้ เพื่อจะรู้ว่าต้องทำหน้าที่อะไร โดยสมุดนี้จะประเด็นจุดอ่อน จุดแข็งของครัวเรือน อาทิ เข้าถึงปัจจัย 4 อย่าง น้ำดื่มสะอาด มีเสื้อผ้าที่ใส่อย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หรือไม่ เข้าถึงสิทธิและสวัสดิการภาครัฐหรือยัง ลดละเลิกอบายมุขหรือไม่ ตลอดจนมีอาชีพหรือไม่

เมื่อรู้สภาพปัญหาทั้งหมด ก็จะนำมาสู่การวิเคราะห์หาแนวทางแก้ปัญหา และมีการติดตามประเมินผลทุก 3 เดือน จนกว่าผู้ป่วยรายนี้จะออกจากห้องไอซียู อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหากครัวเรือนยากจนได้เข้าถึงมาตรการรอบด้าน จะทำให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ