“ฝรั่งเศส” สั่งล็อกดาวน์ทั่วประเทศ หลังยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 พุ่งกระฉูด
“แอมานุแอล มาครง” ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ออกมาตรการล็อคดาวน์ทั่วประเทศ หลังยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ระบบสาธารณสุขประเทศใกล้รองรับผู้ป่วยไม่ไหว
วันที่ 1 เมษายน 2564 สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า “แอมานุแอล มาครง” ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ออกมาตรการล็อคดาวน์ทั่วประเทศเป็นครั้งที่ 3 หลังโรคโควิด-19 ระบาดอย่างหนักทั่วประเทศ
มาตรการล็อกดาวน์จะเริ่มวันเสาร์นี้ (3 เม.ย.) เป็นต้นไป และประกอบไปด้วย การปิดสถานศึกษาทั่วประเทศเป็นเวลา 3 อาทิตย์, ห้ามการเดินทางข้ามแคว้น และมีเคอร์ฟิวตั้งแต่เวลา 19:00 น.

มาครงเคยระบุว่า ไม่ต้องการให้ทั้งประเทศล็อกดาวน์ เพื่อ “ปกป้องเศรษฐกิจ” แต่ ยอดผู้ติดเชื้อที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ระบบสาธารณสุขประเทศใกล้รองรับผู้ป่วยไม่ไหว รวมถึงแผนการฉีดวัคซีนประชาชนที่เป็นไปอย่างล่าช้า
ทำให้มาครงตัดสินใจ ออกมาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศเป็นครั้งที่ 3 นับตั้งแต่มีการระบาดของโรคโควิด-19
“เราจะควบคุมโรคไม่ได้ถ้าหากไม่ทำอะไรสักอย่าง และวิธีนี้ดีที่สุดแล้ว” มาครงกล่าว
ทั้งนี้ มาตรการล็อกดาวน์ได้เกิดขึ้นที่กรุงปารีส และบางแคว้นในตอนเหนือ และตอนใต้ของประเทศมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ครั้งนี้จะเป็นการขยายมาตรการล็อกดาวน์ ใช้กับทั่วประเทศ
ตอนนี้ฝรั่งเศสมียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งหมด 4.6 ล้านคน และผู้เสียชีวิต 95,640 คน