โคขุนโพนยางคำ วิกฤต 2 เด้ง “โควิด-ลัมปีสกิน” ทำรายได้ลด 50%
โคขุนโพนยางคำ จ.สกลนคร เจอวิกฤตโควิด-19 รอบ 3 ฉุดรายได้ลดลงมากกว่า 50% พร้อมเฝ้าระวังโรคลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) ชี้ระบาดหนักในภาคอีสาน
วันที่ 20 พฤษภาคม 2564 นายสุชิน วันนาพ่อ รองประธานกรรมการที่ 1 สหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลาง โพนยางคำ จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ของตลาดโคขุนโพนยางคำช่วงนี้ไม่ค่อยสู้ดีนัก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เช่นเดียวกันกับภาคธุรกิจอื่น จากรายได้ 3-4 หมื่นบาท/วัน ปัจจุบันลดลงกว่า 40-45% ปกติจะชำแหละวัวประมาณ 70-75 ตัว/วัน ใน 1 สัปดาห์จะชำแหละอยู่ 2 วัน เฉลี่ยสัปดาห์ละ 150 ตัว ปัจจุบันเหลือเพียง 50 ตัว/วัน หรือเเฉลี่ย 100 ตัวต่อสัปดาห์ และผู้คนก็จับจ่ายซื้อของลดน้อยลงมาก ทำให้การซื้อขายไม่ค่อยคล่องตัว
“นับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่รอบแรกรายได้ลดลงมาเรื่อย ๆ แต่หนักสุดและเห็นชัดเจนในรอบที่ 3 ตอนนี้สหกรณ์แบกรับค่าใช้จ่ายการจ้างงานพนักงาน ถัดมาคือค่าใช้จ่ายอาหารเม็ดสำหรับเลี้ยงวัวให้กับสมาชิกเกือบ 1 หมื่นตัว ซึ่งต้องการอาหารอยู่ทุกวัน เบื้องต้น 1 ตัวกินอาหาร 1 กระสอบในราคา 360 บาท/เดือน ขณะที่ผู้ขายต้องชะลอการชำแหละออกไปตามสถานการณ์ จากภาพรวมที่เคยมีรายได้หลักร้อยล้าน/เดือน ตอนนี้น่าจะลดลงมากกว่า 50% ขณะนี้ยังสรุปเป็นตัวเลขที่แน่ชัดไม่ได้ เพราะยังไม่มีการจัดประชุมสรุปอย่างเป็นทางการ”
สำหรับตลาดหลักของโคขุนโพนยางคำอยู่ที่วังทอง จ.ปทุมธานี และอยู่สุขุมวิท ถัดมาที่สำนักงานใหญ่ จ.สกลนคร ซึ่งเป็นแหล่งผลิตมีอยู่หลายโปรดักต์ทั้งเนื้อและชิ้นส่วนต่าง ๆ รูปแบบการขายในตลาดผู้ค้าหรือพ่อค้าแม่ค้าจะนำเนื้อที่ชำแหละแล้วไปขายก่อน โดยจะทำการจ่ายเงินหลังจากครบกำหนดวันขายแล้ว แต่ปัจจุบันผู้ค้ากลายเป็นลูกหนี้มากพอสมควรและมีหนี้กับสหกรณ์เพิ่มขึ้นอีก คาดหวังว่าสถานการณ์ที่เป็นอยู่น่าจะดีขึ้นหลังจากมีวัคซีนเข้ามา แต่ก็ยังไม่มีอะไรชัดเจนเท่าไหร่
“สหกรณ์ผู้ผลิตเนื้อโคขุนโพนยางคำตอนนี้ถือว่าต้องแบกรับภาระหนักพอสมควร ทั้งเรื่องภาระหนี้ ค่าใช้จ่าย ค่าครองชีพ รวมถึงค่าจ้างพนักงานที่ยังคงทำงานปกติ จากเคยวางแผนขึ้นเงินเดือนก็ยังชะลอตัวอยู่ เพราะรายรับไม่มากเท่ากับรายจ่าย เงินก้นถุงก็ใกล้หมด”
ส่วนสมาชิกได้รับผลกระทบไม่น้อยไปกว่าสหกรณ์ นอกจากโควิด-19 ก็มีโรคตัวใหม่ที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งมีการระบาดในต่างประเทศ คือ โรคลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) โดยโรคดังกล่าวเกิดในโค กระบือ วัวจะเป็นตุ่มทั้งวันเนื้อ วัวพันธุ์ทั่วไป โดยเฉพาะโซนอีสานชาวบ้านได้แต่รักษาตามอาการ เพราะยังไม่มีวัคซีน วัวขุนของสมาชิกสหรณ์ก็เจอโรคนี้ด้วย
แม้อธิบดีกรมปศุสัตว์ห้ามเคลื่อนย้าย ห้ามเข้าโรงเชือด เพื่อควบคุมการระบาด แต่ยากพอสมควรเพราะพาหะเป็นยุงและแมลง รวมทั้งเห็บและเหาด้วย วัวบางตัวที่ได้อายุและกำลังจะขุนก็ตายลง อัตราการตายอาจไม่สูงแต่ตัวเล็กที่ไม่แข็งแรงตายลงมาก ถือว่าอันตรายมาเป็นอันดับ 2 ใกล้เคียงกับโควิด-19