เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณขายออก 64,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณขายออก 64,800 บาท
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ภูเก็ตระทึกกลางดึก น้ำป่าพัดดิน-หินถล่มซัดป่าตองอ่วม หนักสุดในรอบ 50 ปี
เศรษฐกิจภูมิภาค ภูเก็ตระทึกกลางดึก น้ำป่าพัดดิน-หินถล่มซัดป่าตองอ่วม หนักสุดในรอบ 50 ปี
TTB จ่อประกาศราคาซื้อหุ้นคืนวันนี้ วงเงิน 1.4 หมื่นล้าน เปิดรับซื้อ 16-27 พ.ย.
Finance TTB จ่อประกาศราคาซื้อหุ้นคืนวันนี้ วงเงิน 1.4 หมื่นล้าน เปิดรับซื้อ 16-27 พ.ย.
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางยังตึงเครียด
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางยังตึงเครียด
SET วันนี้กรอบ 1,545-1,575 จุด ฟันด์โฟลว์หนุน ชูหุ้นพลังงานรับน้ำมันพุ่ง
Finance SET วันนี้กรอบ 1,545-1,575 จุด ฟันด์โฟลว์หนุน ชูหุ้นพลังงานรับน้ำมันพุ่ง
ดวงรายสัปดาห์ 25-31 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 25-31 ตุลาคม 2569
GULF แจ้ง ‘ยุพาพิน วังวิวัฒน์’ ลาออกทุกตำแหน่ง ตั้ง ‘สมิทธ์ พนมยงค์’ นั่ง CFO คนใหม่
Finance GULF แจ้ง ‘ยุพาพิน วังวิวัฒน์’ ลาออกทุกตำแหน่ง ตั้ง ‘สมิทธ์ พนมยงค์’ นั่ง CFO คนใหม่
สรรพสามิตแก้ประกาศมาตรการอีวี 3 ฉบับ ‘อธิบดีพรชัย’ แจงเหตุผลกำหนดวันสิ้นสุดมาตรการ EV3.0-EV3.5
Finance สรรพสามิตแก้ประกาศมาตรการอีวี 3 ฉบับ ‘อธิบดีพรชัย’ แจงเหตุผลกำหนดวันสิ้นสุดมาตรการ EV3.0-EV3.5
‘anitech’ ผนึก TikTok Shop ขยายทัพ Affiliate
Business ‘anitech’ ผนึก TikTok Shop ขยายทัพ Affiliate
ดูทั้งหมด

600 บริษัท หนี้พุ่ง 29 ล้านล้าน กัดฟันเพิ่มทุน-ตัดขายทรัพย์สิน

13 มิ.ย. 2564 | 08:30น.
นักธุรกิจ

โควิด-19 เขย่าบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยกว่า 600 บริษัท แบกภาระ “หนี้สิน” เพิ่มขึ้นทะลุ 29.28 ล้านล้านบาท สัดส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 2.73 เท่า สวนทาง “กำไร” ลดลงต่อเนื่องเผยช่วงโควิดระบาด บริษัทในตลาดหุ้นมีหนี้สินเพิ่มกว่า 4 ล้านล้านบาท “เอเซีย พลัส” ชี้เซ็กเตอร์ “ท่องเที่ยว-ขนส่ง-สายการบิน” ยังก่อหนี้เพิ่มต่อ คาดใช้เวลากว่า 3 ปีฟื้นตัว กสิกรไทยเผยภาคธุรกิจทยอยเพิ่มทุนตลอดทางเพื่อประคองสัดส่วน “หนี้ต่อทุน” ไม่ให้สูงเกิน “บล.ฟินันเซีย ไซรัส” ชี้ไตรมาส 2-3 “MINT” เตรียมตัดขายทรัพย์สินกด D/E

โควิดทุบ บจ.หนี้พุ่ง 29 ล้าน ล.

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ภาพรวม “หนี้สิน” ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) กว่า 600 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พบว่าอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (debt to equity ratio : D/E) เพิ่มขึ้น จากปี 2561 บริษัทจดทะเบียน D/E อยู่ที่ระดับ 2.57 เท่า ด้วยตัวเลขหนี้สินรวม 24.31 ล้านล้านบาท ปี 2562 D/E ทรงตัวอยู่ที่ 2.57 เท่า

แต่หนี้สินรวมขยับขึ้นมาที่ 25.51 ล้านล้านบาท และปี 2563 การระบาดโควิดส่งผลกระทบให้ระดับ D/E ขยับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.83 เท่า หนี้สินรวมของ บจ.ในตลาดหลักทรัพย์ฯพุ่งกว่า 28.98 ล้านล้านบาท ซึ่งสวนทางกำไรสุทธิทั้งตลาดที่ปรับลดลงต่อเนื่อง

สำหรับกำไรสุทธิบริษัทจดทะเบียน ปี 2561 อยู่ที่ 929,915 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 8.30% ปี 2562 กำไรสุทธิลดลงเหลือ 862,091 ล้านบาท หรือหดตัว -7.29% (YOY) อัตรากำไรสุทธิเหลือ 7.65% และปี 2563 วิกฤตโควิด-19 กดดันกำไร บจ.หดตัวหนักกว่า -52.25% ทำให้เหลือกำไรสุทธิรวม 411,645 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิแค่ 4.27%

ขณะที่ไตรมาสแรกปี 2564 บจ.ไทยมี D/E อยู่ที่ระดับ 2.73 เท่า ตัวเลขหนี้สินรวมที่ 29.28 ล้านล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 258,337 ล้านบาท พลิกกลับมาเพิ่มขึ้น 232% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยอัตรากำไรสุทธิพุ่ง 9.50% เป็นผลจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ตามการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันโลก และ บจ.ไทยปรับตัวรับมือสถานการณ์โควิด-19 ได้ดีขึ้น

โดยกลุ่มธุรกิจที่มีตัวเลขหนี้สินสูงสุด ได้แก่ ธนาคาร 17.7 ล้านล้านบาท รองลงมา ธุรกิจพลังงาน 3.4 ล้านล้านบาท และธุรกิจบริการ 1.7 ล้านล้านบาท ธุรกิจเทคโนโลยี 1.3 ล้านล้านบาท ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 1 ล้านล้านบาท ธุรกิจอาหาร 9.9 แสนล้านบาท

ท่องเที่ยว-แอร์ไลน์ 3 ปีฟื้น

รายงานข่าวจากฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันบริษัทจดทะเบียนที่ดูอยู่กว่า 200-300 บริษัท ส่วนใหญ่อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) เพิ่มขึ้นเกือบทุกเซ็กเตอร์ สาเหตุหลักมาจากผลกระทบการระบาดโควิด-19 กดดันเศรษฐกิจชะลอ ทำให้รายได้ของบริษัทเหล่านี้ปรับตัวลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และขนส่ง ซึ่งจะเห็นภาระหนี้เพิ่มขึ้น และยังจำเป็นต้องกู้เงินเพิ่ม ในขณะที่กำไรที่ลดลงกดดันกำไรสะสมลดลงไปด้วย

สำหรับเซ็กเตอร์ที่มีรายได้ลดลงมากสุดในปี 2563 เทียบกับปีก่อนหน้า พบว่าเป็นหุ้นวัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร หดตัว 80.7%, กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ หดตัว 51.4%, กลุ่มโรงแรม หดตัว 49.3% กลุ่มธุรกิจของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ หดตัว 39.8% และกลุ่มหุ้นพลังงานและสาธารณูปโภค หดตัว 25.7%

ขณะที่รายได้บริษัทกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ หดตัว 17.1% กลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ หดตัว 17.1% กลุ่มบรรจุภัณฑ์ หดตัว 16.8% กลุ่มแฟชั่น หดตัว 16.7% กลุ่มเหล็ก หดตัว 15.6% การแพทย์ หดตัว 14.3% ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ หดตัว 13.1% ยานยนต์หดตัว 13.1% บริการรับเหมาก่อสร้าง หดตัว 10.6% ธนาคารพาณิชย์ หดตัว 10.5% วัสดุก่อสร้าง หดตัว 10% หุ้นโฮลดิ้งคอมปะนี หดตัว 6.5% หุ้นคอมมิวนิตี้มอลล์ หดตัว 5.3% หุ้นอาหารและเครื่องดื่ม หดตัว 4.3%

ทั้งนี้ อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนของหลาย บจ.ยังอยู่ระดับสูง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมท่องเที่ยว, ขนส่ง, สายการบิน แนวโน้มธุรกิจยังไม่ฟื้นตัว ต้องใช้เวลาช่วง 1- 3 ปีหลังจากนี้ ทำให้ยังจำเป็นต้องเพิ่มทุนหรือก่อหนี้

บริษัทนอกตลาดน่าห่วง

ขณะที่นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปี 2564 อัตราหนี้สินต่อทุนของบริษัทจดทะเบียนไม่ได้น่ากังวล เพราะปีที่ผ่านมา หลายบริษัทมีการเพิ่มทุนไปแล้ว ทั้งธุรกิจโรงแรม สายการบิน และอสังหาฯ ซึ่งโดยปกติกลุ่มอสังหาฯและโรงไฟฟ้าจะเป็น 2 เซ็กเตอร์ที่หนี้สูง แต่ปัจจุบันยังควบคุมได้ ส่วนกลุ่มสายการบินและโรงแรมที่น่ากลัว ก็เห็นเพิ่มทุนมาตลอดทาง รวมถึงทั้ง บมจ.เอเชียเอวิเอชั่น (AAV) และ บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT)

หนี้สินต่อทุนของบริษัทจดทะเบียนไม่น่ากังวล บริษัทนอกตลาดน่ากังวลมากกว่า แต่ตอนนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมาตรการพักชำระหนี้และมาตรการพักทรัพย์พักหนี้ (asset warehousing) ออกมา ก็ช่วยบรรเทาความกังวลลงไปมาก

MINT เงินสดอยู่ได้ 2 ปี

“อย่างไรก็ตาม ช่วงปีที่ผ่านมา บริษัทหนี้สูงขึ้น เป็นทั่วโลก แต่ตอนนี้เข้าถึงสินเชื่อซอฟต์โลนได้มากขึ้น รวมถึงมีมาตรการพักทรัพย์พักหนี้ จึงผ่อนคลายความกังวลลงไป ส่วนเรื่องรายได้ ถึงแม้ปิดเมือง แต่ไม่ได้น่ากังวลเหมือนล็อกดาวน์ทั้งหมดเหมือนช่วงปีที่ผ่านมา ขณะที่บางบริษัทกลับมามีรายได้สูงกว่าเดิม เช่น ธุรกิจอสังหาฯ ยอดขายบ้านปีนี้ทำนิวไฮ”

“ธุรกิจโรงแรมยังได้รับผลกระทบ แต่ถ้าดู cash burn rate หากบริษัทไม่มีรายได้เลยจะสามารถอยู่ได้อย่างต่ำ ๆ 12 เดือนขึ้นไป เช่น บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) การใช้เงินประมาณ 1,200-1,300 ล้านบาทต่อเดือน โดยมีเงินสดและกู้เงินธนาคารเพิ่มปีนี้รวมกันอยู่ประมาณกว่า 4 หมื่นล้านบาท เพราะฉะนั้นไม่เป็นปัญหา สามารถอยู่ได้ถึง 2 ปี เช่นเดียวกับ บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ (MOJOR) มีเงินสดอยู่ได้เป็นปี” นายสรพลกล่าว

เอราวัณ-AAV เตรียมเพิ่มทุน

ขณะที่นายธีระพล อุดมเวศย์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ความน่ากังวลของหนี้สินต่อทุนของบริษัทจดทะเบียน จะเป็นเซ็กเตอร์เกี่ยวกับการท่องเที่ยว เช่น สายการบิน, โรงแรม ที่อาจเห็นระดับ D/E ปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่อุตสาหกรรมอื่นถ้าไม่ถึงขั้นขาดทุนก็ยังเห็น D/E อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่น่ากังวล ทั้งนี้ทั้งนั้น จะมีบางบริษัทที่มีประเด็นเฉพาะตัว เช่น กลุ่ม ซี.พี. ทั้ง บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) และ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ระดับ D/E เร่งตัวขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการเทสโก้

“ฉะนั้น ปีนี้คาดการณ์แนวโน้มผลประกอบการหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว สายบิน และโรงแรม น่าจะยังขาดทุนเหมือนปีที่แล้ว ถ้าจะหวังเทิร์นอะราวนด์ อย่างเร็วสุดช่วงไตรมาส 4/64 ถึงไตรมาส 1/65 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นถัดไป ยกเว้นบริษัทที่มีธุรกิจในยุโรป อาทิ บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ก็อาจเห็นผลประกอบการอาจปรับดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีนี้ ซึ่งบริษัทก็ได้มีการเพิ่มทุนตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว

ส่งผลให้ระดับ D/E ลดลงถึงจุดหนึ่ง แม้จะสูงอยู่ แต่ในอนาคตจะลดลงได้อีก เพราะกำลังทำดีลตัดขายทรัพย์สินธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศ 2 ดีล ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 2-3 ส่วน บมจ.ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) ก็ขายหุ้นเพิ่มทุนให้ผู้ถือหุ้นเดิม (RO) ก้อนแรก 2,000 ล้านบาท ตอนนี้รอเงินเข้ามา”

ด้านธุรกิจสายการบินมี 2 บริษัท คือ บมจ.บางกอกแอร์เวย์ส (BA) และ บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ซึ่งทาง AAV ได้มีการเตรียมเพิ่มทุนโดยมีนักลงทุนใหม่ใส่เงินเข้ามา ซึ่งก็จะช่วยให้ระดับ D/E ลดลง ไม่มีปัญหา ขณะที่ BA หนี้สินไม่สูงอยู่แล้ว เพราะไม่ได้ลงทุนอะไรมากช่วงที่ผ่านมา จึงไม่น่าจะต้องเพิ่มทุน

“สิ้นไตรมาสแรกที่ผ่านมา MINT มี D/E อยู่ที่ 1.95 เท่า ซึ่งจะลดลงเรื่อย ๆ จากการขายทรัพย์สิน ส่วน ERW มีระดับ D/E อยู่ที่ 3.8 เท่า ซึ่งถือว่าสูงมาก แต่พอเพิ่มทุนตัวเลขจะลดลงมา ตอนนี้แต่ละบริษัทพยายามผ่อนปรน cash burn rate ได้ค่อนข้างดี และมีการจัดการโครงสร้างเงินทุนได้ดี ฉะนั้น ถ้าฟื้นตัวได้ช่วงไตรมาส 3-4 บวกกับแรงหนุนของนักท่องเที่ยวกลับมา จะกระทบ cash burn ลดน้อยลงต่อเนื่อง ยกเว้นเปิดประเทศไม่ได้ตามแผน” นายธีระพลกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บริษัทจดทะเบียน หนี้