เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

“จุรินทร์” ถกทูตอียู หนุนเจรจา FTA เป็นประเทศที่ 3 ในอาเซียน

14 มิ.ย. 2564 | 14:39น.
ประมง

“จุรินทร์” พบทูตอียูเห็นร่วมผลักดันการเจรจาเอฟทีเอไทย-อียู หวังไทยเป็นประเทศที่ 3 ของอาเซียน ต่อจากเวียดนาม และสิงคโปร์ เตรียมนำเรื่อง CL ยา หารือในเวที WTO ปลายปีนี้ ช่วยโลกเข้าถึงวัคซีนโควิดง่ายขึ้น

วันที่ 14 มิถุนายน 2564 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการร่วมหารือกับนายปีร์กะ ตาปีโอละ (H.E.Mr. Pirkka Tapiola) เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ณ กระทรวงพาณิชย์ ว่าได้มีการพูดคุยหารือใน 4 ประเด็นสำคัญ

คือ ประเด็นแรก ไทยและอียูมีความเห็นร่วมกันว่าองค์การการค้าโลก หรือ WTO ควรเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการค้าในระบบพหุภาคี ในเรื่องการปฏิรูปองค์การการค้าโลก โดยการเร่งรัดให้มีสมาชิกองค์กรอุทธรณ์ เพื่อมาพิจารณาข้อพิพาทในช่วงที่มีการอุทธรณ์ให้ได้โดยเร็ว รวมทั้งการเร่งสรุปการเจรจาเรื่องการอุดหนุนประมง และเห็นร่วมกันในการส่งเสริมการค้าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

ประเด็นที่ 2 ไทยและอียูเห็นตรงกันในเรื่องการจัดทำเอฟทีเอระหว่างไทยกับอียู โดยในเรื่องนี้ถือเป็นนโยบายของกระทรวงและรัฐบาล และได้รายงานต่อคณะรัฐมนตรีแล้ว และประเด็นสำคัญอยู่ในขั้นตอนการจัดทำกรอบการเจรจา และเห็นตรงกันว่าในระดับเจ้าหน้าที่ของไทยและอียูจะเร่งหารือ เพื่อจัดทำเอกสารความคาดหวังร่วมกัน เพื่อจะใช้เป็นร่างสำหรับนำไปสู่การขอความเห็นชอบจากกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป เพื่อเริ่มการเจรจาอย่างเป็นทางการต่อไป โดยอียูคาดหวังว่าไทยจะเป็นประเทศที่ 3 ของอาเซียน ที่จะทำเอฟทีเอกับอียู ต่อจากเวียดนาม และสิงคโปร์

ทั้งนี้ หากมีการจัดทำเอฟทีเอและมีผลบังคับใช้ ไทยจะได้รับประโยชน์มากในเรื่องของการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะในเรื่องของการค้า เพราะสหภาพยุโรปถือว่ามีการค้ากับไทยในปริมาณที่สูงมาก คิดเป็น 8% ของการค้าของไทยกับโลก

ประเด็นที่ 3 ไทยและอียูเห็นตรงกันว่าการทำ CL วัคซีน จะช่วยให้ทุกประเทศสามารถเข้าถึงวัคซีนได้ ซึ่งจะนำเรื่องดังกล่าว ไปหารือในการประชุมรัฐมนตรี WTO ในเดือน พ.ย.นี้

และประเด็นที่ 4 ได้เชิญภาคเอกชนในสภาพยุโรปเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในไทย ช่วงเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2564 โดยจะมีการจับคู่เจรจาธุรกิจ (Online Business Matching : OBM) ระหว่างผู้ส่งออกไทยกับผู้นำเข้าของกลุ่มประเทศต่าง ๆ ของสภาพยุโรป เช่น สเปน เดนมาร์ก อิตาลี และสาธารณรัฐเช็ก เป็นต้น โดยภายในงานจะมีการจัดแสดงสินค้าหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มอาหาร ผลไม้ เครื่องดื่ม เครื่องมือแพทย์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง เป็นต้น

ทั้งนี้ อียู (27 ประเทศ) เป็นคู่ค้าอันดับที่ 5 ของไทยรองจากอาเซียน จีน ญี่ปุ่น และสหรัฐ ในปี 2563 มูลค่าการค้า 33,133.90 ล้านเหรียญสหรัฐ (1,032.7 พันล้านบาท) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 7.56 ของการค้าไทยกับโลก โดยไทยส่งออกไปอียู 17,637.14 ล้านเหรียญสหรัฐ (545.9 พันล้านบาท) และนำเข้าจากอียู 15,496.77 ล้านเหรียญสหรัฐ (486.8 พันล้านบาท) สำหรับ 4 เดือนแรกของปี 2564 (ม.ค.-เม.ย.) การค้าไทย-อียูมีมูลค่า 12,879.86 ล้านเหรียญสหรัฐ (388.3 พันล้านบาท) ขยายตัว 10.95% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า

โดยไทยส่งออกไปอียูมูลค่า 77,291.38 ล้านเหรียญสหรัฐ (218.4 พันล้านบาท) ขยายตัว 17.98% และนำเข้าจากอียูมูลค่า 5,588.48 ล้านเหรียญสหรัฐ (169.8 พันล้านบาท) ขยายตัว 2.94% สินค้าส่งออกหลักของไทยไปอียู คือ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ ยางพารา ไก่แปรรูป และข้าว และสินค้านำเข้าสำคัญของไทยจากอียู คือ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

FTA เอฟทีเอ สหภาพยุโรป(อียู)