เปิดตัว “วิน พรหมแพทย์” ผู้นำทัพปั้นพอร์ตเวลท์ “กรุงศรี”
เช่นเดียวกับธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่อีกหลายแห่งที่หันมาโฟกัสธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) กันมากขึ้น
ล่าสุด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ก็ได้ดึง “วิน พรหมแพทย์” ที่มีดีกรีเป็นอดีตหัวหน้ากลุ่มลงทุน สำนักงานประกันสังคม (สปส.) และเพิ่งเป็นอดีตประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) พรินซิเพิล เข้ามารับภารกิจสำคัญ ในตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานลูกค้าไฮเน็ตเวิร์ท
โดยเข้าเริ่มทำงานมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2564 และเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทาง “กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ” ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวแม่ทัพคนใหม่อย่างเป็นทางการ
ลูกค้าเวลท์กรุงศรีโตต่อเนื่อง
โดย “วิน” ฉายภาพว่า ลูกค้ากลุ่มเวลท์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้นไปอีกในอนาคต ซึ่งปัจจุบันกรุงศรีมีลูกค้าในกลุ่มไฮเน็ตเวิร์ท (ลูกค้าที่มีความมั่งคั่งทั้งหมดของกรุงศรี) ประมาณ 120,000 ราย มีอัตราการเติบโตประมาณ 7%
เฉพาะที่อยู่ในกลุ่ม “กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ” (ลูกค้าเวลท์ของกรุงศรีที่มีสินทรัพย์สุทธิตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป) ประมาณ 70,000 ราย มีอัตราเติบโต 13% ขณะที่สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 8 แสนล้านบาท เติบโตประมาณ 8%
“กรุงศรีมีการเติบโตทั้งในแง่จำนวนลูกค้า และสินทรัพย์ที่บริหาร ซึ่งธนาคารยังคงมุ่งมั่นให้บริการและดูแลสิทธิประโยชน์แก่ลูกค้ากรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์บริการลูกค้าที่ตั้งอยู่กลางเมือง การมีผู้เชี่ยวชาญการลงทุนที่จะให้คำปรึกษา และการให้ข้อมูลอัพเดตผ่านไลน์อย่างต่อเนื่อง”
ปรับการทำงานธุรกิจรีเทล
“วิน” บอกว่า กรุงศรีมุ่งมั่นจะดำเนินการใน 2 เรื่อง เรื่องแรกเรียกว่า “one retail” เป็นการปรับมุมมองการทำงานของธุรกิจรายย่อยให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นเงินฝาก กองทุน ประกัน หุ้นกู้ สินเชื่อ บัตรเครดิต รวบรวมกันให้เหมาะสมกับลูกค้าในแต่ละเซ็กเมนต์มากยิ่งขึ้น
“ตรงนี้เป็นการเปลี่ยนการทำงาน จากเดิมที่แต่ละทีมต่างมองหาผลิตภัณฑ์ไปเสิร์ฟลูกค้า (Product Driven) มาเป็นการทำงานร่วมกัน โดยแบ่งลูกค้าออกเป็นเซ็กเมนต์ แล้วจึงมองหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละเซ็กเมนต์ให้มากขึ้น (Segment Driven) ซึ่งการจะทำแบบนี้ แปลว่าธนาคารต้องวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อให้ได้ข้อมูลลูกค้าที่ลึกซึ้งมากขึ้น”
ยกระดับงานวิจัยเพื่อลูกค้า
เรื่องที่สอง คือ การมุ่งมั่นยกระดับกรุงศรี เป็น “Investment Wealth Advisory Bank” หรือ ธนาคารที่ลูกค้านึกถึงเมื่อต้องการคำแนะนำการลงทุน
โดยปลายปี 2563 ที่ผ่านมา ธนาคารได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ “แบล็กร็อก” (BlackRock) หนึ่งในบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่มีขนาดสินทรัพย์ภายใต้การบริหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก มี AUM มากกว่า 8.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินได้ประมาณ 270 ล้านล้านบาท
ซึ่งจะแบ่งปันข้อมูลการลงทุนจากทุกมุมโลก และกรุงศรีจะนำบทวิจัยต่าง ๆ ส่งต่อให้แก่ลูกค้า รวมถึงสรรหาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ในการลงทุน เช่น สินทรัพย์ทางเลือก หรืออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ เป็นต้น นอกจากนี้ แบล็กร็อก ยังมีหน้าที่จัดฝึกอบรมให้กับบุคลากรของกรุงศรี และจัดสัมมนาให้ข้อมูลลูกค้ากรุงศรีด้วย
นอกจากนี้จะมีการผนึกกำลังกันในเครือกรุงศรีด้วยกันเองให้เข้มแข็งแน่นแฟ้นมากขึ้น ทั้งกลุ่มงานวิจัย กลุ่มโกลบอลมาร์เก็ตส์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี (KSAM) และบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี (KSS) ทั้งหมดจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและผสานความร่วมมือระหว่างกันมากยิ่งขึ้น เพื่อรวบรวมความเชี่ยวชาญของแต่ละทีม ออกมาเป็น ONE Krungsri Investment View มุมมองและคำแนะนำด้านการลงทุนทั้งตลาดในประเทศและตลาดโลกที่มีคุณภาพอย่างรอบด้านที่สุด
“ทางทีมผมจะเป็นผู้รวบรวม ออกมาเป็นบทวิเคราะห์เพื่อเสนอลูกค้ากรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ โดยจะมีมุมมองและคำแนะนำด้านการลงทุน นำเสนอออกมาในหลากหลายรูปแบบผ่านหลากหลายแพลตฟอร์ม อาทิ บทความ สัมมนา หรือข้อมูลทางช่องทางออนไลน์ให้ลูกค้าสามารถเลือกสรรและใช้งานได้อย่างเหมาะสม”
เตรียมจัดงานสัมมนาใหญ่
“วิน” บอกว่า เร็ว ๆ นี้กรุงศรีเตรียมจัดงานสัมมนาใหญ่กลางปี เพื่อลูกค้ากรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ เรียกว่า งาน KRUNGSRI EXCLUSIVE 2021 Mid-Year Outlook Series โดยจะจัดตลอดเดือน ก.ค.นี้ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง รวม 4 ครั้ง ซึ่งจะได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญการลงทุนรวม 10 ราย มาร่วมพูดคุยภายในงาน ที่จะแบ่งการสัมมนาเป็น 4 หัวข้อ คือ 1.เศรษฐกิจไทยจะฟื้นจริงหรือไม่ 2.วัคซีนเป็นความหวังของเศรษฐกิจไทยแค่ไหน 3.เจาะลึกการจัดพอร์ตลงทุนครึ่งปีหลัง และ 4.ESG
ดันฐานลูกค้า-AUM โต 2 หลัก
ทั้งนี้ “วิน” บอกด้วยว่า คาดว่าหลังจากนี้จะสามารถเพิ่มจำนวนลูกค้าใหม่ได้มากกว่า 15% ต่อปี และเพิ่ม AUM ได้กว่า 10% ต่อปี โดยอาศัยประสบการณ์ในสายการเงินและการลงทุนกว่า 19 ปีของตนเอง มาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมงาน “กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ”
“ผมเชื่อว่าด้วยประสบการณ์ในสายการเงินและการลงทุนกว่า 19 ปีของผม จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมงานกรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ในการยกระดับบริการให้คำแนะนำการลงทุนเพื่อสร้างความมั่งคั่ง พัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้มีความหลากหลายขึ้น และพร้อมรองรับธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการเติบโตของลูกค้ากลุ่มไฮเน็ตเวิร์ท” แม่ทัพ “กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ” คนใหม่กล่าว