เร่งลงทุน BCG อัดสิทธิประโยชน์บีโอไอ
แก้วกระดาษ
อุตสาหกรรมเดินหน้า BCG Economy ตามโรดแมป คาดเพิ่มมูลค่า 4.4 ล้านล้านบาท เตรียมเพิ่มบัญชีประเภทอุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชีวภาพ มาตรการทางภาษีกระตุ้นการใช้ ด้าน “บีโอไอ” เว้นภาษีสูงสุด 8 ปี บรรจุภัณฑ์
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) จัดทำแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy : BCG Model) ระยะ 5 ปี (2565-2569) เสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะเริ่มเห็นการขับเคลื่อนที่ชัดเจนในปี 2565 โดยหลักสำคัญ คือ
1.ต้องสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ
2.สร้างความมั่นคงทางสังคม อาหาร สุขภาพ และพลังงาน
3.สร้างความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม ด้วยการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ลดของเสียและมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
4.ตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน
ทั้งนี้ คาดว่าโมเดลเศรษฐกิจ BCG จะช่วยเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ 4.4 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 24% ของ GDP
สำหรับแผน BCG Model ของกระทรวง ระบบเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) มุ่งเน้นใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพ เพิ่มผลิตภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่ม ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย อย่างเกษตร อาหาร ยาและการแพทย์ พลังงานชีวภาพ เคมีชีวภาพ พลาสติกชีวภาพ
โดยจะขับเคลื่อนตั้งปี 2565-2569 ช่วยให้เกิดการเติบโตในอุตสาหกรรมชีวภาพคิดเป็นมูลค่า หลายล้านบาท โดยมีกลไกการขับเคลื่อนด้วยการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม จากมาตรการสร้างเครือข่ายในรูปแบบของศูนย์กลางความเป็นเลิศด้านชีวภาพ (Center of Bio Excellence : CoBE), เร่งจัดทำมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชีวภาพ กฎหมาย กฎระเบียบที่เอื้อต่อการพัฒนา BCG
ที่สำคัญต้องแก้ พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย (ฉบับใหม่) โดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งเพิ่มบัญชีประเภทอุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ และใช้มาตรการทางภาษีเพื่อกระตุ้นการใช้ผลิตภัณฑ์นี้ด้วย
ส่วนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เน้นการหมุนเวียนใช้ทรัพยากรลดของเสียในอุตสาหกรรมเป้าหมาย คือ พลาสติก ยางรถยนต์ วัสดุก่อสร้าง เหล็กและโลหะอื่น ๆ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เซลล์แสงอาทิตย์ แบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า
ซึ่งในปี 2565 ต้องมีอุตสาหกรรมแบบพึ่งพากัน (Industrial Symbiosis) 5 พื้นที่อุตสาหกรรม มีกากอุตสาหกรรมเข้าสู่ระบบ 100% ปี 2567 มี Industrial Symbiosis 10 พื้นที่อุตสาหกรรม การนำขยะไปใช้ประโยชน์เพิ่มขึ้นต่อปีให้มากที่สุด
และในปี 2569 มี Industrial Symbiosis 15 พื้นที่อุตสาหกรรม โรงงานส่วนใหญ่ลดขยะเหลือศูนย์ โดยจะต้องมีการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นกลไกขับเคลื่อน จากศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิล (ITC) และต้องมีรางวัล Prime Minister’s Award ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนจูงใจ
รวมถึงการยกระดับผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนให้รู้จักคัดแยกขยะ และจัดทำมาตรฐานเศรษฐกิจหมุนเวียน (มตช.2/2562) กฎระเบียบที่เอื้อต่อการพัฒนา BCG ภายใต้ พ.ร.บ.โรงงาน (กากอุตสาหกรรม)
และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ในทุกอุตสาหกรรมคือเป้าหมาย คาดว่า ต้องเป็น Green Industry ได้ 50% ปี 2565, 75% ในปี 2567 และ 100% ในปี 2569 เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งนี้ กลไกการขับเคลื่อนด้วยการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมจาก Smart Factory พัฒนากำลังคนและความสามารถจาก Third Party ภาครัฐ/เอกชน และเครือข่ายภาคประชาชน
นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า บีโอไอปรับปรุงสิทธิและประโยชน์เพื่อให้สอดรับกับแผน BCG โดยในกลุ่มวัตถุดิบสำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์ ได้แก่ เม็ดพลาสติกรีไซเคิลเกรดพิเศษคอมพาวนด์พลาสติกชนิดพิเศษ รวมถึงการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ต่อเนื่อง
โดยให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล 5-8 ปี และขยายให้ครอบคลุมถึงบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่มีคุณสมบัติพิเศษ บรรจุภัณฑ์กระดาษและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง จากเดิมให้แค่บางกิจการ เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อ 30 มิ.ย. 2564