เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

หมอมนูญชี้ “ล็อกดาวน์” ครั้งนี้ช่วยได้ไม่มาก เศรษฐกิจเสียหายหนัก

12 ก.ค. 2564 | 10:11น.
หมอมนูญ

หมอมนูญ

หมอมนูญเทียบความต่างการพบเชื้อโควิด-19 และการล็อกดาวน์ครั้งแรก (ปี 2563) และปีนี้ (2564) ชี้ครั้งนี้ช่วยได้ไม่มาก แต่ส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจเหมือนกันแน่นอน

วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ หรือ “หมอมนูญ” ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC เปรียบเทียบการระบาดของโรคโควิด-19 กับการล็อกดาวน์ครั้งแรก เมื่อเดือนเมษายน ปี 2563 กับการล็อกดาวน์ ปี 2564 (เริ่ม 12 ก.ค.) มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

ล็อกดาวน์ ปี 2563

หมอมนูญ ระบุว่า การระบาดรอบแรก (ปี 2563) เกิดจากซูเปอร์สเปรดเดอร์แพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ดั้งเดิมให้กับคนที่มารวมกลุ่มกันในสถานที่แออัด อากาศถ่ายเทไม่ดี เช่น สนามมวย บ่อนการพนัน ทำให้มีคนติดเชื้อหลักร้อยคนต่อวันเท่านั้น

หลังจากที่มีการล็อกดาวน์ห้ามคนรวมกลุ่มกัน หยุดการเดินทาง สามารถหยุดการแพร่ระบาดได้สำเร็จ แต่ต้องแลกกับความเสียหายทางเศรษฐกิจ (trade off) โดยการล็อกดาวน์ทั้งประเทศครั้งแรกในปี 2563 นาน 3 เดือนทำให้เศรษฐกิจเสียหายเดือนละ 2-3 แสนล้านบาท รวม 3 เดือน เป็นจำนวน 9 แสนล้านบาท

ล็อกดาวน์ ปี 2564

การระบาดของโรคโควิด-19 ครั้งนี้ (ปี 2564) คนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าตนเองไปติดเชื้อจากใคร และสืบเนื่องจากคนไทยอาศัยอยู่รวมกันเป็นลักษณะคอรบครัวใหญ่ และเมื่อนำเชื้อไวรัสโควิด-19 มาสู่ที่บ้าน จึงทำให้มีคนในบ้านติดเชื้อพร้อมกันหลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุ เมื่อติดเชื้อจะมีโอกาสป่วยและเสียชีวิตสูง

ในช่วงเวลา 3 เดือนกว่า ๆ ที่ผ่านมา (ระลอกเดือนเมษายน) มีผู้ติดเชื้อแล้วมากกว่า 3 แสนคน แต่ถ้าตรวจมากกว่านี้เชื่อว่า คงมีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว แสดงให้เห็นว่าเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์อัลฟ่า (อังกฤษ) และ สายพันธุ์เดลต้า (อินเดีย) ติดต่อกันง่ายมาก สามารถแพร่กระจายได้รวดเร็วมาก ๆ แตกต่างจากสายพันธุ์ดั้งเดิม

วัคซีนคือทางออก-ล็อกดาวน์ครั้งนี้ช่วยได้ไม่มาก

อย่างไรก็ตาม หมอมนูญ ระบุว่า วัคซีนเป็นทางออกเดียวที่จะหยุดการแพร่ระบาดในประเทศไทย รัฐต้องเร่งจัดหาวัคซีนให้ได้เร็วที่สุด รีบฉีดให้กับคนสูงอายุและกลุ่มเสี่ยง 7 โรคให้มากที่สุด คนไทยทุกคนต้องร่วมมือกัน ดูแลตัวเองให้ดีที่สุดไม่นำเชื้อไวรัสเข้าบ้าน ใส่หน้ากากอนามัยทุกคนเวลาออกนอกบ้าน เว้นระยะห่าง หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด ละเว้นการรับประทานอาหารกับผู้อื่น หมั่นล้างมือ รีบจองคิว เข้ารับการฉีดวัคซีนโดยด่วน

ทั้งนี้ การล็อกดาวน์ครั้งนี้เชื่อว่าคงช่วยได้ไม่มากเหมือนครั้งที่แล้ว แต่การล็อกดาวน์มีผลเสียต่อเศรษฐกิจมากมายเหมือนการล็อกดาวน์ครั้งแรกอย่างแน่นอน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ล็อกดาวน์