การปรับสูตรฉีดวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข ทำให้สังคมมีการตั้งคำถามว่าเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดโควิดสายพันธุ์เดลต้า หรือเป็นเพียงการบริหารจัดการทรัพยากร (ซิโนแวค) ที่มีอยู่ในมือ ?
วันที่ 13 กรกฎาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ต่อวัน พุ่งทะลุ 8,000-9,000 ราย ประกอบกับมีงานวิจัยที่ชี้ว่าวัคซีนซิโนแวคไม่มีประสิทธิภาพมากพอที่จะรับมือกับโควิดสายพันธุ์เดลต้า (อินเดีย) ได้ กระทรวงสาธารณสุขจึงอนุมัติให้ปรับสูตรการฉีดวัคซีนใหม่ทันที เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา
โดยให้ผู้ที่ฉีดซิโนแวค (วัคซีนเชื้อตาย) เข็มที่ 1 แล้ว เปลี่ยนเป็นฉีดแอสตร้าเซนเนก้า ซึ่งเป็นชนิดไวรัลเวกเตอร์ (วัคซีนที่ใช้ไวรัสเป็นตัวนำ) ในเข็มที่ 2 และผู้ที่ฉีดซิโนแวคครบแล้ว 2 เข็ม สามารถฉีดเข็มที่ 3 เป็นบูสเตอร์ได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันโควิดกลายพันธุ์ อย่าง “สายพันธุ์เดลต้า” ให้สูงมากยิ่งขึ้น
หลังการประกาศปรับสูตรฉีดวัคซีนในประเทศไทยเพียง 1 วัน ดร.โสมยา สวามีนาธาน หัวหน้าคณะนักวิทยาศาสตร์ประจำองค์การอนามัยโลกเตือนเรื่องการผสมและจับคู่วัคซีนป้องกันโควิด-19 จากผู้ผลิตหลายราย โดยระบุว่าเป็น “เทรนด์ที่อันตราย” หากประชาชนเริ่มตัดสินใจเลือกเอง เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลและหลักฐานเรื่องการผสมและจับคู่วัคซีน พร้อมแนะนำว่า ให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขสามารถตัดสินใจเรื่องนี้โดยอาศัยข้อมูลที่มีอยู่
การศึกษาวัคซีนสลับชนิดในไทย
ขณะนี้ประเทศไทยเองมีการศึกษาการฉีดวัคซีนสลับชนิด โดยทีมนักวิทยาศาสตร์และคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 30 ชีวิต
เริ่มที่ นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ หรือ หมอยง หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เปิดเผยว่า การฉีดวัคซีนชนิดเชื้อตาย 1 เข็ม ทำให้ร่างกายเหมือนเคยติดเชื้อและสร้างความคุ้นเคยกับระบบภูมิต้านทาน
- หมอยงเผยช่องทางลงทะเบียนเช็กภูมิต้านทาน ฉีดวัคซีนสลับชนิด
- คณะแพทย์ จุฬาฯ เปิดรับอาสาสมัครฉีดวัคซีนโควิดเข็ม 1-2 สลับชนิด
ดังนั้น หากฉีดวัคซีนต่างชนิดโดยเฉพาะไวรัลเวกเตอร์ (แอสตร้าเซนเนก้า) ตามเข้าไป จะทำให้เหมือนได้รับวัคซีนเสริมไปอีก 1 ครั้ง และจะมีภูมิต้านทานที่เพิ่มขึ้นได้เช่นเดียวกัน โดยผลการศึกษาฉีดวัคซีนสลับชนิดพบข้อดี 3 ข้อ ดังนี้
- ผู้ที่ได้รับวัคซีนมีภูมิต้านทานที่สูงภายในเวลา 6 สัปดาห์ เร็วกว่าการให้วัคซีนชนิดไวรัลเวกเตอร์ในประเทศไทยที่จะได้ภูมิต้านทานสูง แต่ต้องใช้เวลา 12 สัปดาห์
- เป็นการปรับใช้ทรัพยากร (วัคซีน) ที่มีอยู่อย่างจำกัดให้ได้ประโยชน์สูงสุด
- การกระตุ้นเข็ม 3 ด้วย วัคซีนชนิดไวรัลเวกเตอร์สามารถทำให้เกิดภูมิต้านทานที่สูงมาก โดยไม่ต้องรอวัคซีนชนิดอื่น เพื่อประโยชน์ของบุคลากรทางการแพทย์
ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีการศึกษาการฉีดวัคซีนสลับชนิดหรือฉีดไขว้ชนิดในโรงเรียนแพทย์ 4-5 แห่ง รวมถึง “ศิริราช” ซึ่งคาดว่าผลการศึกษาจะออกมาในเร็ว ๆ นี้ ว่าการจับคู่ฉีดวัคซีนชนิดใดจะได้ผลดีที่สุด และสุดท้ายต้องมาพิจารณาอีกครั้งว่า การจับคู่วัคซีนที่ดีกับการจับคู่วัคซีนที่มีอยู่ ต้องปรับเปลี่ยนอย่างไรจึงจะเหมาะสม
ซิโนแวค 2 เข็ม + แอสตร้าเซนเนก้า 1 เข็ม ป้องกัน “เดลต้า” ได้
ด้าน ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ระบุว่า วัคซีนสูตรผสมระหว่างซิโนแวค 1 เข็ม กับแอสตร้าเซนเนก้า 1 เข็ม ให้ระดับการป้องกันสายพันธุ์เดลต้าได้ดีกว่าการฉีดซิโนแวค 2 เข็ม แต่ก็ยังไม่เทียบเท่าการฉีดแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็มอยู่ดี
สุดท้าย แนวโน้มที่ดีที่สุด คือการฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม ตามด้วย วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 1 เข็ม โดยจากการศึกษาในอาสาสมัครที่ร่วมทดสอบพบว่า มีระดับภูมิคุ้มกัน Neutralize antibody สูงถึง 99% รวมถึง ค่า IC50 (ค่าความเข้มข้นของสารที่สามารถยับยั้งอนุมูลอิสระได้) ต่อสายพันธุ์เดลต้าในระดับสูงสุด
จี้หยุดสั่งซิโนแวค เพื่อแก้ปัญหาระยะยาว
ศ.นพ.มานพ พิทักษ์ภากร หัวหน้าศูนย์วิจัยการแพทย์แม่นยำ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล แสดงความเห็นต่อการปรับสูตรฉีดวัคซีน (12 ก.ค.) ไว้ว่า ตนเห็นด้วยกับการปรับสูตรวัคซีนสำหรับประชาชนใหม่ แต่ถึงอย่างไร มาตรการนี้ควรเป็นมาตรการระยะสั้นในช่วงที่ปริมาณวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า และวัคซีนประสิทธิภาพสูงชนิดอื่นไม่ว่าจะเป็นไฟเซอร์ และโมเดอร์นา ยังไม่มาเท่านั้น
สิ่งที่จะเป็นการแก้ปัญหาระยะยาวที่เหมาะสมกว่า คือ การหยุดสั่งซื้อวัคซีนซิโนแวคเพิ่มและเปลี่ยนไปจัดหาวัคซีนชนิด mRNA หรือ วัคซีนอื่นที่ประสิทธิภาพสูง เช่น Novavax แทน
แม้การตัดสินใจปรับสูตรฉีดวัคซีนในครั้งนี้ของ สธ. เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และใช้วัคซีนที่มีอยู่ในมือให้ได้มากที่สุด แต่การฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 จากวัคซีนชนิดเดียวกัน ยังคงเป็นสิ่งที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำ
จำนวนวัคซีนซิโนแวคในประเทศไทย
ข้อมูลการนำเข้าวัคซีนซิโนแวคของประเทศไทย ตามการรายงานของสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย รวมจำนวนวัคซีนซิโนแวคในประเทศไทยขณะนี้ จำนวน 13 ล้านโดส ดังนี้
- วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 : ถึงประเทศไทย 200,000 โดส
- วันที่ 20 มีนาคม 2564 : ถึงประเทศไทย 800,000 โดส
- วันที่ 10 เมษายน 2564 : ถึงประเทศไทย 1,000,000 โดส
- วันที่ 24 เมษายน 2564 : ถึงประเทศไทย 500,000 โดส
- วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 : ถึงประเทศไทย 1,000,000 โดส
- วันที่ 12 พฤษภาคม 2564 : ถึงประเทศไทย 500,000 โดส
- วันที่ 14 พฤษภาคม 2564 : ถึงประเทศไทย 500,000 โดส
- วันที่ 15 พฤษภาคม 2564 : ถึงประเทศไทย 500,000 โดส
- วันที่ 20 พฤษภาคม 2564 : ถึงประเทศไทย 1,500,000
- โดส
- วันที่ 5 มิถุนายน 2564 : ถึงประเทศไทย 500,000 โดส
- วันที่ 10 มิถุนายน 2564 : ถึงประเทศไทย 1,000,000 โดส
- วันที่ 23 มิถุนายน 2564 : ถึงประเทศไทย 2,000,000 โดส
- วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 : ถึงประเทศไทย 1,000,000 โดส
- วันที่ 7 กรกฎาคม 2564 : ถึงประเทศไทย 2,000,000 โดส