เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
ดูทั้งหมด

แห่ทิ้ง “หยวน-ดอลล์ฮ่องกง” นักลงทุนผวาจีนขยี้บริษัทเทค

31 ก.ค. 2564 | 10:46น.
เงินหยวน
คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก
นงนุช สิงหเดชะ

การที่รัฐบาลปราบปรามบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของจีนอย่างต่อเนื่อง โดยรายล่าสุดที่ถูกเล่นงานก็คือ “ตีตี้” (Didi) บริษัทให้บริการเรียกรถโดยสารและรถยนต์ส่วนบุคคลรายใหญ่ของจีนลักษณะเดียวกับ “แกร็บ” หรือ “อูเบอร์” สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนค่อนข้างมาก และความกังวลยิ่งมากขึ้นไปอีกเมื่อจีนเริ่มแสดงให้เห็นว่าการปราบปรามจะขยายวงไปนอกเหนือจากบริษัทเทคโนโลยี เห็นได้จากการเล่นงานบริษัทด้านการศึกษาด้วย

การปราบปรามอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้นักลงทุนเทขายเงินหยวนและดอลลาร์ฮ่องกง พร้อมกับที่ตลาดหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกงดิ่งฮวบครั้งใหญ่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้เงินหยวนในตลาดต่างประเทศ (ออฟชอร์) เมื่อวันอังคารที่ 27 กรกฎาคมปิดตลาดที่ 6.528 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลง 1% เมื่อเทียบกับวันศุกร์ 23 กรกฎาคม ส่วนเงินดอลลาร์ฮ่องกง ซื้อขายที่ 7.7849 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าที่สุดนับจากเดือนเมษายนปีนี้ หลังจากดัชนีหั่งเส็งร่วงลงกว่า 8% ในเวลาเพียง 2 วันของสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยรวมแล้วตลอดเดือนกรกฎาคม ดัชนีหั่งเส็งปรับลงประมาณ 13% ทำผลงานแย่สุดนับจากเดือนกันยายน 2011

ส่วนตลาดหุ้นของจีนแผ่นดินใหญ่ ได้แก่ เสิ่นเจิ้น ปรับลง 5.5% แย่ที่สุดนับจากเดือนกันยายน 2020 ขณะที่เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตลดลงเกือบ 6% แย่ที่สุดนับจากเดือนตุลาคม 2018 ซึ่งนักวิเคราะห์ของบีสโป๊ก อินเวสต์เมนต์ กรุ๊ป ระบุว่า ยังไม่มีครั้งใดเลยนับจากวิกฤตการเงินเมื่อปี 2008 ที่ดัชนีหั่งเส็งจะลดลงมากในเวลาเพียง 2 วันเท่ากับครั้งนี้

“วิษณุ วราธัน” หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจและกลยุทธ์มิซูโฮ แบงก์ เตือนว่า ท่ามกลางการปราบปรามบริษัทต่าง ๆ เช่นนี้ “เงินหยวน” ในตลาดต่างประเทศอาจอ่อนค่าได้อีก โดยมีแนวโน้มว่าจะมีลักษณะผันผวนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ มากกว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียว อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าจะเกิดขึ้นยาวนาน ถ้าหากตลาดเกิดความรับรู้ว่ารัฐบาลจีนมีความพยายามขัดขวางไม่ให้บริษัทจีนไประดมทุนในต่างประเทศอย่างไม่สิ้นสุด แต่ที่แน่ ๆ แรงจูงใจเฉพาะหน้าในขณะนี้ที่ทำให้นักลงทุน “เทขายเงินหยวน” ก็คือการที่รัฐบาลจีนขยายวงเล่นงานไปยังธุรกิจการศึกษาและอาจจะรวมถึงธุรกิจสุขภาพด้วย

ทางด้าน “คลอดิโอ ไพรอน” หัวหน้ากลยุทธ์อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเอเชียของแบงก์ออฟอเมริกา เมอร์ริล ลินช์ ระบุว่า พฤติกรรมดังกล่าวของรัฐบาลจีน บ่งบอกว่าจีนหันเข้าภายในประเทศมากขึ้น หากจีนหันเข้าภายในมากขึ้นจะยิ่งสร้างผลเสียต่อเงินหยวน โดยเฉพาะถ้าการ “อ่อนค่า” เกิดขึ้นพร้อมกับการ “อ่อนตัว” ของดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อซึ่งเป็นมาตรวัดผลประกอบการของภาคการผลิต

บริษัท “ตีตี้” ซึ่งเป็นเป้าใหญ่ที่ถูกรัฐบาลจีนเล่นงานรอบล่าสุด ต่อจากระดับบิ๊กเนมก่อนหน้านี้ เช่น อาลีบาบา เทนเซนต์ เป็นบริษัทสัญชาติจีนที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ และเริ่มซื้อขายเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ถือเป็นบริษัทรายใหญ่ของจีนและของโลกรายหนึ่ง ด้วยจำนวนผู้ใช้บริการประมาณ 600 ล้านราย ให้บริการใน 16 ประเทศทั่วโลก แต่ต้นเดือนกรกฎาคม แอปพลิเคชั่นของตีตี้ทั้งหมด ถูกถอดออกจากแอปสโตร์ตามคำสั่งของหน่วยงานความมั่นคงด้านไซเบอร์ของจีน ด้วยข้อหาเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานในลักษณะละเมิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม มีการวิเคราะห์ว่า สาเหตุหลักที่รัฐบาลจีนเล่นงานตีตี้ น่าจะเป็นเพราะไม่พอใจที่บริษัทแห่งนี้ไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ แทนที่จะเป็นตลาดหุ้นฮ่องกงหรือตลาดหุ้นแผ่นดินใหญ่ เพราะนโยบายของจีนต้องการลดการพึ่งพาสหรัฐ ขณะที่ 2 ประเทศมีความขัดแย้งกันอยู่ โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยี

นอกจากนี้น่าจะเป็นเพราะจีนเกรงว่าต่างชาติจะได้รับข้อมูลที่มีความสำคัญของประเทศไปจนกระทบต่อความมั่นคง เพราะข้อมูลที่ตีตี้จัดเก็บมีทั้งข้อมูลด้านภูมิศาสตร์ ข้อมูลคนขับ ข้อมูลผู้ใช้บริการ อีกทั้งมีกล้องบันทึกทั้งภายในและภายนอกตัวรถ จนอาจเป็นการเปิดเผยข้อมูลละเอียดอ่อนที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงของจีนให้ต่างชาติรู้

การถูกถอดแอปพลิเคชั่นในจีน จะกระทบต่อรายได้ของตีตี้ค่อนข้างมาก เนื่องจากจีนเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของบริษัท