เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

แห่ทิ้ง “หยวน-ดอลล์ฮ่องกง” นักลงทุนผวาจีนขยี้บริษัทเทค

31 ก.ค. 2564 | 10:46น.
เงินหยวน
คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก
นงนุช สิงหเดชะ

การที่รัฐบาลปราบปรามบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของจีนอย่างต่อเนื่อง โดยรายล่าสุดที่ถูกเล่นงานก็คือ “ตีตี้” (Didi) บริษัทให้บริการเรียกรถโดยสารและรถยนต์ส่วนบุคคลรายใหญ่ของจีนลักษณะเดียวกับ “แกร็บ” หรือ “อูเบอร์” สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนค่อนข้างมาก และความกังวลยิ่งมากขึ้นไปอีกเมื่อจีนเริ่มแสดงให้เห็นว่าการปราบปรามจะขยายวงไปนอกเหนือจากบริษัทเทคโนโลยี เห็นได้จากการเล่นงานบริษัทด้านการศึกษาด้วย

การปราบปรามอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้นักลงทุนเทขายเงินหยวนและดอลลาร์ฮ่องกง พร้อมกับที่ตลาดหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกงดิ่งฮวบครั้งใหญ่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้เงินหยวนในตลาดต่างประเทศ (ออฟชอร์) เมื่อวันอังคารที่ 27 กรกฎาคมปิดตลาดที่ 6.528 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลง 1% เมื่อเทียบกับวันศุกร์ 23 กรกฎาคม ส่วนเงินดอลลาร์ฮ่องกง ซื้อขายที่ 7.7849 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าที่สุดนับจากเดือนเมษายนปีนี้ หลังจากดัชนีหั่งเส็งร่วงลงกว่า 8% ในเวลาเพียง 2 วันของสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยรวมแล้วตลอดเดือนกรกฎาคม ดัชนีหั่งเส็งปรับลงประมาณ 13% ทำผลงานแย่สุดนับจากเดือนกันยายน 2011

ส่วนตลาดหุ้นของจีนแผ่นดินใหญ่ ได้แก่ เสิ่นเจิ้น ปรับลง 5.5% แย่ที่สุดนับจากเดือนกันยายน 2020 ขณะที่เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตลดลงเกือบ 6% แย่ที่สุดนับจากเดือนตุลาคม 2018 ซึ่งนักวิเคราะห์ของบีสโป๊ก อินเวสต์เมนต์ กรุ๊ป ระบุว่า ยังไม่มีครั้งใดเลยนับจากวิกฤตการเงินเมื่อปี 2008 ที่ดัชนีหั่งเส็งจะลดลงมากในเวลาเพียง 2 วันเท่ากับครั้งนี้

“วิษณุ วราธัน” หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจและกลยุทธ์มิซูโฮ แบงก์ เตือนว่า ท่ามกลางการปราบปรามบริษัทต่าง ๆ เช่นนี้ “เงินหยวน” ในตลาดต่างประเทศอาจอ่อนค่าได้อีก โดยมีแนวโน้มว่าจะมีลักษณะผันผวนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ มากกว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียว อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าจะเกิดขึ้นยาวนาน ถ้าหากตลาดเกิดความรับรู้ว่ารัฐบาลจีนมีความพยายามขัดขวางไม่ให้บริษัทจีนไประดมทุนในต่างประเทศอย่างไม่สิ้นสุด แต่ที่แน่ ๆ แรงจูงใจเฉพาะหน้าในขณะนี้ที่ทำให้นักลงทุน “เทขายเงินหยวน” ก็คือการที่รัฐบาลจีนขยายวงเล่นงานไปยังธุรกิจการศึกษาและอาจจะรวมถึงธุรกิจสุขภาพด้วย

ทางด้าน “คลอดิโอ ไพรอน” หัวหน้ากลยุทธ์อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเอเชียของแบงก์ออฟอเมริกา เมอร์ริล ลินช์ ระบุว่า พฤติกรรมดังกล่าวของรัฐบาลจีน บ่งบอกว่าจีนหันเข้าภายในประเทศมากขึ้น หากจีนหันเข้าภายในมากขึ้นจะยิ่งสร้างผลเสียต่อเงินหยวน โดยเฉพาะถ้าการ “อ่อนค่า” เกิดขึ้นพร้อมกับการ “อ่อนตัว” ของดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อซึ่งเป็นมาตรวัดผลประกอบการของภาคการผลิต

บริษัท “ตีตี้” ซึ่งเป็นเป้าใหญ่ที่ถูกรัฐบาลจีนเล่นงานรอบล่าสุด ต่อจากระดับบิ๊กเนมก่อนหน้านี้ เช่น อาลีบาบา เทนเซนต์ เป็นบริษัทสัญชาติจีนที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ และเริ่มซื้อขายเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ถือเป็นบริษัทรายใหญ่ของจีนและของโลกรายหนึ่ง ด้วยจำนวนผู้ใช้บริการประมาณ 600 ล้านราย ให้บริการใน 16 ประเทศทั่วโลก แต่ต้นเดือนกรกฎาคม แอปพลิเคชั่นของตีตี้ทั้งหมด ถูกถอดออกจากแอปสโตร์ตามคำสั่งของหน่วยงานความมั่นคงด้านไซเบอร์ของจีน ด้วยข้อหาเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานในลักษณะละเมิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม มีการวิเคราะห์ว่า สาเหตุหลักที่รัฐบาลจีนเล่นงานตีตี้ น่าจะเป็นเพราะไม่พอใจที่บริษัทแห่งนี้ไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ แทนที่จะเป็นตลาดหุ้นฮ่องกงหรือตลาดหุ้นแผ่นดินใหญ่ เพราะนโยบายของจีนต้องการลดการพึ่งพาสหรัฐ ขณะที่ 2 ประเทศมีความขัดแย้งกันอยู่ โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยี

นอกจากนี้น่าจะเป็นเพราะจีนเกรงว่าต่างชาติจะได้รับข้อมูลที่มีความสำคัญของประเทศไปจนกระทบต่อความมั่นคง เพราะข้อมูลที่ตีตี้จัดเก็บมีทั้งข้อมูลด้านภูมิศาสตร์ ข้อมูลคนขับ ข้อมูลผู้ใช้บริการ อีกทั้งมีกล้องบันทึกทั้งภายในและภายนอกตัวรถ จนอาจเป็นการเปิดเผยข้อมูลละเอียดอ่อนที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงของจีนให้ต่างชาติรู้

การถูกถอดแอปพลิเคชั่นในจีน จะกระทบต่อรายได้ของตีตี้ค่อนข้างมาก เนื่องจากจีนเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของบริษัท