“FESPA” ชี้ทางรอดอุตฯพิมพ์ ชูดิจิทัล “เฟสป้าเอเชีย” ปีหน้า
สมาพันธ์การพิมพ์แห่งยุโรปชี้ทางรอดอุตสาหกรรมการพิมพ์ทั่วโลก เหตุความต้องการลูกค้าส่วนใหญ่เปลี่ยน แนะผู้ประกอบการปรับตัวใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ mix produce ดีไซน์ลงบนวัสดุที่หลากหลาย สิ่งทอ แก้ว กระจกรถ พร้อมเตรียมจัดงานแสดงสินค้าและนวัตกรรมการพิมพ์สกรีนและการพิมพ์ระบบดิจิทัล “FESPA Asia 2018” ระหว่าง 22-24 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ไบเทค บางนา
นางรอซ กัวโนรี ผู้อำนวยการ สมาพันธ์การพิมพ์แห่งยุโรป (FESPA) กล่าวถึงสถานการณ์ของอุตสาหกรรมการพิมพ์ทั่วโลกว่า ขณะนี้ความเสี่ยงที่ส่งผลให้อัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมดังกล่าวต้องชะงักและชะลอลงไปเมื่อช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากผู้ประกอบการและความต้องการของตลาดไม่ตรงกัน ซึ่งผู้ประกอบการในวงการสิ่งพิมพ์ยังคงยึดติดอยู่กับการพิมพ์ในประเภทธุรกิจเดิม เช่น ป้ายโฆษณา บิลบอร์ด แพ็กเกจจิ้ง หรือพิมพ์ลงบนกระดาษเอกสาร หนังสือ และไวนิลอย่างเดียว
ขณะที่ความต้องการของตลาดหรือลูกค้าส่วนใหญ่เปลี่ยนไป ต้องการการพิมพ์ที่แตกต่าง มีลูกเล่น สีสันที่ทันสมัย การดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ให้คนซื้อจดจำ หรือการที่ผู้ประกอบการรายเดียวสามารถบริการงานได้หลากหลายประเภทในที่เดียว (one stop service) และยังพบว่าลูกค้ากว่า 80% ต้องการให้อุตสาหกรรมการพิมพ์ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ดิจิทัลเข้ามาผสมผสานให้สามารถพิมพ์ลงบนวัสดุที่หลากหลายได้ นอกเหนือจากกระดาษ/ไวนิล เช่น การพิมพ์ลงบนผ้าทอ เครื่องแก้ว กระจกรถยนต์ เป็นต้น
“ทางรอดของอุตสาหกรรมการพิมพ์ คือ ต้องบริการเร็วอย่างเรื่องการจัดส่ง มีโซลูชั่นให้เลือกหลากหลาย เพราะเทรนด์ตอนนี้เปลี่ยนไปมาก เราทำการสำรวจตลาดตลอด ตอนนี้ลูกค้าต้องการผู้พิมพ์ที่มีการผสมผสานนำเทคโนโลยีมาใช้ หรือที่เราเห็นมากตอนนี้คือพิมพ์ขึ้นรูป 3 มิติ พิมพ์ลายการ์ตูนหรือลายกราฟิกที่ดีไซน์เองในแพ็กเกจจิ้ง พิมพ์ในเสื้อผ้าสิ่งทอเหล่านี้เทรนด์มาแรง เพราะเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นการสร้างแบรนด์เสื้อผ้าให้เติบโตถึง 67% ส่วนการพิมพ์ลงเครื่องแก้วของใช้อย่างแก้วน้ำ จาน ขวดน้ำหอมลายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เป็นธุรกิจที่ขยายตัวเร็ว การพิมพ์ลงบนกระจกรถ คืออีกหนึ่งนวัตกรรมที่อุตสาหกรรมนี้เติบโตตามการขยายตัวของรถยนต์ถึง 60%”
จากการเก็บสถิติในทั่วโลก พบว่าโตปีละ 2.7% ขณะที่ตลาดเอเชียอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์เริ่มฟื้นตัวปี 2553 เช่น การพิมพ์ลงบนเครื่องแก้วที่มีมูลค่า 600 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 20,000 ล้านบาท) และคาดว่ามูลค่าอาจจะเพิ่มไปถึง 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 40,000 ล้านบาท) ในปี 2563 หรือการพิมพ์ลงบนกระจกในปี 2553 ที่มีมูลค่า 1,400 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 48,000 ล้านบาท) คาดว่าในปี 2563 จะมีมูลค่าถึง 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 70,000 ล้านบาท) ขณะที่ตลาดในกลุ่มบรรจุภัณฑ์คาดว่าตลอดปี 2558-2565 จะมีมูลค่าถึง 3,800 ล้านบาท เติบโตจากธุรกิจอาหาร ซึ่งทั้งหมดเกิดจากการปรับตัวของผู้ประกอบการโดยลงทุนนำเทคโนโลยี ดิจิทัล เทคนิค ซอฟต์แวร์ ดีไซน์ ความรู้ใหม่มาปรับใช้
ทั้งนี้ สมาพันธ์การพิมพ์แห่งยุโรป (FESPA) เตรียมจัดงานแสดงสินค้าและนวัตกรรมการพิมพ์สกรีนและการพิมพ์ระบบดิจิทัล หรือ FESPA Asia 2018 ระหว่างวันที่ 22-24 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ซึ่งภายในงานจะมีผู้เข้าร่วมงาน 6,000 ราย คาดว่าจะมีมูลค่าการซื้อขายภายในงานหลายล้านเหรียญสหรัฐ จากผู้เข้าร่วมทั่วโลก อาทิ ไทย อเมริกา ยุโรป อินโดนีเซีย มาเลเซีย เกาหลีใต้ จีน อินเดีย ฯลฯ และการจับคู่ธุรกิจ (business matching) ครั้งนี้จะทำให้อุตสาหกรรมการพิมพ์ไทยและต่างชาติพัฒนาและเกิดธุรกิจใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น