เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
Real Estate ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
ดูทั้งหมด

“หนี้” กำลังท่วมโลก เพราะ “โควิด-โลกร้อน”

19 ส.ค. 2564 | 08:38น.
คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

 

ผู้เชี่ยวชาญด้านสถานะทางการเงินภาครัฐหลายคนเชื่อว่า อีกไม่นานหลายประเทศอาจประสบปัญหาหนี้สาธารณะถึงขนาดต้อง “พักชำระหนี้” กันระนาว

จุดเริ่มต้นของปัญหาหนี้สินทั่วโลกครั้งนี้ มีต้นตอจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับหลายประเทศทั่วโลกมาเป็นปีที่ 2 แล้ว ทั้งเพื่อแก้ปัญหาและฟื้นฟูสภาวะเศรษฐกิจ หลายประเทศใช้วิธีการกู้ยืมเพิ่มขึ้นมหาศาลในปีที่ผ่านมา

“ยานุส เฮนเดอร์สัน” บริษัทบริหารสินทรัพย์สัญชาติอังกฤษ ประเมินว่าสิ้นปี 2020 ที่ผ่านมา ปริมาณหนี้สาธารณะรวมกันทั่วโลกพุ่งสูงถึง 62.5 ล้านล้านดอลลาร์ ในเวลาเดียวกันวิกฤตใหม่ย่างกรายเข้ามาให้เห็นชัดเจนมากขึ้น นั่นคือปัญหา “ภาวะโลกร้อน” ที่ก่อให้เกิดไฟป่า ฝนตกหนัก น้ำท่วมและดินถล่มที่สร้างความเสียหายให้กับนานาประเทศอย่างรุนแรงในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา

รัฐบาลไม่เพียงต้องใช้งบประมาณมหาศาลบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้น ยังต้องทุ่มเงินอีกมากกว่าเพื่อดำเนินการป้องกันภัยธรรมชาติในอนาคต เช่น น้ำท่วมใหญ่ในเยอรมนีเมื่อเร็ว ๆ นี้ ส่งผลให้รัฐบาลต้องตั้งกองทุนฟื้นฟูมูลค่าถึง 30,000 ล้านยูโร

หรือกรณีสิงคโปร์ ที่รัฐบาลจัดสรรงบประมาณถึง 72,000 ล้านดอลลาร์ สำหรับป้องกันระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น

เมื่อต้นปีนี้ “แบงก์ออฟอเมริกา” ประเมินว่า เฉพาะเพื่อจัดการกับปัญหานี้จะทำให้ทั่วโลกมีหนี้เพิ่มมากขึ้น 54-69 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2100 ถือเป็นปริมาณมหาศาลเทียบกับขนาดเศรษฐกิจของทั้งโลก ที่มีมูลค่าราว 80 ล้านล้านดอลลาร์เท่านั้น

หนี้สาธารณะพอกพูนมากขึ้นเท่าใด ผลกระทบต่อเสถียรภาพการเงินและการคลังแต่ละประเทศยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น

“เอฟทีเอสอี รัสเซลล์” บริษัทจัดทำดัชนีอิสระระดับโลกเตือนว่า ผลกระทบจากปัญหาหนี้จะส่งผลต่อประเทศที่เป็นหนี้ภายในไม่ถึง 10 ปีข้างหน้า

“จูเลียน มุสซาวี” ผู้จัดการอาวุโสแผนกการลงทุนที่ยั่งยืนของเอฟทีเอสอี เชื่อว่า การลดอันดับความน่าเชื่อถือต่อสถานะหนี้ของประเทศที่เชื่อมโยงจากปัญหาโลกร้อนจะเกิดขึ้นกับหลาย ๆ ประเทศในเร็ว ๆ นี้เป็นครั้งแรก

รายงานของเอฟทีเอสอี บ่งชี้ว่า ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด ประเทศกำลังพัฒนาอย่าง มาเลเซีย, แอฟริกาใต้กับเม็กซิโก ตลอดจนประเทศพัฒนาแล้วอย่าง อิตาลีอาจต้อง “พักชำระหนี้” ภายในปี 2050 แม้ประเทศกำลังพัฒนาจะเปราะบางต่อปัญหาภาวะโลกร้อน แต่ประเทศพัฒนาแล้วใช่ว่าจะหลีกเลี่ยงผลกระทบเรื่องนี้ได้

และ “ซีนาริโอ” ที่เลวร้ายรองลงมา ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อรัฐบาลแต่ละประเทศ เชื่องช้าต่อการตอบสนองปัญหาโลกร้อน ก็จะได้เห็นประเทศ ออสเตรเลีย, โปแลนด์, ญี่ปุ่น และอิสราเอล ตกอยู่ภายใต้ภาวะเสี่ยงที่จะต้องพักชำระหนี้ หรือถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือประเทศลง

ผลศึกษาดังกล่าวสอดคล้องกับผลวิจัยอีกชิ้นที่จัดทำโดยนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยหลายแห่ง รวมทั้งมหาวิทยาลัย เคมบริดจ์ ซึ่งได้ข้อสรุปว่า ภายในปี 2030 ราว 63 ประเทศ หรือครึ่งหนึ่งของประเทศที่ถูกจัดอันดับความน่าเชื่อถือโดยเอสแอนด์พี โกลบอล, มูดีส์ อินเวสเตอร์ และฟิทช์ อาจถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือลงเพราะปัญหาโลกร้อน

ประเทศอย่าง จีน , ชิลี, มาเลเซีย และเม็กซิโก จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด จะถูกดาวน์เกรดลง 6 ขั้น ภายในสิ้นศตวรรษนี้ ขณะที่สหรัฐอเมริกา, เยอรมนี, แคนาดา, ออสเตรเลีย, อินเดีย และเปรู อาจถูกดาวน์เกรดลง 4 ระดับ

การถูกปรับลดระดับความน่าเชื่อถือ หมายถึงต้นทุนในการกู้ยืมเพื่อระดมเงินทุนจากตลาดระหว่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น

งานวิจัยชิ้นนี้วิเคราะห์ไว้ว่า เมื่อถึงสิ้นศตวรรษ คือในปี 2100 ประเทศที่ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือเหล่านี้ จำเป็นต้องแบกรับภาระต้องชำระหนี้รายปีเพิ่มมากขึ้นอีกปีละ 137,000 ล้านดอลลาร์ ถึง 205,000 ล้านดอลลาร์

หากไม่มีชำระก็ต้องเข้าสู่กระบวนการพักชำระหนี้กัน เท่านั้นเอง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พักชำระหนี้ โลกร้อน