เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“สุรศักดิ์” รมว.ท่องเที่ยวฯ จ่อชง “ฟรีวีซ่า” 15 วัน กลุ่มละตินอเมริกาหลังตัวเลข “เม็กซิโก-โคลัมเบีย” วูบหนัก
Economic “สุรศักดิ์” รมว.ท่องเที่ยวฯ จ่อชง “ฟรีวีซ่า” 15 วัน กลุ่มละตินอเมริกาหลังตัวเลข “เม็กซิโก-โคลัมเบีย” วูบหนัก
“สื่อไทย-เวียดนาม” ผนึกพลังรับมือ AI-บิ๊กเทค พร้อมต่อ MOU ยกระดับสื่อทั้ง 2 ประเทศให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน
Business “สื่อไทย-เวียดนาม” ผนึกพลังรับมือ AI-บิ๊กเทค พร้อมต่อ MOU ยกระดับสื่อทั้ง 2 ประเทศให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน
‘ชัชชาติ’ เคลียร์ปมงบฉุกเฉิน กทม. เหลือ 28 ล้าน หลังทุ่มช่วยน้ำท่วม ยันโยกข้ามหมวดได้
News ‘ชัชชาติ’ เคลียร์ปมงบฉุกเฉิน กทม. เหลือ 28 ล้าน หลังทุ่มช่วยน้ำท่วม ยันโยกข้ามหมวดได้
กทม. ลุยผังเมืองใหม่ “รายบล็อก” ทั่วกรุง นำร่อง 8 พื้นที่แก้สาธารณูปโภค-รับมือน้ำท่วม
Real Estate กทม. ลุยผังเมืองใหม่ “รายบล็อก” ทั่วกรุง นำร่อง 8 พื้นที่แก้สาธารณูปโภค-รับมือน้ำท่วม
ศุภาลัย คัมแบกคอนโดฯเชียงใหม่ เปิดตัว “TYME” ห้องใหญ่-ออกแบบต้านแผ่นดินไหว พรีเซล 21-22 พ.ย.นี้
Real Estate ศุภาลัย คัมแบกคอนโดฯเชียงใหม่ เปิดตัว “TYME” ห้องใหญ่-ออกแบบต้านแผ่นดินไหว พรีเซล 21-22 พ.ย.นี้
VING : เปลี่ยนไอเดียจากสนามวิ่ง สู่แบรนด์ไทยที่อยากให้โลกรู้จัก
Business VING : เปลี่ยนไอเดียจากสนามวิ่ง สู่แบรนด์ไทยที่อยากให้โลกรู้จัก
ชาตราเบอร์ 5 หนุน รร.ฝึกอาชีพ กทม. มอบวัตถุดิบปั้นบาริสต้าหน้าใหม่ พร้อมเดินเกมรุกตลาดผู้ประกอบการ
Biz Movement ชาตราเบอร์ 5 หนุน รร.ฝึกอาชีพ กทม. มอบวัตถุดิบปั้นบาริสต้าหน้าใหม่ พร้อมเดินเกมรุกตลาดผู้ประกอบการ
หุ้นไทยปิดพุ่ง 16.36 จุด แรงซื้อบิ๊กแคปหนุน จับตาฟันด์โฟลว์ไหลเข้าจากอินโดฯ
Finance หุ้นไทยปิดพุ่ง 16.36 จุด แรงซื้อบิ๊กแคปหนุน จับตาฟันด์โฟลว์ไหลเข้าจากอินโดฯ
CP ขอสิ้นสุดสัญญา ‘อีอีซี’ รับสภาพไฮสปีด 3 สนามบินส่อล่ม
Economic CP ขอสิ้นสุดสัญญา ‘อีอีซี’ รับสภาพไฮสปีด 3 สนามบินส่อล่ม
SMEs ลำพูนขานรับ กขค. คุมเครดิตเทอม จี้ลด VAT เกษตรเหลือ 3%
เศรษฐกิจภูมิภาค SMEs ลำพูนขานรับ กขค. คุมเครดิตเทอม จี้ลด VAT เกษตรเหลือ 3%
ดูทั้งหมด

เสียงสะท้อน “แฟกตอรี่แซนด์บอกซ์”

21 ส.ค. 2564 | 11:10น.
บทนำ

มาตรการควบคุมป้องกันโควิด-19 ยังทยอยออกมาต่อเนื่อง แม้รัฐบาลประเมินในทิศทางบวกว่าการติดเชื้อจะพีกสุดภายในสิ้นเดือน ส.ค.นี้ จากนั้นโควิดจะคลี่คลาย สามารถผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มให้กิจการและกิจกรรมบางประเภทเปิดดำเนินการตามปกติได้ต้นเดือน ก.ย. 2564 สอดรับกับแผนเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนครบโดสโดยไม่ต้องกักตัวกลางเดือน ต.ค.

ล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบข้อเสนอของศูนย์บริหารสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) ให้จัดทำโครงการนำร่องการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดในโรงงาน (Factory Sandbox) โฟกัสกลุ่มเป้าหมายภาคการผลิตส่งออกขนาดใหญ่ใน 4 อุตสาหกรรม ได้แก่ ยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อาหาร และอุปกรณ์การแพทย์

เป้าหมายเพื่อรักษาฐานการผลิตและส่งออกมูลค่า 7 แสนล้านบาท และการจ้างงานกว่า 3 ล้านตำแหน่ง ใน 4 จังหวัดนำร่อง เฟสแรก คือ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร และชลบุรี จากนั้นจะขยายเฟส 2 จ.พระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ โดยให้กระทรวงแรงงานกับกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นแกนหลัก ดำเนินการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย สาธารณสุข ฯลฯ

โดยให้โรงงานผลิตสินค้าส่งออกที่มีลูกจ้าง 500 คนขึ้นไป จัดตั้งโรงพยาบาลสนามไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5 ของจำนวนพนักงาน และให้ดำเนินกิจการภายใต้การปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด (Bubble and seal) ตรวจหาเชื้อทุก 7 วัน รวมทั้งฉีดวัคซีนให้ลูกจ้าง ฯลฯ

เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่มุ่งเน้นสร้างสมดุลระหว่างสาธารณสุขกับเศรษฐกิจ เป็นทางเลือกทางออกในช่วงที่ประเทศเผชิญวิกฤตซ้ำซ้อน แม้สถานประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จะขานรับ แต่มีจำนวนไม่น้อยที่วิตกกังวล และสะท้อนถึงปัญหาในทางปฏิบัติโดยเฉพาะสถานประกอบการขนาดกลางและเล็ก

เพราะนอกจากต้องปฏิบัติตามกระบวนการที่กำหนด ทำให้มีภาระเพิ่มขึ้นแล้ว การจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ สถานที่ตั้งโรงพยาบาลสนาม การตรวจสอบผู้ติดเชื้อ ฯลฯ เท่ากับมีต้นทุนเพิ่มขึ้น ขณะที่ยอดขายรายได้ลดลงมากจากสถานการณ์เศรษฐกิจและโควิด-19

มาตรการที่มาถูกทาง แต่แนวปฏิบัติยังไม่ชัดเจนว่าจะใช้วิธีจูงหรือเป็นมาตรการบังคับ รัฐจึงต้องเร่งชี้แจงสร้างความเข้าใจ เช่นเดียวกับ company isolation การแยกกักในสถานที่ทำงานที่จะนำมาใช้กับบริษัท ห้างร้านในพื้นที่สีแดงเข้มที่มีพนักงานเกิน 50 คน

ข้อเรียกร้องภาคเอกชนที่ต้องการความชัดเจน ขอรัฐสนับสนุนค่าใช้จ่าย ขอสิทธิลดหยอนภาษี เป็นเรื่องที่ต้องรับฟังและเร่งพิจารณา มาตรการจะได้เดินหน้าหยุดการแพร่ระบาดของโควิดไม่ให้วิกฤตกว่านี้