เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ‘สะพานข้ามเกาะช้าง’ หมื่นล้าน ปลุกเศรษฐกิจทะเลภาคตะวันออก
Economic จับตา ‘สะพานข้ามเกาะช้าง’ หมื่นล้าน ปลุกเศรษฐกิจทะเลภาคตะวันออก
เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
Business เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
Economic 7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
Politics ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
สามัญสำนึก ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
เนื้อแท้ บาร์โคล่า
คุยกับเอกราช เนื้อแท้ บาร์โคล่า
มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
Politics มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
Tech รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
เศรษฐกิจภูมิภาค สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
Business CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
ดูทั้งหมด

อัพเดตชง ศบค. เปิดนั่งกินในร้าน เสริมสวย ร้านกลางแจ้ง เฟสแรก 1 ก.ย.นี้

25 ส.ค. 2564 | 00:02น.
ห้ามกินในร้านอาหาร

สธ.รับหลักการภาคธุรกิจขอผ่อนคลาย เปิดห้าง ประเดิมนั่งกินในร้านก่อน 50% เสริมสวย นวด ร้านกลางแจ้ง ออกกำลังกาย ธุรกิจไอทีอุปกรณ์สื่อสารและไฟฟ้า ธุรกิจบริการ ชง ศบค. 27 ส.ค. ลุ้นปลดล็อกเปิดเฟสแรก 1 ก.ย.นี้ ย้ำมาตรการป้องกันเข้มงวด ทั้งตรวจคัดกรอง ตรวจชุด ATK ฉีดวัคซีนครบ

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมผู้บริหารระดับสูงของ สธ. ร่วมหารือกับตัวแทน 9 สมาคมภาคธุรกิจ ประกอบด้วย ธุรกิจร้านอาหาร กลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ กลุ่มอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมคลินิกเอกชน สมาคมผู้ประกอบการสปาไทย กลุ่มสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย สมาคมสนามกอล์ฟไทย และสมาคมวิชาชีพช่างทำผมไทย และสมาคมภัตตาคารไทย ที่เข้ายื่นหนังสือเพื่อขอผ่อนคลายมาตรการให้ภาคเอกชนสามารถประกอบธุรกิจได้ ภายใต้มาตรการควบคุมการป้องกันโรคโควิด-19 ของ สธ.

นายอนุทินกล่าวภายหลังการประชุมซึ่งใช้เวลาหารือนานกว่า 3 ชั่วโมงว่า พร้อมรับฟังปัญหาและหารือกัน เพื่อหาทางออกให้ทุกฝ่ายให้ผ่านพ้นวิกฤตโรคระบาดครั้งนี้ไปได้ด้วยดี ยืนยันว่ารัฐบาลพยายามที่จะหาทางออกให้กับผู้ประกอบการธุรกิจทุกกลุ่มอย่างเต็มที่ แต่ก็ยอมรับว่า หลายอย่างอยู่นอกเหนือการควบคุม เช่น มีการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโควิดเข้ามา จึงต้องขอขอบคุณความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดีที่เข้าใจ ถึงแม้ว่าจะประสบความยากลำบากในการดำเนินธุรกิจ

เอกชนเสนอรัฐ ชงเปิดคลายล็อก 3 ระยะ

ทางด้านนางศุภานวิต เอี่ยมสกุลรัตน์ กรรมการสมาคมศูนย์การค้าไทย กล่าวว่า แนวทางการขอเปิดธุรกิจที่สมาคมศูนย์การค้าเสนอรัฐบาลแบ่งเป็น 3 ระยะคือ ระยะที่ 1 คือ วันที่ 1 ก.ย. ระยะที่ 2 วันที่ 15 ก.ย. และระยะที่ 3 วันที่ 30 ก.ย. 2564

โดยแผนระยะที่ 1 ได้แก่ เปิดธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มนั่งรับประทานที่ร้าน ร้อยละ 50 และเปิดธุรกิจก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้าน คลินิกทันตกรรม ร้านนวด สปาเฉพาะนวดเท้า คลินิกเวชกรรม ธุรกิจเสริมสวยงดเว้นบริเวณใบหน้า ธุรกิจไอทีอุปกรณ์สื่อสารและไฟฟ้า อาคารสำนักงาน ธุรกิจบริการ เช่น ล้างรถ ซ่อมกุญแจ ไปรษณีย์ เบ็ดเตล็ด เช่น ร้านตัดแว่น สนามกอล์ฟ และกีฬากลางแจ้ง

ส่วนระยะที่ 2 เป็นการเปิดธุรกิจร้านอาหารแบบนั่งรับประทานที่ร้าน ร้อยละ 75 รวมถึงธุรกิจเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย และสถาบันการศึกษา

และระยะที่ 3 คือ ธุรกิจร้านอาหารแบบนั่งรับประทานเต็มรูปแบบ 100% ธุรกิจประกอบการสุขภาพและสปา เครื่องเล่นเด็ก และผู้ใหญ่ ธุรกิจฟิตเนส และออกกำลำลังกายในร่ม ธุรกิจโรงภาพยนตร์ และห้องจัดเลี้ยง เป็นต้น

อย่างไรก็ตามจะต้องมีมาตรการปฏิบัติเพื่อรองรับการดำเนินการอย่างปลอดภัย เช่น การกำหนดผู้มาใช้บริการต้องได้รับการฉีดวัคซีน และมีการทำสวอบเทสต์

ทั้งนี้ ขอให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) พิจารณาปลดล็อก และระบุเป็นแผนและแจ้งให้ประชาชนทราบล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมตัว เตรียมความพร้อม และการสร้างความเชื่อมั่นทั้งภาครัฐกิจและการดำรงชีวิตของประชาชนโดยรวมด้วย

สธ.รับหลักการ ชง ศบค. 27 ส.ค.นี้

ทางด้านนายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า สธ.รับในหลักการ โดยมอบหมายให้กรมควบคุมโรคดำเนินการในรายละเอียด ก่อนที่จะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ศบค. ในวันที่ 27 ส.ค.นี้ เพื่อขอความเห็นชอบในมาตรการผ่อนคลายต่าง ๆ ต่อไป

อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มว่าเป็นไปได้ที่จะให้ร้านอาหารสามารถนั่งรับประทานในร้านได้ประมาณร้อยละ 50 รวมถึงสถานประกอบการกลางแจ้ง สถานออกกำลังกายต่าง ๆ ก็อาจจะได้มีรับการผ่อนคลายให้ต่อไป

ทั้งนี้ สธ.อยากจะให้มีมาตรการป้องกันการติดเชื้อ จึงได้เสนอมาตรการให้ผู้ประกอบการทั้งหลายจัดระบบป้องกันการติดเชื้อ ขอให้พื้นที่บริการทั้งหมดต้องปลอดโควิด-19 (COVID free) ช่วยกันคัดกรองผู้ที่จะเข้าไปในห้างสรรพสินค้า ในเข้าไปในสถานประกอบการแต่ละแห่งอย่างเข้มงวด และมีการตรวจด้วยชุดตรวจ ATK เป็นระยะ ๆ ด้วย

นอกจากนี้ ในส่วนของบุคลากรจะต้องจัดให้มีการฉีดวัคซีนให้ครบถ้วน 2 เข็ม ซึ่งทราบว่าบางส่วนมีการฉีดไปแล้ว ส่วนที่เหลือมีจำนวนไม่มาก สธ.จะดูแลให้

ทั้งหมดนี้ เป็นมาตรการสำหรับสถานประกอบการในระบบปิด ส่วนระบบเปิดน่าจะผ่อนปรนได้มากกว่านี้ ซึ่งในรายละเอียด กรมควบคุมโรคจะมีการพิจารณาอีกครั้ง

ชี้แนวโน้มป่วยลด แต่ยอดตายยังสูงอีกระยะ

ด้านนายแพทย์เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า วันนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 17,165 ราย ถือว่าลดลงอย่างต่อเนื่องจากก่อนหน้านี้ที่อยู่ประมาณหลัก 2 หมื่นรายตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม มีผู้หายป่วยเพิ่มขึ้น 20,059 ราย ถือว่าสูงกว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่ ส่วนผู้ป่วยอาการรุนแรงจะยังคงระดับสูงต่อไปสักระยะ จากการสะสมของผู้ป่วยที่ผ่านมา

โดยข้อมูลวันที่ 23 สิงหาคม 2564 มีผู้ป่วยใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,095 ราย โดยผู้ป่วยอาการรุนแรงใน กทม.และปริมณฑลยังมีแนวโน้มสูงขึ้น แต่ในต่างจังหวัดมีทิศทางลดลง แม้ผู้ติดเชื้อรายใหม่ของต่างจังหวัดจะเจอในสัดส่วนสูงกว่า ถือว่าการเข้าถึงการดูแลมีประสิทธิภาพ ทำให้ป้องกันอาการป่วยรุนแรงได้อย่างดี

“การที่ผู้ติดเชื้อรายใหม่มีแนวโน้มลดลงถือเป็นทิศทางและสัญญาณที่ดี แต่ยังต้องช่วยกันป้องกันตนเองอย่างเต็มที่ตลอดเวลา ถ้าทุกคนทำได้เต็มที่ มีความเป็นไปได้ที่จะมีการผ่อนคลายและกลับมาใช้ชีวิตปกติแบบ New Normal มากขึ้น” นายแพทย์เฉวตสรรกล่าว

หอการค้าเกาะติดแผนกระจายวัคซีน

ทางนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีที่แอสตร้าเซนเนก้าได้ยืนยันว่าจะส่งมอบวัคซีนให้กับประเทศไทยให้ครบ 61 ล้านโดส ภายในเดือนธันวาคมนี้ ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีและส่งจะผลดีต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดในประเทศไทย

เพราะภายในสิ้นปีนี้ ประเทศไทยจะมีจำนวนวัคซีนทุกประเภทรวมกันแล้วเกินกว่า 120 ล้านโดส ครอบคลุมประชากรกว่า 60 ล้านคน จะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้เร็วยิ่งขึ้น ช่วยให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ในขณะที่ภาคธุรกิจก็สามารถดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม จำนวนวัคซีนที่จะเข้ามาเพิ่มเติมมากขึ้นนั้น จำเป็นที่จะต้องปรับแผนการกระจายวัคซีนให้สอดคล้องตามไปด้วย ซึ่งหอการค้าไทยยืนยันว่า ศูนย์ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลทั้ง 25 ศูนย์ของภาคเอกชน ยังสามารถรองรับปริมาณผู้เข้ารับบริการได้มากถึงวันละ 80,000 คน

ทั้งนี้หอการค้าไทยจะมีการติดตามว่า วัคซีนจะเข้ามาถึงประเทศไทยในช่วงเวลาใด จำนวนวัคซีน และจะกระจายไปยังจังหวัดต่าง ๆ เป็นอย่างไร เพื่อที่ภาคเอกชนจะได้มีการวางแผนการดำเนินงานล่วงหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศบค.