เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไทม์ไลน์ความขัดแย้ง ‘ทราย สมุทร’ ถึงจุดเปลี่ยน แม่ยื่นถอนฟ้องเปิดทางเจรจา
News ไทม์ไลน์ความขัดแย้ง ‘ทราย สมุทร’ ถึงจุดเปลี่ยน แม่ยื่นถอนฟ้องเปิดทางเจรจา
“แอร์เอเชีย” พร้อมบินเส้นทางระหว่างประเทศจาก “สนามบินหัวหิน”
Business “แอร์เอเชีย” พร้อมบินเส้นทางระหว่างประเทศจาก “สนามบินหัวหิน”
โตโยต้า ปลุกตลาดรถกลางปี ลุ้นส่วนลด ”หนึ่งแสน“ บาท  
Automotive โตโยต้า ปลุกตลาดรถกลางปี ลุ้นส่วนลด ”หนึ่งแสน“ บาท  
‘บอร์ด ป.ป.ส.’ เคาะ 6 มาตรการ สกัดยาเสพติดสนามบิน ใช้ยาแรงคุมเข้มลูกเรือรับหิ้ว
Politics ‘บอร์ด ป.ป.ส.’ เคาะ 6 มาตรการ สกัดยาเสพติดสนามบิน ใช้ยาแรงคุมเข้มลูกเรือรับหิ้ว
ธ.ก.ส. คิกออฟ ‘ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ ปล่อยกู้ 30,000 ล้าน ยันพร้อมขยายวงเงินหากไม่พอ
Finance ธ.ก.ส. คิกออฟ ‘ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ ปล่อยกู้ 30,000 ล้าน ยันพร้อมขยายวงเงินหากไม่พอ
รู้ทันก่อนโอนลงทุน : เกราะป้องกันภัยในยุคดิจิทัล
Finance รู้ทันก่อนโอนลงทุน : เกราะป้องกันภัยในยุคดิจิทัล
ราคาทองวันนี้ (3 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,450 บาท ทองรูปพรรณ 66,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,450 บาท ทองรูปพรรณ 66,350 บาท
KTC พบรายการบิ๊กลอต 20 ล้านหุ้น ราคา 35 บาท มูลค่า 700 ล้านบาท
Finance KTC พบรายการบิ๊กลอต 20 ล้านหุ้น ราคา 35 บาท มูลค่า 700 ล้านบาท
ทราเวลเทค เกาหลีทุ่มทุนสู่ Deep Tech
Business ทราเวลเทค เกาหลีทุ่มทุนสู่ Deep Tech
ทีมพัฒนาประกันสังคม เขย่าบอร์ด “ดร.ทองอยู่” กาง 4 พิมพ์เขียว บริหารกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics ทีมพัฒนาประกันสังคม เขย่าบอร์ด “ดร.ทองอยู่” กาง 4 พิมพ์เขียว บริหารกองทุน 2.5 ล้านล้าน
ดูทั้งหมด

อภิปรายไม่ไว้วางใจ : วิโรจน์ ก้าวไกล ฉีกแผนจัดหาวัคซีนลวงโลก

01 ก.ย. 2564 | 20:37น.

วิโรจน์ พรรคก้าวไกล เปิดอภิปราย ประยุทธ์-อนุทิน ทำสัญญาแอสตร้าเซนเนก้า หละหลวม เป็นแผนจัดหาวัคซีนลวงโลก 

วันที่ 1 กันยายน 2564 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกยฯ และ รมว.สาธารณสุข  

โดยในช่วงแรกนายวิโรจน์เปิดคลิปอภิปรายไม่ไว้วางใจนายอนุทิน รอบเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นคำพูดว่า ไตรมาส 3 คนไทยจะมีวัคซีนเต็มแขน-มีเต็มโรงพยาบาล มีจนไม่พอเก็บ

ทำให้นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งถูกแต่งตั้งเป็นองครักษ์นายอนุทิน ประท้วงตามข้อบังคับข้อ 69 คลิปที่แสดงเป็นลักษณะดัดแปลง เสียดสี ทำให้ดูเป็นการเสียดสี ตลกขบขัน เกรงว่าจะทำให้ประชาชนสับสน และขอให้ประธานวินิจฉัยว่าอย่าได้เปิดคลิปลักษณะนี้ 

นายสุชาติ ตันเจริญ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม วินิจฉัยว่า มีการดัดแปลงนิดหน่อย แต่ดูว่ายังไม่เสียหาย แต่ถ้าทำให้เสียภาพพจน์ของรัฐมนตรีก็พยายามหลีกเลี่ยง 

วัคซีนเต็มแขน หรือพรุนแขน

นายวิโรจน์อภิปรายต่อว่า ที่นายอนุทินบอกว่าวัคซีนมีเต็มแขน ไม่ได้ผิดคำพูด ที่มีหมอถูกส่งไปเรียนต่อแคนาดา ต้องฉีด 4 เข็ม ซิโนแวค 2 เข็มไม่รับรอง ฉีดแอสตร้าเซนเนก้าอีก 1 เข็มก็ยังไม่ได้ ต้องฉีดไฟเซอร์เป็นเข็มที่ 4 อย่างนี้ไม่เรียกว่าวัคซีนเต็มแขน แต่เรียกว่า “วัคซีนพรุนแขน” 

เขาเท้าความว่า เมื่อคนระดับ รมว.สาธารณสุข ออกมาให้คำมั่นกับประชาชนว่า เดือนกรกฎาคม-กันยายน จะมีวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเต็มแขนคนไทย ก็เบาใจ เพราะไม่เคยคิดว่าคนระดับรัฐมนตรีกล้าโกหกประชาชนกลางสภาผู้แทนราษฎร เพราะคิดว่าทำสัญญากันนานแล้ว

แต่เพิ่งจะมาแก้สัญญาสั่งซื้อวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 26 ล้านโดส เพิ่มอีก 35 ล้านโดส รวมเป็น 61 ล้านโดสตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 

ชี้แผนจัดหาวัคซีนลวงโลก 

และในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ นายอนุทินยังให้คำมั่นกับประชาชนว่าประเทศไทยมีวัคซีนมากที่สุดในเอเชีย และถ้านับเป็นอัตราส่วนของประชากรประเทศไทยไม่แพ้ใครในโลก

โดยประชาสัมพันธ์ว่าจะมีการส่งมอบวัคซีน 26 ล้านโดสในเดือนพฤษภาคม แต่ภายหลังมาสื่อสารจะทยอยส่งมอบในเดือนมิถุนายน 6.3 ล้านโดส กรกฎาคม-พฤศจิกายน เดือนละ 10 ล้านโดส ปิดท้ายที่เดือนธันวาคม 5 ล้านโดส 

การโหมประชาสัมพันธ์ทุกช่องทางแบบนี้ก็ต้องเข้าใจว่ามีการลงนามระหว่างคู่สัญญาระหว่างไทย กับแอสตร้าเซนเนก้าแล้ว แต่ไม่มีใครกล้าคิดว่าจะเป็นแผนจัดหาวัคซีนลวงโลก สมคบคิดกันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ และนายอนุทิน กระทั่งการระบาดรอบ 3 

นายอนุทินสัญญาว่า แอสตร้าเซนเนก้าจะส่งมอบวัคซีนให้ได้ 61 ล้านโดสภายในปี 2564 หมายความว่าต้องมีข้อบังคับที่ทำให้แอสตร้าฯ ส่งมอบวัคซีนให้กับประเทศไทยตามแผนการจัดหา 61 ล้านโดสให้ได้ แต่เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ก็มีโรงพยาบาลหลายแห่งประกาศว่า จะฉีดได้เฉพาะคนที่ลงทะเบียนวันที่ 7 มิถุนายน ส่วนวันต่อไป ให้เลื่อนการฉีดออกไปหรือให้รอการนัดหมายใหม่ โดยนายอนุทินกลับให้เหตุผลว่า หน่วยฉีดวัคซีนฉีดเร็วเกินไป

“และแล้วแผนการจัดหาวัคซีนลวงโลกก็ได้เผยเค้าลางแห่งหายนะ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน เมื่ออธิบดีกรมควบคุมโรคบอกว่า 61 ล้านโดส ในแผนการจัดหาวัคซีนเป็นแค่ศักยภาพในการฉีด ไม่ใช่จำนวนวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่ต้องส่งมอบ”

จากนั้นปรากฏว่ารัฐบาลได้รับการส่งมอบวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ในเดือนมิถุนายน เพียง 5,130,000 โดส ต่ำกว่าแผนการจัดหาที่ต้องได้รับ 6,333,000 โดส ต่างกันถึง 1,200,000 โดส ต่อมาวันที่ 2 กรกฎาคม ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ก็ได้เปิดเผยว่าแอสตร้าเซนเนก้า น่าจะส่งมอบวัคซีนให้กับรัฐบาลไทยได้เพียงเดือนละ 5-6 ล้านโดสเท่านั้น

“เมื่อเข้าไปดูในตัวสัญญาทั้งหมดก็พบว่า สัญญาที่ พล.อ.ประยุทธ์ทำเอาไว้ ไม่ได้มีการระบุประมาณการการส่งมอบในแต่ละเดือนเอาไว้จริง ๆ พล.อ.ประยุทธ์ไปทำสัญญาที่หละหลวมแบบนี้ได้อย่างไร แผนการจัดหาวัคซีนลวงโลกถูกสารภาพจนสิ้นไส้”

กีดกันวัคซีนยี่ห้ออื่น เพื่อแอสตร้าเซนเนก้า 

นายวิโรจน์กล่าวว่า ที่ผ่านมาประชาชนคิดว่ารัฐบาลได้เซ็นสัญญาซื้อขายเรียบร้อยแล้วแต่ความจริงเพิ่งจะเซ็นสัญญาเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2564 นี้เอง 

และหากพิจารณาจากหนังสือจากคณะกรรมการกันกลองการใช้จ่ายเงินกู้ ที่ นร 1106/(คกง.) 207 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2563 ระบุชัดว่าหากใช้เงินกู้อุดหนุนบริษัทเอกชน ซึ่งในที่นี้คือบริษัทสยามไบโอไซแอนซ์ ในการผลิตวัคซีนชนิดไวรัลเวกเตอร์ ต้องมีเงื่อนไขจำกัดสิทธิการส่งออกเพื่อให้ประเทศไทยได้รับสิทธิ์ในการซื้อวัคซีนที่ผลิตในไทยเป็นอันดับแรกตามจำนวนที่ต้องการ 

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2563 พล.อ.ประยุทธ์ ใช้อำนาจอนุมัติงบฯกลาง ในวงเงิน 600 ล้านบาทไปอุดหนุนให้กับบริษัท สยามไบโอไซแอนซ์ โดยไม่นำเงินกู้ไปอุดหนุน เพราะหากใช้เงินกู้ก็ต้องรับกับเงื่อนไขจำกัดการส่งออก จากนั้นนายอนุทินก็รับไม้ต่อ ไปลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงในการทำสัญญา โดยยอมรับข้อตกลงกับทางแอสตร้าฯ ให้ส่งออกโดยปราศจากข้อจำกัด

เมื่อเป็นเช่นนี้พล.อ.ประยุทธ์ และนายอนุทิน จึงไม่กล้าบังคับใช้พระราชบัญญัติความมั่นคงด้านวัคซีน เพื่อจำกัดการส่งออกวัคซีนที่ผลิตโดยบริษัทสยามไบโอไซแอนซ์

พล.อ.ประยุทธ์ และนายอนุทินมีเจตนาเอาชีวิตของประชาชนทั้งประเทศไปเสี่ยงเดิมพันกับแอสตร้าเซนเนก้า ที่ผลิตโดยบริษัทเอกชน ต่อให้มีปัญหาเกิดขึ้นก็จะสั่งซื้อวัคซีนที่สามารถสั่งซื้อได้เร็ว มาฉีดแก้ขัดไปก่อน กีดกันวัคซีนยี่ห้ออื่น ไม่ยอมซื้อวัคซีนไฟเซอร์มาสำรองไว้ตั้งแต่แรก แย่งซีนวัคซีนที่ตัวเองตั้งธงเอาไว้ 

ไม่ยอมเข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ โดยอ้างว่า ไม่อยากซื้อวัคซีนในราคาแพง แต่ก็ไม่มีทางแพงกว่าชีวิตของประชาชน แพงกว่าเงินเยียวยาที่รัฐบาลต้องจ่าย และไม่มีทางแพงกว่าความย่อยยับทางเศรษฐกิจ  พล.อ.ประยุทธ์ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ 

พล.อ.ประยุทธ์กลับคิดที่จะออกกฎหมายที่นิรโทษกรรมล่วงหน้าให้ตัวเองและพวก ผ่านการออกพระราชกำหนดจำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุข ซึ่งต่อมาได้กลับเปลี่ยนแนวทางเป็นการแก้ไขพระราชบัญญัติโรคติดต่อ เพื่อเป็นการสอดไส้ 

“มีการอุปโลกน์แผนวัคซีนลวงโลกมาหลอกลวงประชาชน ซ้ำร้ายยังบริหารระบบสาธารณสุขจนล้มเหลว ชีวิตสิ้นหวังรอติด รอตรวจ รอตาย สุดท้ายยังต้องรอเตา จากพฤติกรรมที่ผ่านมาของ พล.อ.ประยุทธ์ และนายอนุทิน” 

งูเห่าประท้วงวุ่น 

ระหว่างที่นายวิโรจน์อภิปราย ปรากฏว่ามีบางช่วงที่สมาชิกพรรคภูมิใจไทยลุกขึ้นประท้วงนายวิโรจน์หลายครั้ง โดยเฉพาะจาก ส.ส. ที่เคยอยู่พรรคอนาคตใหม่แล้วย้ายไปพรรคภูมิใจไทย และภูมิใจไทย เช่น 

พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทรบุรี พรรคพลังประชารัฐ นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แต่ไปอยู่พรรคภูมิใจไทยอย่างไม่เป็นทางการ ทำให้เกิดการตอบโต้ เรื่อง “งูเห่า” กับนายวิโรจน์ โดยมีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ทำหน้าที่เป็นประธานเป็นผู้ห้ามศึก