เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

วรางคณา อัครสถาพร ระดมทุนสไตล์ “แสนสิริ”

16 ก.ย. 2564 | 07:14น.

หุ้นกู้ของ “บมจ.แสนสิริ” สร้างความฮือฮาด้วยการขายผ่านโมบายแบงกิ้งแอปพลิเคชั่นเป็นครั้งแรกของเมืองไทย โดยเปิดให้จองซื้อผ่าน “SCB EASY” ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.นี้ ไปจนถึงวันที่ 20 ก.ย.

ถือเป็นอีกวิธีการระดมทุนที่น่าสนใจ ซึ่งนับเป็นโอกาสอันดีที่ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ “วรางคณา อัครสถาพร” ประธานผู้บริหารสายงานการเงินและสนับสนุนธุรกิจ บมจ.แสนสิริ ถึงกลยุทธ์การบริหารจัดการเงินทุนของเรียลเอสเตตแบรนด์ดังมานำเสนอ

วรางคณา อัครสถาพร

การระดมทุนสไตล์แสนสิริ

โดย “วรางคณา” ฉายภาพว่า ปัจจุบันการลงทุนของแสนสิริเปลี่ยนหน้าตาไปจากช่วงก่อนโควิด คือมาเน้นลงทุนโครงการแนวราบมากขึ้นเป็น 60-65% จากเดิมที่มีสัดส่วนลงทุนคอนโดมิเนียมกับแนวราบอย่างละ 50% ดังนั้น เม็ดเงินลงทุนจะถูกใส่เข้าไปตามการขยายโครงการแนวราบเป็นหลัก

“หน้าตาสินค้าของเราตอนนี้ จะเปลี่ยนจากกลุ่มลูกค้าพรีเมี่ยม ลงมาจับกลุ่มรายได้ปานกลางถึงรายได้น้อยมากขึ้น เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่ ๆ เริ่มมาตั้งแต่ปี 2563 ทั้งนี้ แน่นอนว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สายป่านต้องยาว

เพราะที่ดินบางแปลง 3-5 ปีกว่าจะพัฒนาได้ เราเองพยายามที่จะบริหารแหล่งเงินทุน เน้นระยะยาว ก็คือ การระดมทุนออกหุ้นกู้ อายุ 3 ปี, 5 ปี เพื่อจะแมตชิ่ง โดยการระดมทุนสไตล์แสนสิริจะออกหุ้นกู้สัดส่วน 55% และเงินกู้โครงการประมาณ 30-40% ส่วนที่เหลือเป็นเงินกู้ระยะสั้น ซึ่งจะคงสัดส่วนนี้ไว้ช่วงปี 2564-2565”

กระจายความเสี่ยงแหล่งเงินทุน

“วรางคณา” บอกว่า แน่นอนว่า เงินกู้โครงการนั้น แต่ละธนาคารจะให้ตามระยะเวลางานก่อสร้าง ซึ่งแสนสิริก็พยายามบริหารจัดการ โดยใช้เงินกู้หลาย ๆ แบงก์ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ไม่ต่ำกว่า 10 แบงก์

แม้จะจัดการค่อนข้างเหนื่อย แต่การกระจายก็เป็นเรื่องดี เพราะหากบางแบงก์เปลี่ยนนโยบาย ก็จะมีทางเลือกรองรับ นอกจากนี้ การมี prefinance กับหลายแบงก์ ก็เพื่อส่งผลไปยัง post finance ของลูกค้าที่ซื้อบ้านกับเราด้วย เพราะเป็นการช่วยหาแหล่งเงินกู้อีกทาง

“เราพยายามบริหารเงินทุนผสมระหว่างอัตราดอกเบี้ยคงที่ (fixed rate) และอัตราดอกเบี้ยลอยตัว (floating rate) ซึ่งปัจจุบันต้นทุนดอกเบี้ยเฉลี่ยทั้งพอร์ต อยู่ที่ 3.54% ถือว่าไม่สูงมาก อยู่ในระดับนี้ตั้งแต่ก่อนเกิดโควิด อาจจะเปลี่ยนแปลงบ้าง จากดอกเบี้ยเงินกู้ลอยตัว แต่ช่วงหลัง ๆ ธนาคารเริ่มให้ดอกเบี้ยดีขึ้น ซึ่งเราได้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลาประมาณ MLR-2%”

ทดลองขายหุ้นกู้เจาะรายย่อย

สำหรับหุ้นกู้ปีนี้ “แสนสิริ” มีหุ้นกู้ครบกำหนดประมาณ 5,000 ล้านบาท ล่าสุดได้ออกหุ้นกู้ไป 6,000 ล้านบาท เพื่อนำเงินไปชำระคืน ขณะที่ในปี 2565 จะมีหุ้นกู้ครบกำหนดอีก 10,000 ล้านบาท ในช่วงเดือน ก.พ. และไตรมาส 4 ซึ่งการระดมทุนต้องดูภาวะดอกเบี้ยในตลาด

“ช่วงนี้หลายบริษัทเรตติ้งดี ๆ ก็ระดมทุนออกหุ้นกู้กันเยอะ ซึ่งคงอาจจะเตรียมตัวสำหรับปลายปี 2564 จนถึงต้นปี 2565 ที่เริ่มมีความหวังภาพการเปิดเมืองและเปิดเศรษฐกิจจะดีขึ้น จึงพยายามตุนเงินรองรับเพื่อการขยายงานช่วงนั้น”

ล่าสุดแสนสิริได้จับมือธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ทดลองออกขาย “หุ้นกู้แสนสิริ i-EASY” รุ่นอายุ 2 ปี 6 เดือน จ่ายดอกเบี้ย 3% ต่อปี (จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน) ผ่านแอปพลิเคชั่น SCB EASY วงเงินรวม 500 ล้านบาท

โดยจองซื้อขั้นต่ำเพียง 10,000 บาท ซึ่งจะเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 16-20 ก.ย.นี้ ถือเป็นการปฏิวัติการลงทุนหุ้นกู้จากเดิมที่ต้องใช้เงินซื้อหลักแสนบาท ทั้งนี้ เพื่อเป็นการทดลองตลาดใหม่

โดยปัจจุบันต้องยอมรับว่าทุกอย่างอยู่บนออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันฐานลูกค้า SCB EASY มีผู้ใช้งานประมาณ 13-14 ล้านราย มีธุรกรรม 400 ล้านทรานแซ็กชั่นต่อเดือน และอยู่บนช่องทางออนไลน์กว่า 70%

“เราคุยกันถึงการออกหุ้นกู้ที่เน้นการเข้าถึงของรายย่อย ซึ่งวงเงินที่ออก จะซื้อได้สูงสุดประมาณ 50,000 คน โดยเรากับ SCB ต้องการจะทดลอง เพราะถือเป็นช่องทางใหม่ที่จะเป็นเทรนด์ในอนาคต”

ทดสอบภาวะวิกฤตทุก 2 สัปดาห์

“วรางคณา” กล่าวด้วยว่า แม้ปัจจุบันแสนสิริจะ speed to market ตามสไตล์คุณ “เศรษฐา ทวีสิน” ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ แสนสิริ ที่มีการตัดสินใจค่อนข้างเร็ว แต่ speed to finance อาจจะไม่เหมือนทำการตลาด เพราะหลายเรื่องต้องค่อย ๆ เปลี่ยนและปรับ ต้องมีการพูดคุยกันไว้ก่อนตัดสินใจ

“หากมีการปรับเปลี่ยนนโยบายการลงทุน เราก็พยายามขยับตั้งแต่ต้นปี แต่แน่นอนว่า ปี 2563 ช่วงโควิดระบาด เป็นปีที่สถานการณ์แย่มาก ทำให้ช่วงนั้นต้องบริหารจัดการค่อนข้างเข้มงวด

โดยคุณเศรษฐาค่อนข้าง conservative พอสมควรเกี่ยวกับเรื่องการเงิน ในช่วงโควิดจึงมีทดสอบภาวะวิกฤต (stress test) แทบจะทุก ๆ 2 สัปดาห์ เพราะสถานการณ์เปลี่ยนเร็วมาก เป็นการรันเผื่อเอาไว้ เพื่อเตรียมความพร้อม”

ลดไซซ์เจาะลูกค้ากลุ่มใหม่

โดยปัจจุบันแสนสิริมีคอนโดมิเนียมโครงการ THE MUVE ราคาประมาณ 1 ล้านกว่าบาท ซึ่งออกไปแล้ว 3 โครงการ (เกษตรฯ, รามคำแหง, บางนา) และกำลังจะออกใหม่อีก 2 โครงการ รวมถึงช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ จะเปิดตัวอีก 1 แบรนด์ใหม่ ราคาไม่ถึงล้านบาท

“เราพยายามลดราคาสินค้าลงไปเรื่อย ๆ น่าจะทำให้มีลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ เข้ามามากขึ้น ขณะเดียวกันการออกหุ้นกู้ที่มีขนาดเล็กลง ก็เชื่อว่าจะเป็นลูกค้ากลุ่มใหม่ของเราเหมือนกัน ย่อตามโปรดักต์ที่เรามี และกลุ่มลูกค้าที่จะเปลี่ยนไป”

ลุยซื้อที่ดิน-ผุดโปรเจ็กต์ใหม่

โดยปีหน้าบริษัทตั้งงบประมาณซื้อที่ดินไว้ประมาณ 6,000-10,000 ล้านบาทเงินลงทุนค่าก่อสร้าง 10,000-12,000 ล้านบาท ล่าสุดได้ซื้อที่ดินย่านประดิพัทธ์ เล็งสร้างคอนโดฯ THE MUVE เพราะเริ่มขายดี

ส่วนไตรมาส 4 ที่จะเปิดแบรนด์ใหม่ คาดว่าจะเปิด 2-3 โลเกชั่น ขนาดไม่ใหญ่มาก โครงการหลัก 100-200 ล้านบาท จะอยู่ตามแหล่งงาน เช่น นิคมอุตสาหกรรม เป็นต้น

นอกจากนี้ กำลังดูอยู่ว่าจะหาซื้อที่ดินสร้างคอนโดฯเพิ่ม เน้นแนวรถไฟฟ้าที่ยังพอไปได้ ซึ่งอาจอยู่ในซอย

ยืนยันจ่ายปันผลปลายปี

ซีเอฟโอแสนสิริ กล่าวด้วยว่า ปีนี้แสนสิริตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 28,000-29,000 ล้านบาท คาดการณ์กำไรเติบโต 8-9% โดยยืนยันว่าจะจ่ายปันผลรอบเดียวช่วงสิ้นปีแน่นอน

“เรากังวลกำลังซื้อจะหายตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่สุดท้ายค่อนข้างเซอร์ไพรส์ เพราะบริษัทอสังหาฯท็อป 5-10 ตัวเลขรายได้ดีหมด ทุกเจ้ามีกำไรดี นั่นเพราะ demand shifts ขณะที่ supply shifts ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแบงก์ไม่ให้เงินกู้กับผู้ประกอบการที่ไม่ใช่รายใหญ่ รายใหญ่จึงยังอยู่ได้ มีเงินกู้และทำได้ จึงอาจจะไม่ได้รับผลกระทบมากขนาดที่กลัวกัน” ซีเอฟโอ บมจ.แสนสิริกล่าว