“แสนสิริ-SCB” ปฏิวัติขายหุ้นกู้ ตอกย้ำแบรนด์ “เข้าถึงง่าย-เท่าเทียม-เสมอภาค”

สัมภาษณ์

นับเป็นการพลิกโฉมการลงทุนหุ้นกู้บริษัทเอกชน เพื่อให้ผู้ลงทุนรายย่อยเข้าถึงได้มากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกของเมืองไทย เมื่อ “บมจ.แสนสิริ” และ “ธนาคารไทยพาณิชย์” ได้จับมือออกจำหน่าย “หุ้นกู้แสนสิริ i-EASY” หุ้นกู้ที่เข้าถึงได้ ซื้อง่ายผ่านออนไลน์ มูลค่าไม่เกิน 500 ล้านบาท ที่สามารถจองซื้อขั้นต่ำด้วยวงเงินเพียง 10,000 บาท ต่ำกว่าหุ้นกู้ปกติถึง 10 เท่า โดยที่มา-ที่ไปของแนวคิดนี้ “เศรษฐา ทวีสิน” ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แสนสิริ (SIRI) และ “สารัชต์ รัตนาภรณ์” ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ให้สัมภาษณ์ร่วมกัน ดังต่อไปนี้

มิติใหม่รายย่อยเข้าถึงหุ้นกู้ง่ายขึ้น

โดย “เศรษฐา” เริ่มต้นอธิบายว่า แนวคิดเรื่องนี้มาจากแบรนด์ (แสนสิริ) ที่อยากให้ทุกคนเข้าถึงได้ มีความเท่าเทียมและเสมอภาค จึงได้พูดคุยกับพันธมิตร “ไทยพาณิชย์” ว่าอยากเห็นการลงทุนในพันธบัตรที่ให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงได้ หลังจากก่อนหน้านี้ บริษัทขายหุ้นกู้วงเงิน 6,000 ล้านบาท แล้วได้กระแสตอบรับค่อนข้างดี

ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่จะขายหุ้นกู้ผ่านช่องทาง SCB EASY โดยลูกค้าไม่จำเป็นต้องไปสาขาแบงก์ หรือใช้เส้นสายในการลงทุน เพื่อจะเข้าถึงการลงทุน เพราะแนวทางนี้ง่าย และวงเงินซื้อไม่สูง ขั้นต่ำเริ่มต้นเพียง 10,000 บาท ซึ่งเพียงแค่มีเงินฝากในบัญชี ก็สามารถลงทุนจากที่บ้านได้

“การลงทุนหุ้นกู้แสนสิริ i-EASY ถือเป็นการทดลองครั้งแรก เพื่อให้รายย่อยเข้าถึงการลงทุนอย่างเท่าเทียม โดยจะเป็นบริบทใหม่การลงทุน ซึ่งการกำหนดวงเงินขั้นต่ำ 10,000 บาท มองว่าเหมาะสมกับขนาดของอัตราดอกเบี้ยที่เสนออยู่ 3% ต่อปี รวมถึงการที่ลูกค้าไม่จำเป็นต้องไปเข้าคิวจองซื้อที่สาขา หรือโทร.สั่ง RM ให้ยุ่งยาก” นายเศรษฐากล่าว

ทั้งนี้ หุ้นกู้ดังกล่าว มีวงเงินทั้งสิ้น 500 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดให้จองซื้อ ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.นี้ เวลา 08.30 น. ไปจนถึงวันที่ 20 ก.ย. โดยผู้ที่จองก่อนมีสิทธิ์ก่อน

 

จ่อเปิดตัวคอนโดฯใหม่ราคาต่ำล้าน

สำหรับเม็ดเงินที่ได้จากการระดมทุนออกหุ้นกู้ชุดนี้ 500 ล้านบาท รวมถึงที่ออกไปรอบก่อนหน้าอีก 6,000 ล้านบาทนั้น ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แสนสิริ บอกว่า ส่วนใหญ่จะนำไปใช้ตามแผนการขยายการลงทุน ซื้อที่ดิน และงานก่อสร้าง โดยมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ ภายในไตรมาส 4 นี้ เป็นโครงการคอนโดมิเนียมราคาต่ำกว่าล้านบาท เพื่อให้เข้าถึงรายย่อยมากขึ้น เป็นอีกส่วนหนึ่งในการสร้างความเท่าเทียม และเสมอภาค

นอกจากนี้ แสนสิริยังเตรียมเปิดโครงการ “The Muve” เพิ่มเติมอีก 2 โครงการ ภายในไตรมาส 4 ปีนี้เช่นกันโดยอยู่ในย่านประดิพัทธ์ และบางแค หลังจากก่อนหน้านี้เปิดไปแล้ว 3 โครงการ ที่ย่านเกษตร บางนา และรามคำแหง 22 รวมถึงมีแผนเปิดเพิ่มเติมอีก 1 โครงการ ภายใต้แบรนด์ “Dcondo” ที่ย่านจรัญสนิทวงศ์


มั่นใจรายได้ “แสนสิริ” เข้าเป้า

“ปีนี้ เราเปิดตัวโครงการแบรนด์ระดับราคากลาง ๆ ไปแล้ว ซึ่งเป็นแพ็กเกจ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงง่ายในราคาที่ไม่สูง และไตรมาส 4 ก็จะเปิดโครงการคอนโดฯใหม่ราคาต่ำล้านเพิ่มเติมอีก 1 โครงการ ตอกย้ำความเท่าเทียมและการเข้าถึงง่ายของแบรนด์เรา” นายเศรษฐากล่าว

“เศรษฐา” กล่าวด้วยว่า ในปีนี้ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ยอมรับว่าภาพรวมธุรกิจอสังหาริมรัพย์ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในส่วนของผู้ประกอบการรายเล็ก แต่ในส่วนของรายใหญ่ถือว่าค่อนข้างดี ทั้งในส่วนของยอดขาย รายได้ ซึ่งส่วนหนึ่งของการเติบโตมาจากส่วนแบ่งตลาด (มาร์เก็ตแชร์) ของตลาดรายย่อยที่เพิ่มขึ้น และจากโครงการที่บริษัทเน้นราคาระดับกลางด้วย

ทั้งนี้ บริษัทมั่นใจว่ารายได้ปี 2564 ของบริษัทจะเติบโตตามเป้าหมายที่ 29,000 ล้านบาท โดยได้ปัจจัยหนุนจากยอดโอนและยอดขายอสังหาริมทรัพย์ที่คาดว่าจะเติบโตตามเป้าหมายที่ 31,000 ล้านบาท

ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แสนสิริ กล่าวด้วยว่า ส่วนการชะลอปล่อยสินเชื่อโครงการ (prefinance) ของสถาบันการเงินช่วงก่อนหน้านี้ เป็นการช่วยชะลอซัพพลายในตลาดที่โอเวอร์ก่อนหน้านี้ จึงมองว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะทยอยเข้าสู่ภาวะสมดุลได้ในอีก 18 เดือนข้างหน้า อย่างไรก็ดี การเข้าสู่สมดุลขึ้นอยู่กับบางพื้นที่และทำเลด้วย ซึ่งบางโครงการอาจจะเข้าสู่ภาวะสมดุลไปแล้ว หรือบางโครงการอาจจะใช้เวลาไม่ถึง 6 เดือน

“ก่อนหน้านี้การปิดแคมป์คนงาน 45 วัน แม้จะกระทบต่อการก่อสร้างโครงการใหม่บ้าง แต่หลังจากเราดำเนินมาตรการบับเบิลแอนด์ซีล ตอนนี้กลับมาดำเนินการก่อสร้างต่อแล้ว 98%” ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แสนสิริกล่าว

ไทยพาณิชย์การันตีระบบพร้อม

ขณะที่ “สารัชต์” กล่าวว่า หุ้นกู้แสนสิริ i-EASY นับเป็นการลงทุนจองซื้อหุ้นกู้ผ่านโมบายแอปพลิเคชั่นครั้งแรก โดยธนาคารได้เตรียมความพร้อมของระบบ เพื่อรองรับการจองซื้อให้มีความต่อเนื่องไม่สะดุด ซึ่งยอมรับว่าศักยภาพในการรองรับการทำธุรกรรม (capacity) มีความเพียงพอในการทำธุรกรรมจำนวนมาก หากลูกค้าให้ความสนใจ โดยมั่นใจว่าระบบ จะไม่ล่มอย่างแน่นอน

“การเปิดให้จองซื้อหุ้นกู้ครั้งนี้ หากมองในแง่ของจำนวนรายการ เมื่อเทียบกับศักยภาพที่เรามีรองรับ สามารถยืนยันได้ว่าระบบการสั่งจองจะไม่มีปัญหา หรือล่มแน่นอน ภายใต้ฐานลูกค้าที่เรามีอยู่ 13 ล้านราย สามารถเข้ามาซื้อได้ทันที” นายสารัชต์กล่าว

ชี้ลดความเหลื่อมล้ำการลงทุน

“สารัชต์” กล่าวว่า ความร่วมมือกันในครั้งนี้ เป็นการสร้างบริบทใหม่แห่งการลงทุน โดยเม็ดเงินการลงทุนในจำนวนไม่สูง และรายย่อยสามารถเข้ามาซื้อง่ายผ่านโมบายแอปพลิเคชั่น ซึ่งเป็นแนวทางการสร้างการเข้าถึงบริการทางการเงิน (financial inclusion) โดยจะสร้างความเท่าเทียม และลดความเหลื่อมล้ำของการลงทุน ซึ่งจะเป็นการสร้างความรู้ทางการเงิน (financial literacy) ให้กับภาคประชาชนรายย่อยด้วย เนื่องจากจำนวนเม็ดเงินที่มีขนาดเล็กแค่ 10,000 บาท ก็สามารถเข้าถึงการลงทุนได้

บุกเบิกตลาดลงทุนหุ้นกู้ผ่านแอป

“การออกบอนด์ครั้งนี้ จะเป็นรุ่นบุกเบิกให้กับตลาด ในการลงทุนบนโมบายแอปพลิเคชั่น ซึ่งแตกต่างจากวิธีการเดิมที่จะต้องไปสาขา ลงทะเบียนต่อคิวซื้อ แต่ครั้งนี้สามารถทำได้เองบนมือถือ ซึ่งจริง ๆ แล้ว แสนสิริไม่จำเป็นต้องระดมทุน 500 ล้านบาทนี้ก็ได้ เพราะยังมีเงินในมืออยู่จากครั้งแล้วขายไป 6,000 ล้านบาท แต่ที่ทำก็เพื่อเป็นการช่วยให้ลูกค้ารายย่อยเข้าถึงการลงทุน ซึ่งจะช่วยปิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำได้ค่อนข้างดี และสอดรับกับบริบทใหม่ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ด้วย” นายสารัชต์กล่าว

ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวด้วยว่า หลังจากเปิดตัว “หุ้นกู้แสนสิริ i-EASY” ออกไป พบว่า มีพันธมิตรทางการเงิน หลายภาคอุตสาหกรรมให้ความสนใจที่จะระดมทุนผ่านวิธีการจองซื้อแบบเดียวกับแสนสิริ เนื่องจากเป็นช่องทางการลงทุนแนวใหม่ที่ตลาดให้ความสนใจ โดยตอนนี้อยู่ระหว่างการพูดคุยอยู่ และคาดว่าน่าจะมีการระดมทุนผ่านเครื่องมือนี้ออกมาให้เห็นได้ในอนาคตต่อไป

นักลงทุนรายย่อย ที่กำลังมองหาโอกาสเข้าถึงการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้ คงต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพราะทาง “แสนสิริ” บอกว่า ยังไม่มีแผนออกหุ้นกู้ลักษณะนี้เพิ่มเติม เนื่องจากตอนนี้บริษัทมีสภาพคล่องมากพอแล้วนั่นเอง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ