จิตตะ เวลธ์ เปิดตัว Thematic Optimize ใช้ AI บริหารพอร์ต รับกระแสเมกะเทรนด์
จิตตะ เวลธ์ เปิดตัว “Thematic Optimize” ตัวช่วยบริหารพอร์ตด้วยระบบ AI ครั้งแรกของเมืองไทย คัดเลือกธีมลงทุนตามเมกะเทรนด์ระดับโลก รับกระแสการลงทุนเมกะเทรนด์มาแรง ในยุคที่โลกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม
วันที่ 29 กันยายน 2564 นายตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด (จิตตะ เวลธ์) กล่าวว่า กระแสการลงทุนในธุรกิจที่เป็นธีมโดยเฉพาะในกลุ่มเมกะเทรนด์โลก หรือ Thematic Investment เช่น กลุ่มเทคโนโลยี หรือเทคโนโลยีทางการเงิน, ระบบคลาวด์, หุ้นยนต์ AI, เกมและอีสปอร์ต รวมถึงพลังงานสะอาด หรืออาจจะเป็นธีมที่ลงทุนในเทคโนโลยีของประเทศผู้นำในอุตสาหกรรม เช่น สหรัฐอเมริกา หรือจีน ที่คาดว่าจะเติบโตมีมูลค่ามหาศาลในอนาคต ได้รับความนิยมจากนักลงทุนทั่วโลกอย่างมาก และกำลังกลายเป็นการลงทุนกระแสหลัก เนื่องจากการลงทุนดังกล่าวตอบโจทย์ภาวะเศรษฐกิจของโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี

ซึ่งการลงทุนแบบ Thematic จะเน้นการลงทุนในกลุ่มธุรกิจผ่าน ETF เพื่อกระจายการลงทุนไปยังหุ้นที่เกี่ยวข้องกับธีมหรือเมกะเทรนด์นั้น ๆ โดยบราวน์ บราเธอร์ส แฮร์ริแมน แอนด์ โค ได้จัดทำรายงาน “Global ETF Investor Survey” ประจำปี 2564 นำเสนอข้อมูลจากการสำรวจนักลงทุนที่ลงทุนใน ETF ทั่วโลก ชี้ให้เห็นว่า 80% ของนักลงทุนวางแผนจะเพิ่มการจัดสรรเงินลงทุนไปยังกองทุน ETF แบบ Thematic มากขึ้น
สอดคล้องกับรายงานของมอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) ที่ระบุว่า มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้กองทุน ETF ทั่วโลกเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัว โดยมีมูลค่าสินทรัพย์ดังกล่าวกว่า 5.9 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดยที่สัดส่วนกว่า 51% ของกองทุนเหล่านี้อยู่ในยุโรป และสหรัฐอเมริกา ตามลำดับ
ทั้งนี้ จิตตะ เวลธ์ เล็งเห็นแนวโน้มการเติบโตของการลงทุนแบบ Thematic ในตลาดโลก จึงได้เปิดกองทุนส่วนบุคคล Thematic ตั้งแต่เดือน ต.ค. 63 เป็นการลงทุนในรูปแบบ Thematic DIY ให้นักลงทุนจัดพอร์ตเลือกธีมที่ชื่นชอบ ออกแบบพอร์ตด้วยตนเองและเลือกจับคู่ธีมได้สูงสุดถึง 5 ธีมในพอร์ตเดียว โดยระบบจะเป็นผู้บริหารจัดการ ดูแลปรับพอร์ตให้
ซึ่งปัจจุบันมีธีมการลงทุนให้เลือกทั้งหมด 16 ธีม มาจากการคัดสรรเลือก Passive ETF ที่น่าลงทุนสูงสุดของแต่ละเมกะเทรนด์ โดยจิตตะ เวลธ์ จะวิเคราะห์คัดกรอง Passive ETF ที่มีมูลค่าสุทธิการลงทุนของธีมเมกะเทรนด์แต่ละธีมที่สูง อัตราส่วนค่าใช้จ่ายรวม (Expense Ratio) ที่ต่ำมาก และมีสภาพคล่องลงทุนได้จริง โดยระบบจะช่วยดูแลเพื่อให้พอร์ตเติบโตไปพร้อม ๆ กับเมกะเทรนด์
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้นักลงทุนได้ลงทุนธีมกลุ่มธุรกิจเมกะเทรนด์โลกผ่าน Passive ETF ที่น่าลงทุนที่สุดสำหรับแต่ละกลุ่มธุรกิจได้สะดวกสบายมากขึ้น จัดพอร์ตด้วยธีมเมกะเทรนด์ศักยภาพสูง บริหารพอร์ตอย่างเป็นระบบ เพื่อลดภาระที่นักลงทุนต้องคอยมาศึกษาข้อมูล เลือกและตัดสินใจเอง
จิตตะ เวลธ์ จึงได้เปิดตัว Thematic Optimize ซึ่งใช้เทคโนโลยี AI ในการวิเคราะห์การเติบโตของธีมเมกะเทรนด์ต่าง ๆ จากหุ้นในธีมกว่า 2,500 หุ้น และพิจารณาผลตอบแทนที่ผ่านมา รวมถึงความเสี่ยง เพื่อคัดเลือก 4 ธีมที่น่าลงทุนที่สุด ณ เวลานั้น มาจัดพอร์ตในสัดส่วนเท่า ๆ กัน และคอยดูแลปรับพอร์ตให้โดยอัตโนมัติทุก ๆ 3 เดือน โดยเริ่มต้นลงทุนที่ 100,000 บาท ทั้งนี้ระบบได้พิสูจน์ผลตอบแทนย้อนหลัง สามารถทำกำไรเฉลี่ยทบต้น 25.22% ต่อปี ชนะดัชนี MSCI World Index (Total Return) ที่มีผลตอบแทน 13.78% ต่อปี (ข้อมูล ณ 31 ส.ค. 64)
“Thematic Optimize คือเทคโนโลยีการจัดพอร์ตลงทุนในธีมด้วย AI ล่าสุด ที่ช่วยให้นักลงทุนไทยไม่พลาดการลงทุนในธีมเมกะเทรนด์โลกที่มีแนวโน้มเติบโตสูงในอนาคต สร้างผลตอบแทนที่ดี พร้อมรับความสะดวกสบายมากขึ้น ด้วยค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่า เพียง 0.5% ต่อปี การสร้างนวัตกรรมการลงทุนนี้เป็นความมุ่งมั่นของจิตตะ เวลธ์ ที่มีมาโดยตลอด เพื่อให้นักลงทุนไทยได้มีโอกาสสร้างพอร์ตแกร่งในระยะยาว” นายตราวุทธิ์กล่าว
