เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
ดูทั้งหมด

ความหวังสุดท้าย แก้ปัญหา ”Climate Change”

23 ต.ค. 2564 | 15:23น.

ช่วงปลายเดือนตุลาคม จนถึงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ บรรดาผู้นำโลกมากกว่า 120 ประเทศ ตลอดจนผู้แทนและเจ้าหน้าที่ระดับสูง มากถึง 25,000 คน จะเดินทางเข้าร่วมการประชุมสุดยอดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติครั้งที่ 26 (26th United Nations Climate Change Conference) หรือ COP26 ที่เมืองกลาสโกว์ สกอตแลนด์

“จอห์น แคร์รี” ทูตพิเศษด้านปัญหาสภาพภูมิอากาศ สหรัฐอเมริกา ระบุว่า การประชุมดังกล่าว ถือเป็นความหวังสุดท้ายสำหรับโลก ในการร่วมมือกัน เพื่อให้สถานการณ์ทางภูมิอากาศกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง

โดยแคร์รีระบุว่า เหล่าประเทศที่สำคัญตอนนี้ กำลังดำเนินการออกมาตรการนโยบายต่าง ๆ ซึ่งมีความอันตรายอย่างมาก

“หากไม่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เพียงพอ ในอีก 9 ปีข้างหน้า เป้าหมายในระยะยาว เพื่อควบคุมไม่ให้อุณหภูมิของโลกสูงเกินไป แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย” แคร์รีกล่าว

บีบีซีรายงานว่า การประชุมดังกล่าว หรือที่เรียกว่า “การประชุมหลายฝ่าย” (COP) เป็นการประชุมประจำปี ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ที่มีการลงนามตั้งแต่ปี 1992

โดยอนุสัญญาดังกล่าวมีเป้าหมายหลักในการผลักดันให้ลดการแพร่กระจายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และหลีกเลี่ยงอันตรายจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

ทั้งนี้การประชุมดังกล่าว ถือเป็นความเคลื่อนไหวและความร่วมมือด้านสภาพอากาศระหว่างประเทศครั้งสำคัญที่สุด นับตั้งแต่การลงนามความตกลงปารีส (Paris Agreement) ในปี 2015

โดยมีเป้าหมายสำคัญ ในการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส เหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม

รวมถึงเป้าหมายใหญ่ที่ไม่ให้อุณหภูมิของโลกเพิ่มขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียสภายในศตวรรษนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

ขณะเดียวกัน หากต้องการที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ทางนักวิทยาศาสตร์ระบุว่า จะต้องลดการแพร่กระจายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลกให้ได้ 45% ภายในปี 2030 และลดการแพร่กระจายลงจนเหลือ 0 ภายในปี 2050

ดังนั้น การประชุมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทั่วโลกจะกำหนดแผนตัดลดการแพร่กระจายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภายในปี 2030 ตามที่สัญญาไว้ในความตกลงปารีส

รายงานข่าวระบุว่า ในการประชุมครั้งนี้ จะมีการออกแนวนโยบายมาตรการ ซึ่งส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะเป็นมาตรการที่สอดคล้องกับเป้าหมายของความตกลงปารีส เช่น เร่งดำเนินการเปลี่ยนผ่านไปใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (อีวี) ให้เร็วขึ้น และเร่งยกเลิกการใช้พลังงานถ่านหิน

นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่าจะมีการออกแนวทาง ลดการตัดต้นไม้ให้น้อยลง รวมถึงการคุ้มครองประชาชนจากผลกระทบของสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง เช่น การสนับสนุนงบประมาณสำหรับระบบป้องกันชายฝั่ง เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีการออกแนวทางนโยบายมาตรการต่าง ๆ ซึ่งมุ่งให้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ แต่ยักษ์ผู้ผลิตน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหินทั่วโลก ยังไม่มีแผนสำหรับการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล

โดยเหล่านักวิทยาศาสตร์มองว่า หากบริษัทเหล่านี้ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล จะเป็นปัจจัยสำคัญอย่างมาก ช่วยป้องกันไม่ให้อุณหภูมิของโลกสูงเกินไป

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากสหประชาชาติรายงานว่า แทนที่หลายประเทศซึ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง จะลดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ที่มุ่งใช้งานเชื้อเพลิงฟอสซิล แต่พบว่าขณะนี้หลายประเทศวางแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิต ซึ่งหมายความว่า จะใช้งานเชื้อเพลิงฟอสซิลมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิของโลกพุ่งเกิน 1.5 องศาเซลเซียส ภายในศตวรรษนี้อย่างแน่นอน

โดยถึงแม้การผลิตถ่านหินจะลดลง แต่การผลิตก๊าซจะเพิ่มขึ้นในอีก 20 ปีข้างหน้า ซึ่งจะเกินกว่าระดับที่ ความตกลงปารีสจะ “ยอมรับได้”

ขณะเดียวกัน รายงานดังกล่าว ซึ่งเก็บข้อมูลจากประเทศที่ผลิตก๊าซเรือนกระจกจำนวนมาก อย่างออสเตรเลีย รัสเซีย ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร (ยูเค)

โดยรัฐบาลหลาย ๆ ประเทศ แม้จะได้สัญญาว่าจะออกมาตรการมุ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน อย่างไรก็ตาม ยังคงออกนโยบายที่มุ่งสนับสนุนการผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิลต่อไป

อย่างไรก็ดี ถึงแม้เป้าหมายความตกลงปารีสแทบจะเป็นไปไม่ได้ในตอนนี้ แต่สิ่งที่อาจเป็นสัญญาณที่ดีในตอนนี้คือ สถาบันการเงินทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศที่ร่ำรวย ได้ลดการสนับสนุนทางการเงินลงอย่างมาก กับผู้ผลิตน้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สภาพภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อม