เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
World อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
Business ‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
Business ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
Biz Movement ‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
Economic สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
Biz Movement มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
Economic ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
“พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
Real Estate “พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
ดูทั้งหมด

กางสถิติรูดปรื๊ดออนไลน์พุ่ง แบงก์ยกระดับป้องกัน “ดูดเงิน”

01 พ.ย. 2564 | 07:26น.
บัตรเครดิตกรุงเทพ แอร์เอเชีย มาสเตอร์การ์ด ถูกแฮกว่อน สูญเงินหลายหมื่น

บัตรเครดิตกรุงเทพ แอร์เอเชีย มาสเตอร์การ์ด ถูกแฮกว่อน สูญเงินหลายหมื่น

หลังเกิดเหตุการณ์ลูกค้าธนาคารจำนวนมากโดนตัดเงินผิดปกติ สร้างมูลค่าความเสียหายกว่า 130 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่จะเป็นธุรกรรมผ่านบัตรเดบิต และเกิดจากการซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าออนไลน์ในต่างประเทศ

ซึ่งมิจฉาชีพทำการสุ่มหมายเลขบัตรเครดิตและบัตรเดบิต เมื่อสุ่มสำเร็จก็จะดำเนินการทำธุรกรรมซ้ำ ๆ โดยตัดวงเงินเล็ก ๆ ครั้งละราว 1 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ไม่ต้องมีการยืนยันตัวตนด้วยรหัส one time password (OTP)

คนไทยช็อปออนไลน์ต่างประเทศพุ่ง

ทั้งนี้ มีข้อมูลที่น่าสนใจ โดย “ประชาชาติธุรกิจ” ได้รวบรวมจากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)เกี่ยวกับภาพรวมธุรกรรมการชำระเงินด้วยบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของไทยในต่างประเทศซึ่งพบว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ธุรกรรมดังกล่าว ทั้งในแง่ปริมาณและมูลค่าการชำระเงิน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

โดยข้อมูลที่อัพเดต ณ เดือน ก.ค. 2564 หรือในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2564 พบว่า ปริมาณธุรกรรมการชำระค่าสินค้าและบริการทางออนไลน์ด้วยบัตรเดบิตอยู่ที่ 2.80 ล้านรายการ เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 ที่อยู่ที่ 2.67 ล้านรายการและในปี 2562

อยู่ที่ 2.42 ล้านรายการ ส่วนการชำระด้วยบัตรเครดิตช่วง 7 เดือนแรกปีนี้อยู่ที่ 2.38 ล้านรายการ จากสิ้นปี 2563 ที่อยู่ที่ 2.52 ล้านรายการ และในปี 2562 ที่อยู่ที่ 2.25 ล้านรายการ

ส่วนในเชิงมูลค่าในช่วงเวลาเดียวกัน พบว่า มูลค่าการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตอยู่ที่ 4,738 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 ที่อยู่ที่ 4,513 ล้านบาท และปี 2562 อยู่ที่ 4,377 ล้านบาท ส่วนการชำระด้วยบัตรเดบิตช่วง 7 เดือนแรกปีนี้อยู่ที่ 1,711 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 ที่อยู่ที่ 1,449 ล้านบาท และปี 2562 ที่อยู่ที่ 1,465 ล้านบาท

ระบบ 3D Secure ป้องกันทุจริต

จากกรณีที่เกิดขึ้น ทำให้รัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา ซึ่งทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทย ก็ได้ประชุมหารือและเร่งออกมาตรการเฝ้าระวังธุรกรรมการเงินเชิงรุก พร้อมยกระดับป้องกันภัยจากการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ให้เข้มข้นขึ้น

โดย “ผยง ศรีวณิช” ประธานสมาคมธนาคารไทย ระบุว่า สมาคมได้ยกระดับมาตรฐานการป้องกันเชิงรุกให้สูงขึ้น ครอบคลุมทั้งธุรกรรมที่มีจำนวนเงินต่ำและที่มีความถี่สูง หากพบธุรกรรมที่ผิดปกติจากการสุ่มข้อมูลบัตรเดบิตและนำไปสวมรอยทำธุรกรรม ธนาคารจะระงับการใช้บัตรทันที และแจ้งลูกค้าผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น ระบบ mobile banking อีเมล์ หรือ SMS

รวมทั้งติดตามเฝ้าระวังรายการธุรกรรมจากต่างประเทศเป็นพิเศษ ซึ่งปัจจุบันธุรกรรมที่ผิดปกติดังกล่าวมีปริมาณลดลงมาก และหลายธนาคารไม่พบกรณีเพิ่มเติมแล้ว

ทั้งนี้ ที่ประชุมสมาคมมีมติผลักดัน โดยร่วมกับ ธปท. หารือกับผู้ให้บริการเครือข่ายบัตร (card association เช่น VISA, MasterCard, Amex) ในการแก้ไขกฎระเบียบให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่สมาคมธนาคารไทยกำหนด

เช่น การใช้ 3D secure (Verified by VISA/MasterCard SecureCode) กำหนดให้ใช้ข้อมูลตัวเลข 3 ตัวหลังบัตร (CVV) หรือใช้ CVV ร่วมกับ OTP เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้กับผู้ใช้บัตรในการชำระเงินค่าสินค้าบริการผ่านทางออนไลน์

“สมาคมและ ธปท. ร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานระบบการชำระเงิน ชมรมธุรกิจบัตรเครดิต และชมรมตรวจสอบและป้องกันการทุจริต เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา วางมาตรการป้องกันปัญหาเชิงรุก พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้สูงขึ้น โดยเฉพาะธุรกรรมบัตรเดบิตสำหรับร้านค้าออนไลน์ในต่างประเทศ ซึ่งเป็นการดูแลความปลอดภัยที่เข้มงวดกว่ามาตรฐานที่ผู้ให้บริการเครือข่ายกำหนดไว้ในปัจจุบัน”

โดยศูนย์ประสานงานด้านความมั่นคงปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศภาคการธนาคาร (TB-CERT) เปิดเผยว่า การทำงานของ 3D secure มีขั้นตอน คือ 1.ลูกค้าเลือกซื้อของบนร้านค้าออนไลน์ และเมื่อต้องการชำระค่าสินค้า ร้านค้าออนไลน์จะแสดงหน้าจอให้ลูกค้ากรอกข้อมูลบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต สำหรับร้านค้าที่รองรับเทคโนโลยี 3D secure บนหน้าจอที่ให้กรอกข้อมูล จะแสดงสัญลักษณ์ Verified by VISA หรือ MasterCard SecureCode

2.ธนาคารผู้ออกบัตรจะส่งรหัสผ่าน OTP ไปยังมือถือของลูกค้าเจ้าของบัตร กรณีทำรายการชำระสินค้าแล้วไม่ได้รับรหัสผ่าน OTP ลูกค้าสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้จากธนาคารผู้ออกบัตรนั้น

3.ลูกค้ากรอกรหัส OTP ที่ได้รับ เพื่อยืนยันตัวตนในการทำรายการชำระเงิน และ 4.ระบบ 3D secure ทำการตรวจสอบข้อมูล หากข้อมูลถูกต้อง ธนาคารก็จะอนุมัติการทำรายการ สำหรับกรณีที่มีข้อมูลผิดพลาด ธนาคารจะปฏิเสธการทำรายการ

ธุรกิจบัตรพร้อมยกระดับป้องกัน

“อธิศ รุจิรวัฒน์” ประธานชมรมธุรกิจบัตรเครดิต กล่าวว่า ทุกสถาบันผู้ออกบัตรได้ให้ความสำคัญและมีการลงทุนกับระบบเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และตรวจจับธุรกรรมที่ผิดปกติและการทำทุจริตมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้อัตราความเสียหายจากการทุจริตบนผลิตภัณฑ์บัตรของไทยต่ำกว่าระดับภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ชมรมจะประสานงานกับผู้ให้บริการเครือข่ายบัตรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการป้องกันควบคุมดูแลให้สูงขึ้นจากปัจจุบัน

ผู้บริโภคต้องป้องกันตัวเองด้วย

ส่วนกรณีลูกค้าซื้อสินค้าจากร้านค้าออนไลน์ที่ไม่รองรับระบบ 3D secure ยังคงมีความเสี่ยง ซึ่งทาง TB-CERT มีคำแนะนำแนวทางปฏิบัติ คือ 1.ปรับลดวงเงินบัตรเดบิตสำหรับการชำระสินค้าให้เหมาะสมกับการใช้จ่าย หรือปรับลดวงเงินเป็นศูนย์ หากยังไม่มีความต้องการจะใช้บัตร

2.หลีกเลี่ยงการผูกข้อมูลบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตบนเว็บไซต์, แอปพลิเคชั่น หรือแพลตฟอร์มที่ไม่น่าเชื่อถือ

3.สังเกตการแจ้งเตือนบัญชีเงินเข้า-เงินออกจากธนาคาร

และหมั่นตรวจสอบยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรทุกรอบบัญชี 4.หากพบรายการบัญชีผิดปกติ ควรติดต่อธนาคารเจ้าของบัตรโดยตรง หรือหากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามผ่านช่องทางบริการต่าง ๆ ของธนาคาร หรือ ธปท.

ภัยการเงินที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น การจะป้องกันนั้น นอกจากหน่วยงานที่รับผิดชอบที่ต้องยกระดับมาตรการรับมือแล้ว ในระดับบุคคลเองก็ควรต้องยกระดับด้วยเช่นกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บัตรเครดิต