เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แซมบ้าตายแล้ว
Columns แซมบ้าตายแล้ว
ผู้ว่าฯ ธปท. เร่งเครื่องกำกับ ‘ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง’ หวั่นเด็กก่อหนี้เกินจำเป็น เล็งเริ่มสิ้นปีนี้
Finance ผู้ว่าฯ ธปท. เร่งเครื่องกำกับ ‘ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง’ หวั่นเด็กก่อหนี้เกินจำเป็น เล็งเริ่มสิ้นปีนี้
ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ บูมสงขลาฮับโลจิสติกส์
Economic ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ บูมสงขลาฮับโลจิสติกส์
แบงก์ชาติ ยกระดับสกัดทุนเทา ดีเดย์ ต.ค.นี้ คุมเข้ม ‘ฝากเงินสดเกิน 5 ล้าน-แลกแบงก์ย่อย 10 ล้าน’
Finance แบงก์ชาติ ยกระดับสกัดทุนเทา ดีเดย์ ต.ค.นี้ คุมเข้ม ‘ฝากเงินสดเกิน 5 ล้าน-แลกแบงก์ย่อย 10 ล้าน’
อิหร่าน-สหรัฐ ‘ระอุ’ รอบใหม่ บีบ ‘เฟด’ แข็งกร้าวเงินเฟ้อ
World อิหร่าน-สหรัฐ ‘ระอุ’ รอบใหม่ บีบ ‘เฟด’ แข็งกร้าวเงินเฟ้อ
‘ปลัด มท.’ หนุนสางปัญหาทุจริต ต้องไปให้สุด ขออย่าเหมา รวม ขรก.ทั้งกระทรวง
Politics ‘ปลัด มท.’ หนุนสางปัญหาทุจริต ต้องไปให้สุด ขออย่าเหมา รวม ขรก.ทั้งกระทรวง
มหาดไทย สั่งปรับปรุงมาตรการรับรองบุตรต่างชาติ ป้องกัน “พ่อทิพย์”
Politics มหาดไทย สั่งปรับปรุงมาตรการรับรองบุตรต่างชาติ ป้องกัน “พ่อทิพย์”
อสังหาฯซบเซาเขย่า ‘แลนด์ลอร์ด’ ที่ดินขายไม่ออก ตัดใจหั่นราคา 50%
Real Estate อสังหาฯซบเซาเขย่า ‘แลนด์ลอร์ด’ ที่ดินขายไม่ออก ตัดใจหั่นราคา 50%
2 ปี มงคล ประธานวุฒิสภา ฝ่าคดีฮั้ว สว. ‘ไม่มีอะไรง่าย แต่ผ่านได้ทุกที’
Politics 2 ปี มงคล ประธานวุฒิสภา ฝ่าคดีฮั้ว สว. ‘ไม่มีอะไรง่าย แต่ผ่านได้ทุกที’
‘ชัชชาติ’ วิ่งจากทองหล่อ ลุยตรวจถนนทรุดวงเวียนใหญ่ สั่งรื้อสะพานลอยลดแรงกดทับ อัดซีเมนต์อุ้มชั้นดิน สกัดเสี่ยง
News ‘ชัชชาติ’ วิ่งจากทองหล่อ ลุยตรวจถนนทรุดวงเวียนใหญ่ สั่งรื้อสะพานลอยลดแรงกดทับ อัดซีเมนต์อุ้มชั้นดิน สกัดเสี่ยง
ดูทั้งหมด

เอ็มไอ คาดเม็ดเงินโฆษณาปี’65 สะพัด 8.5 หมื่นล้าน ฟื้นตัว 15%

03 พ.ย. 2564 | 15:23น.

เอ็มไอ เผยอุตสาหกรรมโฆษณาปี’65 พลิกบวก 15% ทะลุ 8.5 หมื่นล้าน ปัจจัยหนุนเปิดประเทศ-ฉีดวัคซีนทั่วถึง ชี้ครั้งแรกสื่อทีวีมาร์เก็ตแชร์ต่ำกว่าครึ่ง ด้านสื่อออนไลน์ตีตื้นเทียบเท่าภายใน 4 ปี คาดรถยนต์-อีมาร์เก็ตเพลซ-สินเชื่อบุคคล ขึ้นแท่น 3 หมวดดาวรุ่งโหมโฆษณา พร้อมแนะรัฐสร้างความเชื่อมั่นกระตุ้นจับจ่าย-ท่องเที่ยว ช่วยเหลือ SMEs ทางรอดเศรษฐกิจไทย

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2564 นายภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการ บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ จํากัด หรือ MI มีเดียเอเยนซี่ เปิดเผยว่า ภาพรวมเม็ดเงินอุตสาหกรรมโฆษณา 3 ไตรมาส หรือ 9 เดือน ยังมีแนวโน้มเป็นบวก เติบโตขึ้นเล็กน้อย 2.1% หรือคิดเป็น 55,252 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,145 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี’63 โดยมีปัจจัยหลักมาจากผู้บริโภคและแบรนด์มีความตระหนกกับสถานการณ์โควิดน้อยกว่า

ทว่าหากเจาะลึกรายละเอียดจะพบว่า แม้ภาคธุรกิจและประชาชนจะมีแนวโน้มรับมือได้ดียิ่งขึ้น แต่เม็ดเงินโฆษณาในปี’64 มีความซึมลึกกว่าปี’63 สะท้อนจากการแพร่ระบาดโควิดที่มีความหนักหน่วงและลากยาวกว่าปีก่อน

ทำให้คาดการณ์ได้ว่าเม็ดเงินโฆษณาทั้งปี’64 จะติดลบเพียง 2.3% เหลือ 73,417 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี’63 ที่ติดลบ 16.7% หรือมีเม็ดเงินราว 75,168 ล้านบาท จากคาดการณ์เดิมที่ประเมินว่าในปีนี้น่าจะติดลบ 3-5%

โดยที่ติดลบน้อยลงส่วนหนึ่งมาจากในช่วงปลายเดือน ต.ค. เริ่มเห็นภาพบรรยากาศคึกคักในช่วงโค้งท้ายปี ทั้งการลอนช์แคมเปญ ประกอบกับการเกิดแบรนด์ใหม่ต่าง ๆ เทียบเท่ากับปี’62 ซึ่งกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย ส่งผลเม็ดเงินอุตสาหกรรมสื่อโฆษณากระเตื้องในที่สุด แต่ในแง่เม็ดเงินอาจไม่มากนัก เนื่องจากพฤติกรรมนักการตลาดเปลี่ยนไปใช้งบฯน้อยลง โดยหันไปจับสื่อเฉพาะทางมากขึ้น

อุตฯโฆษณาปี’65 พลิกบวก 15%

อย่างไรก็ดี นายภวัตประมาณการว่า ในปี’65 อุตสาหกรรมสื่อโฆษณาจะเริ่มปรับตัวไปสู่แดนบวกมากขึ้นถึง 15% หรือมีเม็ดเงินสะพัดราว 85,000 ล้านบาท จากปัจจัยหนุนการเปิดประเทศ และการฉีดวัคซีนครอบคลุมประชาชน ไปจนถึงการเริ่มบูสเตอร์เข็มที่ 3

ขณะเดียวกันปี’65 จะเป็นปีแรกที่สื่อทีวีจะมีสัดส่วนมาร์เก็ตแชร์ในอุตฯโฆษณา ต่ำกว่า 50% เป็นครั้งแรก จากก่อนหน้าโควิดเคยคาดการณ์ว่าจะเกิดปรากฏการณ์นี้อีก 3 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ สื่อทีวีจะเหลือสัดส่วนเพียง 47.4% เหลือ 40,000 ล้านบาท ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคปรับตัวเข้าหาสื่อออนไลน์ ซึ่งมีความเป็น Personal life มากกว่า ส่งผลให้สื่อออนไลน์จะค่อย ๆ ก้าวขึ้นมามีส่วนแบ่งการตลาดที่ 32% หรือคิดเป็น 27,000 ล้านบาท แตะ 1 ใน 3 ของเม็ดเงินโดยรวม โตขึ้นถึง 10-15%

และอาจส่งผลให้ราคาโฆษณาสื่อออนไลน์ปรับตัวสูงขึ้นตามดีมานด์ โดยเฉพาะในตลาด KOL กลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ที่มีอัตราราคาเฟ้อขึ้น ขณะที่ TikTok ก็เป็นอีกสื่อออนไลน์ที่น่าติดตาม เนื่องจากมีการปรับตัวมาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดมากขึ้น

สำหรับสื่อนอกบ้านและสื่อโรงภาพยนตร์จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปี’65 หลังสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลายคือสัดส่วนประมาณ 15% หรือ 13,000 ล้านบาท และเม็ดเงินอีกประมาณ 5% หรือประมาณ 4,000 ล้านบาท จะยังหล่อเลี้ยงอยู่ที่สื่อดั้งเดิมคือ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุ

“ขณะนี้สื่อทีวีกว่า 10 ช่อง เริ่มมีการปรับตัวแข่งขันอย่างหนัก เพื่อหารายได้บนเม็ดเงินเท่าเดิม ทั้งการปรับคอนเทนต์ดึงผู้ชม หรือการเปิดรับโฮมชHอปปิ้งในรูปแบบการให้เช่าเวลาหรือเป็นพาร์ตเนอร์ชิปแบ่งกำไรร่วมกัน แต่ทั้งนี้ เอ็มไอคาดว่า ภายในปี’68 สัดส่วนของสื่อทีวีและสื่อออนไลน์จะขึ้นมาเทียบเท่ากัน จากกลุ่มเจเนอเรชั่นเก่า อาทิ เบบี้บูมเมอร์ก็เริ่มปรับตัวมาใช้งานสื่อออนไลน์มากขึ้น ส่วนในอนาคตคาดว่าสื่อที่ยังมีอนาคตจะมีเพียง 3 สื่อหลัก คือ ทีวี ออนไลน์ และสื่อนอกบ้านที่จะเริ่มกลับมาบูมในปีหน้า”

กลุ่มรถยนต์ ขึ้นแท่นดาวรุ่งปี’65

นายภวัตคาดการณ์ต่อไปอีกว่า หากสถานการณ์โดยรวมหลังเปิดประเทศเป็นไปตามที่คาดไว้ สินค้าและบริการในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มสดใสเป็นพิเศษในปีหน้า ได้แก่

1.รถยนต์ โดยเฉพาะ EV หรือรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และมอเตอร์ไซค์ จากนโยบายภาครัฐหนุนการหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า ประกอบกับแบรนด์รถยนต์ตั้งเป้าการขึ้นเป็นผู้นำอุตสาหกรรมผ่านการโปรโมตรถยนต์ EV ทำให้มีการโหมโฆษณาหนักขึ้น

ขณะที่กลุ่มมอเตอร์ไซค์เริ่มคึกคักมากขึ้น จากการเปิดเมืองท่องเที่ยว เกิดการกลับมาเช่ารถอีกครั้ง จึงผลักให้ยอดโฆษณาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

2.e-Market Place, Delivery Service, Streaming Platforms เนื่องจากเป็นธุรกิจที่สอดคล้องกับนิวนอร์มอลของผู้บริโภค

3.สินเชื่อส่วนบุคคล จากปัจจัยผู้บริโภคเริ่มต้องการกู้เงิน เพื่อใช้ในการริเริ่มต่าง ๆ

4.หมวดสุขภาพ ความงาม และสุขอนามัย เนื่องจากหลังคลายล็อกดาวน์และสถานการณ์ดีขึ้น ผลักดันให้ประชาชนเริ่มออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น

5.ท่องเที่ยวและการพักผ่อนในประเทศ จากการกลับมาเปิดประเทศรับการท่องเที่ยวที่มากขึ้น

6.สินค้าเกี่ยวข้องกับการเกษตร ปัจจัยหลักมาจากปี’65 เป็นอีก 1 ปี ที่คาดว่าน้ำและผลผลิตทางการเกษตรจะดีขึ้น ประกอบกับการส่งออกสินค้าในต่างประเทศจะเริ่มปรับตัวเป็นบวกมากขึ้น จากที่หลาย ๆ ประเทศเริ่มเปิดทางมากขึ้น

แนะรัฐคุมโควิด-กระตุ้นเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกันคีย์แมนเอ็มไอได้แนะภาครัฐ เรียนรู้บทเรียนในอดีตก่อนประกาศมาตรการใด ๆ ควรศึกษารอบด้าน และสื่อสารให้ชัดเจน รวมถึงต้องเร่งสร้างความมั่นใจต่อคนไทยและชาวต่างชาติ ในการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19

ควบคู่เร่งกระจายวัคซีนให้เป็นไปตามแผนที่ประกาศไว้ คือคนไทยมากกว่า 70% เข้าถึงวัคซีนครบ 2 เข็มภายในสิ้นปี และเร่งฉีดเข็ม 3 ให้ได้มากที่สุด เน้นลดจำนวนผู้ป่วยวิกฤตและผู้เสียชีวิต มากกว่าดูที่จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ ซึ่งเป็นการสะท้อนศักยภาพของระบบสาธารณสุขไทยและการกระจายวัคซีนได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ โจทย์ใหญ่ของภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มี 3 ประเด็นใหญ่ ได้แก่

1.สร้างบรรยากาศคึกคัก ความเชื่อมั่น และกระตุ้นการจับจ่าย ของคนในประเทศเป็นหลักหลังอัดอั้นมานาน ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกในการป้องกันและดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัด ไม่ให้เกิดการแตะเบรdเอี๊ยดอีกครั้งจาก Mega Cluster ดังเช่น Wave 2 และ Wave 3 ที่ผ่านมา

2.เน้นกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ มุ่งหารายได้จากนักท่องเที่ยวในประเทศเป็นหลัก อย่าเพิ่งคาดหวังรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะข้อมูลคาดการณ์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินว่า ในช่วงปลายปีนี้ (หลังเปิดประเทศ) ถึงสิ้นไตรมาสแรกปีหน้า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจกลับมาได้เพียง 15-20% เมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในสถานการณ์ปกติในปี 2562 (ก่อนการระบาดโควิด) ทั้งนี้ก็ยังต้องขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัย เช่น สถานการณ์โควิดในไทยและแต่ละประเทศ รวมถึงนโยบายของแต่ละประเทศ ตลอดจนความเชื่อมั่นในการดูแลและควบคุม COVID-19 ของไทย

3.นโยบายช่วยเหลือ SMEs ไทยอย่างเร่งด่วนและจริงจัง ที่ไม่ใช่แค่การอนุมัติวงเงินสินเชื่อ หรือโครงการพักทรัพย์พักหนี้ ผู้ประกอบการยังต้องการความมั่นใจของรายได้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และยังมีผู้ประกอบการจำนวนมากที่สถานะการเงินไม่ผ่านเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการ จากการบอบช้ำมาเป็นเวลาเกือบ 2 ปี ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ถือเป็นกำลังสำคัญในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การตลาด โฆษณา