Skip to content

สภา หวิดล่มแต่ไก่โห่ “ชวน” กรีด รัฐบาลต้องรักษาองค์ประชุม อย่าโทษวิป

10 พ.ย. 2564 | 12:00น.
สภา หวิดล่มแต่ไก่โห่ “ชวน” กรีด รัฐบาลต้องรักษาองค์ประชุม อย่าโทษวิป

“ชวน” ย้ำหน้าที่รัฐบาลต้องรักษาองค์ประชุม พรรคการเมืองต้องดูแลคนของตัวเอง สภาหวิดล่มแต่ไก่โห่ เพราะ ส.ส.เข้าประชุมช้า

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2564 ที่รัฐสภา เวลา 10.30 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีวาระพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ…. ในมาตรา 6 ซึ่งเป็นวาระที่ค้างมาจากการประชุมสัปดาห์ก่อน อย่างไรก็ตาม หลังจากนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม ปรากฏว่า เมื่อเข้าสู่วาระ แต่ ส.ส.จำนวนมากไม่ได้อยู่ในห้องประชุม

ทำให้นายศุภชัยต้องกดออดเรียกให้ ส.ส.เข้าห้องประชุม และทอดเวลานานกว่า 5 นาที พร้อมกล่าวว่า

“ขอเชิญสมาชิกที่อยู่ด้านนอก และกำลังประชุมอยู่ห้องกรรมาธิการต่าง ๆ ขอให้เข้าห้องประชุม เพราะเมื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ… นั่งประจำที่แล้วจะมีการตรวจสอบองค์ประชุม”

ส.ส.ซีกรัฐบาลจึงทยอยวิ่งเข้าห้องประชุม ทั้งนี้ ก่อนลงมติประธานได้นับองค์ประชุมได้ 271 คน ซึ่งถือว่าครบองค์ประชุมเพราะเสียงเกินกึ่งหนึ่ง (238 เสียง) จากนั้นจึงมีการลงมติโหวตกฎหมายดังกล่าวในมาตราที่ 6

ก่อนหน้านั้น นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่ององค์ประชุมที่อาจจะมีปัญหา ว่าเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา ในการประชุมระดับรัฐสภาไม่มีครั้งไหนที่องค์ประชุมไม่ครบ มีเพียงการประชุมร่วมครั้งสุดท้ายสมัยที่แล้วที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ ซึ่งยังไม่มีการลงมติ แต่แนวโน้มองค์ประชุมจะไม่ครบ

เพราะไม่มีใครรู้ว่าการอภิปรายจะจบเมื่อไหร่ เนื่องจากมีผู้อภิปราย 70 กว่าคน ถือว่ามากเป็นประวัติศาสตร์ จึงทำให้มีปัญหาขึ้นมา และเมื่อดูแล้วคนในห้องก็ไม่อยากกดบัตรแสดงตนประชุม เพราะเขาไม่อยากประชุม จึงสั่งปิดประชุมไป และมาลงมติเมื่อการประชุมร่วมเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

นายชวนกล่าวว่า ในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรก็มีปัญหา แต่ไม่มากเกินไป จะมีในลักษณะถ้ามีการอภิปรายยึดเยื้อและมีทีท่าว่าสมาชิกจะอยู่ไม่ครบ จึงได้มาตกลงเมื่อการประชุมร่วม 3 ฝ่ายว่าให้จัดสัดส่วนการอภิปรายตามจำนวน ส.ส. เช่น พรรคเพื่อไทยมีเสียงมากก็มีสิทธิอภิปรายมาก ซึ่งในอดีตก็มีการทำแบบนี้

แต่ช่วงหลังเปิดโอกาสให้ทุกคน แต่ก็เป็นหน้าที่ของเขาต้องอภิปราย เพราะสภาเป็นที่อภิปราย แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะพูดได้ทุกเรื่องจนกินเวลาคนอื่น เพราะเวลามีค่า ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความเบื่อหน่ายในหมู่สมาชิกส่วนหนึ่งที่มาเล่าให้ฟัง จึงได้บอกไปว่าถ้าอย่างนั้นจะมาหารือกันว่าในการอภิปรายกฎหมายแต่ละฉบับควรกำหนดเวลา แต่เรื่องนี้เคยมีการประสานกันไว้แล้วในสมัยประชุมก่อน ๆ ว่าแต่ละเรื่องไม่ควรเกินกี่ชั่วโมง เช่น อภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือร่าง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี

“เรื่ององค์ประชุมโดยหลักแล้วทุกคนต้องร่วมมือกัน แต่ในระบบนี้ซึ่งผมพูดมาตลอด ไม่ว่าเป็น ส.ส.มากี่สมัยก็เป็นหน้าที่ของ ส.ส. แต่ในระบบนี้รัฐบาลอยู่ได้ด้วยเสียงข้างมาก เพราะถ้าไม่ใช่เสียงข้างมากก็เป็นรัฐบาลไม่ได้ ฉะนั้น รัฐบาลต้องเป็นหลักมีหน้าที่รักษาองค์ประชุม ส.ส.รัฐบาลก็จะมีน้ำหนักพิเศษกว่า ส.ส.ทั่วไป ถือว่าเป็นภารกิจจะต้องทำและอย่าไปโยนให้วิป เพราะวิปเป็นเพียงผู้ควบคุมเสียง ไม่ใช่คนที่จะบอกว่าให้คะแนนครบ หรือไม่ครบ” นายชวน กล่าว

นายชวนกล่าวว่า เสียงจะครบหรือไม่อยู่ที่สมาชิกรับผิดชอบ และพรรคการเมืองต้องดูแลคนของตนเอง รวมทั้งพรรคประชาธิปัตย์ด้วย เตือนว่าเป็นรัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบต่อเสียง ไม่ใช่ขาดประชุมแล้วไปโยนให้คนอื่น มันไม่ได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชวน หลีกภัย ประชุมสภา