เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ศบค. สกัดแรงงานเถื่อน ห้ามดื่มในผับ-บาร์ ถึง 15 ม.ค. 65

12 พ.ย. 2564 | 14:52น.
ศบค.

ศบค.

ศบค.ประกาศปรับลดพื้นที่สีแดงเข้มเหลือ 6 จังหวัด เลื่อนเปิดสถานบันเทิงเป็น 16 ม.ค. 65 แนวโน้มการติดเชื้อโควิดโดยรวมลดลงต่อเนื่อง แก้ปัญหาโควิดภาคใต้  ผลลัพธ์การเปิดประเทศพบผู้ติดเชื้อ 0.11% ไฟเขียวนำเข้าแรงงานต่างด้าวถูกกฏหมายตาม MOU ศบค. เล็งเปลี่ยนแผนตรวจโควิดใหม่ จาก RT-PCR เป็นแบบ ATK

วันที่ 12 พฤศจิกายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงสถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศประจำวัน สถานการณ์การติดเชื้อในประเทศวันนี้ ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 พบผู้ป่วยรายใหม่ 7,305 ราย หายป่วยแล้ว 1,861,110 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 1,975,411 ราย และ เสียชีวิตสะสม 19,840 ราย

ส่วนข้อมูลสะสมตั้งแต่ปี 2563 หายป่วยแล้ว 1,888,536 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,004,274 ราย เสียชีวิตสะสม 19,934 ราย

สำหรับผู้รักษาตัววันนี้ 95,804 คน อยู่ใน รพ. 44,004 คน อยู่ใน รพ.สนาม 51,800 คน มีผู้ป่วยอาการหนัก 1,824 คน ในจำนวนนี้ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 423 คน

ขอความร่วมมือ ฉีดวัคซีนตามเป้า

ส่วนผู้ขอรับวัคซีน ณ วันที่ 11 พฤศจิกายน 2564 มีผู้รับการฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 จำนวน 230,037 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 523,566 ราย และเข็มที่ 3 จำนวน 34,487 ราย ดังนั้นระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 11 พฤศจิกายน 2564 มีผู้รับวัคซีน สะสมทั้งหมด จำนวน 83,320,621 โดส

หากจำแนกตามรายจังหวัดและการได้รับวัคซีนตามเป้าหมาย คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ มีรายละเอียดดังนี้

  • ฉีดวัคซีนได้ต่ำกว่า 40% มี 3 จังหวัด
  • 40-49% มี 35 จังหวัด
  • 50-69% มี 30 จังหวัด
  • 70% ขึ้นไป มี 9 จังหวัด

“ตรงนี้นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า การสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญ ฝากทุกภาคส่วนสื่อสารเรื่องวัคซีนเพื่อสร้างความเชื่อมั่น”

“นโยบายของศบค.อยากให้ทุกคนได้รับวัคซีน ถ้าต่ำอยู่แบบนี้ และขณะเดียวกันอยากเปิดประเทศ อยากเปิดกิจการ มันดูจะสวนทางกัน ถ้าเราช่วยกันเราจะไปข้างหน้าได้เหมือนกันกับประเทศสิงคโปร์ เพราะฉะนั้นขอความร่วมมือกันในการที่จะได้ฉีดวัคซีนให้มาก”

นอกจากนี้ ศบค. ได้ตั้งเป้าหมายการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ภายในพฤศจิกายนปี 2564 ต้องฉีดวัคซีนให้ได้ 70% และสิ้นเดือน ธันวาคม 2564 ต้องได้ 80%

“ทุกท่านอยากเปิดกิจการ กิจกรรม แต่ถ้าท่านอยากทำให้ได้แบบนั้น และตัวเลขการเจ็บป่วยจะลดลง สิ่งที่มันจะเกิดขึ้นก็ต้องเกิดหลังการฉีดวัคซีนได้ครบ เพราะฉะนั้นไม่มีทางอื่นเลยนอกจากฉีดวัคซีนและใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง 2 ประเด็นนี้เท่านั้นที่จะช่วยทำให้เรากลับมามีชุดกิจการ กิจกรรมแบบเดิมได้”

แนวทางฉีดวัคซีนให้คนต่างประเทศ

ศบค.เตรียมสูตรฉีดวัคซีนสำหรับประชากรที่ไม่ใช่สัญชาติไทยคือ ซิโนแวค เข็มที่ 1 และแอสตร้าเซนเนก้า เข็มที่ 2 โดยชาวต่างชาติทุกคนในประเทศไทยต้องได้รับวัคซีนแน่นอน แต่ยังมีชาวต่างชาติจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับวัคซีน จึงขอความร่วมมือฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น กำนัล ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าของกิจการภาคประชาสังคม ต้องโน้มน้าวคนกลุ่มนี้มาฉีดวัคซีนให้มากขึ้น

ปรับสีพื้นที่

ศบค.มีมติเห็นชอบปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ทั่วราชอาณาจักร โดยปรับลดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) จากเดิม 7 จังหวัด ลดลงเหลือ 6 จังหวัด ได้แก่ ตาก นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา โดยจันทบุรีไปเป็นพื้นที่ควบควมสูงสุด (พื้นที่สีแดง)

ขณะที่พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) จำนวน 39 จังหวัดพื้นที่ควบคุม (สีส้ม) จำนวน 23 จังหวัด

พื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) จำนวน 5 จังหวัด

พื้นที่สีฟ้า (นำร่องการท่องเที่ยว) จำนวน 4 จังหวัด

ศบค. 12 พ.ย. 2564
ศบค.ชุดใหญ่ มีมติเห็นชอบปรับลดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือ พื้นที่สีแดงเข้มเหลือ 6 จังหวัด จากเมื่อสิ้นเดือนตุลาคม ปรับเหลือ 7 จังหวัด
ศบค. 12 พ.ย 2564
รายชื่อจังหวัดตามมาตรการป้องกันควบคุมโรค

เลื่อนเปิดสถานบันเทิง

นอกจากนี้ ที่ประชุม ศบค.ยังมีมติให้คงปิด สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ และเห็นชอบเลื่อนการเปิดบริการจากแผนเดิมจากวันที่ 1 ธันวาคม 2564 เป็นวันที่ 15 มกราคม 2565 เพื่อเตรียมการ และประเมินสถานการณ์การระบาด และความครอบคลุมการได้รับวัคซีน

รวมถึงมอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการ (ศปก.) ศบค. กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับผู้ประกอบการ เตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดสถานบันเทิง และกำกับติดตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด 19 แบบบูรณาการอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2565 สถานบันเทิง ฯ เปิดได้เฉพาะพื้นที่เฝ้าระวังสูง พื้นที่เฝ้าระวัง และพื้นที่นำร่างการท่องเที่ยวเท่านั้น โดยมีเกณฑ์ในการเปิดให้บริการ ดังนี้

  1. ผู้ประกอบการปรับปรุงสภาพแวดล้อม ระบบอากาศ และเร่งรัดให้บุคลากรได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ 100 %
  2. กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม. ขึ้นทะเบียน และตรวจประเมินสถานบันเทิง ฯ ตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคที่กำหนด เพื่ออนุญาตให้เปิดเฉพาะที่ผ่านการประเมินเท่านั้น
  3. สถานบันเทิงเปิดดำเนินการโดยเคร่งครัดมาตรการ
  4. กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม.กำกับติดตามการเปิดดำเนินการอย่างใกล้ชิด หากเกิดการระบาดให้พิจารณาปิดบริการ

ทั้งนี้ ยังคงการห้ามออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) ตั้งแต่เวลา 23.00 – 03.00 น. ในพื้นที่สีแดงเข้ม 6 จังหวัด ไปอีก 15 วัน หรือ จนกระทั่งถึง วันที่ 30 พฤศจิกายน 2564

ศบค 12 พ.ย.2564
เคอร์ฟิวพื้นที่สีแดงเข้มถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2564

10 จังหวัดติดเชื้อสูงสุด

สถานการณ์ผู้ติดเชื้อรายวันมีแนวโน้มลดลง สำหรับ 10 จังหวัดที่มียอดผู้ติดเชื้อสูงสุด อันดับหนึ่งยังเป็นกทม. จำนวน 674 ราย ตามมาด้วย สงขลา 475 ราย เชียงใหม่ 434 ราย นครศรีธรรมราช 376 ราย ปัตตานี 355 ราย ชลบุรี 249 ราย ยะลา 241 ราย สุราษฎร์ธานี 216 ราย สมุทรปราการ 205 ราย และระยอง 186 ราย

แนวโน้มติดเชื้อลดลงหลังเปิดประเทศ

ส่วนแนวโน้มการคาดการณ์ผลจากมาตรการป้องกันควบคุมโรคหลังเปิดประเทศมีแนวโน้มลดลง เช่นเดียวกันกับตัวเลขผู้เสียชีวิต ยังต่ำกว่าเส้นสีเขียวซึ่งเป็นเส้นคาดการณ์ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

“การเปิดประเทศมาในช่วงของเวลา 2 สัปดาห์นี้ เป็นความสำเร็จร่วมกันที่เราจะได้เห็นตัวเลขที่ต่ำลงอย่างนี้ เช่นเดียวกันกับตัวเลขผู้เสียชีวิตก็ควรต่ำกว่าเส้นสีเขียว อันนี้ก็ยังเป็นเส้นที่เราพึงพอใจ แต่อยากเห็นต่ำไปกว่านี้ ก็ต้องช่วยกัน นี่คือสิ่งที่ท่านประธานในการประชุมฝากขอบพระคุณมา”

ผลลัพธ์เปิดประเทศ

ผลการดำเนินงานการลงทะเบียนเข้าประเทศ ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนแล้ว 147,503 คน ได้รับการอนุมัติ 92,920 คน คิดเป็น 60% ไม่อนุมัติเนื่องจากโรงแรมและประกันภัยไม่ผ่าน 20,635 คน หรือ 14% และรอพิจารณา 33,948 คน (23%)

สำหรับผลดำเนินงานการรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ ณ ท่าอากาศยาน ตั้งแต่วันที่ 1-11 พฤศจิกายน 2564 ทั้ง 34,974 พบผู้ติดเชื้อ 38 คน คิดเป็น 0.11%

“0.11% นับว่าต่ำมาก เพราะฉะนั้นมันมีค่าความเสี่ยงที่มีอยู่ แต่ยังอยู่ในระดับของเราที่จะจัดการป้องกันได้ จะให้เป็น 0 มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่ว่าเรามีระบบต่าง ๆ คัดกรองและป้องกันไม่ให้คนมีเชื้อนำเชื้อเข้ามาและเราก็แยกเขาออกไป”

นำเข้าแรงงานตาม MOU

ศบค.มีมติเห็นชอบแนวทางการนำแรงงานต่างด้าวเข้าราชอาณาจักรภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด – 19 หรือ แนวทางการนำแรงงานต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศตาม MOU โดยต้องผ่านขั้นตอน 8 ข้อ ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 การยื่นแบบคำร้องขอนำเข้าคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศ (Demand)

นายจ้าง (กรมการจัดหางาน/สำนักงานจัดหางานจังหวัด/สำนักงานจัดหางานกรุงเทพฯ 1-10) ยื่นแบบคำร้องขอนำเข้าคนต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศ เอกสารที่ต้องใช้เพิ่มเติม (ตามคำสั่ง ศบค.ที่ 8/2564 (ฉบับที่ 12) มาตรการป้องกันโรค ข้อ 8.2)

-หนังสือยืนยันการรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ได้แก่ ค่าสถานที่กักตัว ค่าตรวจโรคโควิด-19 ค่ารักษากรณีติดเชื้อโควิด-19 รวมถึงกรณีป่วยฉุกเฉินหรือโรคอื่นระหว่างกักตัว

-หลักฐานยืนยันว่ามียานพาหนะเพื่อรับคนต่างด้าวไปยังสถานที่กักตัว

-หลักฐานยืนยันว่ามีสถานที่กักตัวตามที่ทางราชการกำหนด

ขั้นตอนที่ 2 การจัดส่งคำร้องความต้องการจ้างแรงงานต่างด้าว (กรมการจัดหางาน)

กรมการจัดหางานมีหนังสือแจ้งความต้องการจ้างงานแรงงานต่างด้าว ผ่านสถานทูตประเทศต้นทางประจำประเทศไทยไปยังประเทศต้นทาง

ขั้นตอนที่ 3 การดำเนินการของประเทศต้นทาง (ประเทศต้นทาง)

ประเทศต้นทางดำเนินการรับสมัคร คัดเลือก ทำสัญญา และทำ Name List ส่งให้กรมการจัดหางานผ่านสถานทูตประเทศต้นทางประจำประเทศไทย กรมการจัดกางานจัดส่ง Name List ให้กับนายจ้าง

ขั้นตอนที่ 4 การยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าว (Name List)

นายจ้าง (กรมการจัดหางาน/สำนักงานจัดหางานจังหวัด/สำนักงานจัดหางานกรุงเทพฯ 1-10)

เอกสารที่ต้องใช้เพิ่มเติม

-หลักฐานการได้รับวัคซีนโควิด-19 (ถ้ามี)

-หลักฐานการซื้อประกันสุขภาพบริษัทประกันภัย 4 เดือน

-นายจ้างแจ้งขึ้นทะเบียนประกันสังคม

ขั้นตอนที่ 5 การอนุญาตให้นำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานกับนายจ้างในประเทศ (กรมจัดหางาน)

กรมการจัดหางานมีหนังสือถึง

-สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ ประเทศต้นทาง (กัมพูชา ลาว) เพื่อตรวจลงตราวีซ่า และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่ออนุญาตให้คนต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร

-สถานเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย เพื่ออนุญาตให้คนต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อตรวจลงตราวีซ่า

ขั้นตอนที่ 6 การเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร (ด่านตรวจคนเข้าเมือง)

คนต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร พร้อมแสดงเอกสารหลักฐาน ดังนี้

1.หนังสือยืนยันการอนุญาตให้เข้ามาทำงานพร้อมบัญชีรายชื่อ

2.ผลตรวจ Covid-19 (วิธี RT-PCR) ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทางเข้ามา หรือ ผลรับรองการตรวจ ATK

3.หลักฐานการได้รับวัคซีน Covid-19 (ถ้ามี)

4.ตรวจลงตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร 2 ปี

5.เดินทางไปยังสถานที่กักตัวโดยยานพาหนะที่แจ้งไว้ (ไม่เดินทางร่วมกับบุคคลอื่น และหยุดพัก ณ สถานที่ใด ๆ ก่อนถึงสถานที่กักกัน)

ขั้นตอนที่ 7 สถานที่กักตัว

1.คนต่างด้าวตรวจโรคต้องห้าม 6 โรค ตามกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติและโรคต้องห้าม

2.คนต่างด้าวเข้ารับการกักตัวและตรวจหาเชื้อโรคโควิด-19 ดังนี้

-กรณีฉีดวัคซีนครบโดส เข้ารับการกักตัวอย่างน้อย 7 วัน ขณะอยู่ในสถานกักตัวตรวจโรคโควิด-19 จำนวน 2 ครั้ง (โดยวิธี RT-PCR)

ครั้งที่ 1 ไม่เกินวันแรกของการกักตัว
ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 6-7 ของระยะเวลาที่ถูกกักตัว

-กรณีฉีดวัคซีนยังไม่ครบตามเกณฑ์หรือยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเข้ารับการกักตัวอย่างน้อย 14 วัน ขณะอยู่ในสถานที่กักตัว ตรวจหาเชื้อโควิด-19 จำนวน 2 ครั้ง (โดยวิธี RT-PCR)

ครั้งที่ 1 ไม่เกินวันแรกของการกักตัว
ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 12-13 ของระยะเวลาที่ถูกกักตัว

-กรณีตรวจโรคโควิด – 19 ไม่ผ่าน (พบเชื้อ) เข้ารับการรักษาโรค โดยค่าใช้จ่ายนายจ้าง/กรมธรรม์รับผิดชอบ
เมื่อผ่านการตรวจโรคโควิด-19 (ไม่พบเชื้อ) / รักษาหาย

ขั้นตอนที่ 8 การอบรมและรับใบอนุญาตทำงาน (สถานที่ทำงาน)

เมื่อคนต่างด้าวกักตัวครบตามกำหนด นายจ้างรับคนต่างด้าวไปยังสถานที่ทำงาน

-อบรมผ่าน Video Conference ณ สถานที่ทำงาน
-แจ้งเข้าทำงานและรับใบอนุญาตทำงาน ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัด

“ถ้าทำตาม 8 ขั้นตอนนี้ที่ประชุมก็เห็นชอบ และให้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องได้ไปดำเนินการต่อ คนที่กำลังลักลอบนำเข้าแรงงานต่างด้าวผิดกฏหมาย หยุดเลยครับ เพราะมาตราการออกมาแล้ว ท่านรอรับคนอย่างถูกต้องและมีการคัดกรองโรคอย่างดี ช่วยท่านให้ไม่ต้องเสี่ยงต่อผู้ที่ใช้แรงงานข้ามชาตินำโรคมายังท่าน โรงงาน ครอบครัวของท่าน เพราะฉะนั้นหยุดเลยครับ”

แก้ปัญหาโควิดภาคใต้

ศบค.ส่วนหน้าได้รายงานสถานการณ์โควิดทางภาคใต้ รายงานว่าได้นำเนินการไปได้ด้วยดี ได้มีการเดินทางไปพบผู้นำทางศาสนาและได้มีการบูรณาการกัน ผลของการทำงานทำให้การติดเชื้อมีแนวโน้มดีขึ้น ส่วนการฉีดวัคซีนในภาคใต้ทั้งเข็มที่ 1 และ 2 มีความก้าวหน้ามากขึ้น นับจากเดือนกันยายน ที่พบพื้นที่สีแดงคือยังไม่ได้รับวัคซีน กลายเป็นพื้นที่สีเขียวมากขึ้นในเดือนพฤศจิกายน

“ต้องให้เครดิตกับทุกภาคส่วนทางภาคใต้ ท่านนายกยังขอขอบคุณกับประชาชนรวมถึงผู้นำทางศาสนาทางภาคใต้ที่ให้ความร่วมมือ”

Thailand Pass

กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยข้อมูล ณ วันที่ 12 พฤศจิกายน 2564 มีผู้ลงทะเบียนผ่านระบบแล้วจำนวน 161,876 คน โดยได้รับอนุมัติ 122,550 คน ได้รับทราบถึงปัญหาของระบบการลงทะเบียน อาจเกิดจากหลายสาเหตุเช่น ผู้ลงทะเบียนอัพโหลดเอกสารไม่ถูกต้องตามเกณฑ์ เอกสารการเข้าพักที่โรงแรมไม่ได้เชื่อมโยงกับระบบการตรวจหาเชื้อ มีการลงทะเบียนซ้ำหลายครั้งและทำให้ข้อมูลแตกต่างกัน

กระทรวงการต่างประเทศแนะนำให้เผื่อเวลาประมาณ 7 วันในการตรวจเอกสาร แต่เจ้าหน้าที่สามารถตรวจให้ได้ใน 3 วันหากมีความเร่งด่วนซึ่งสามารถติดต่อได้ทางสถานฑูตของไทยในเมืองที่อาศัยอยู่ ทางกระทรวงการต่างประเทศได้นำข้อเสนอแนะและข้อเรียกร้องเพื่อนำมาพัฒนาระบบ Thailand Pass อยู่ตลอด เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งาน

จ่อเปลี่ยนแผนตรวจโควิด

นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าวถึงเรื่องมาตรการเข้ามาในราชอาณาจักรตามแผนรองรับการเปิดประเทศว่า ขณะนี้เราอยู่ในระยะที่ 1 มาตรการยังคงเดิม เป็นไปตามแผน และ 63 ประเทศกำลังเข้ามา ส่วนแผนของเดือนหน้าหรือเดือนธันวาคม แทนที่จะตรวจหาเชื้อโควิดแบบ RT-PCR เสียเวลา นั่งตรวจแล้วต้องรอ 3-4 ชั่วโมง หรือต้องพักค้างคืน จะขอเป็นการตรวจ ATK ได้ไหม

นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าวว่าเรื่องนี้คณะกรรมการด้านวิชาการกำลังประชุมกันอยู่ และขอเวลาในการที่จะใช้ข้อมูลทวนสอบดูว่า สิ่งที่เราทำกันมาอย่างนี้จะเกิดอะไรขึ้น เพราะมาตรฐานของการตรวจคือ RT-PCR จะเชื่อถือได้มากที่สุด แต่ว่าหากต้องปรับเปลี่ยนมาเป็น ATK จะมีการศึกษากันก่อนที่จะถึงวันที่ 1 ธันวาคม 2564 ยังพอมีเวลา

และจังหวัดนำร่องท่องเที่ยวอาจมีการเพิ่มเติมเป็น 45 จังหวัด เช่นเดียวประเทศที่จะเดินทางเข้ามาอาจจะมีเพิ่มขึ้น

“มกราคม 2565 (การตรวจ) อาจจะเป็น ATK ไปหมดเลย อันนี้เป็นแผน แต่ว่าแผนอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอด เราจะใช้สถานการณ์ ณ ขณะนี้ตัดสินอนาคตของเรา” นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าวย้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าในแผนของศบค.ระบุว่า ในระยะที่ 2 ของการเปิดประเทศ( 1-31 ธ.ค.64) ศบค.จะมีการเปิดพื้นที่จังหวัดนำร่องท่องเที่ยวอีก 16 จังหวัด รวมเป็น 33 จังหวัด โดยอาจเพิ่มจังหวัดชุมพร ระนอง(เกาะช้าง) อยู่ระหว่างการประเมิน ส่วนสงขลา ยะลา นราธิวาส อาจเลื่อนไปเป็น 16 ธันวาคม และระยะที่ 3 หรือตั้งแต่ 1 มกราคม 2565 จะเปิดเพิ่มอีก 12 จังหวัด รวมเป็น 45 จังหวัด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศบค.