เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
Columns เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
“นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
Biz Movement “นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
“ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
Real Estate “ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
Finance แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
Finance ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
ดูทั้งหมด

กนง.เกาะติด 3 ปัจจัยเสี่ยง ฉุดเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวสะดุด

24 พ.ย. 2564 | 15:53น.
เงินบาท-เศรษฐกิจไทย

ธปท.เปิดรายงานการปะชุมนโยบายการเงิน เผย เศรษฐกิจไทยระยะข้างหน้ายังเปราะบางและไม่แน่นอน เกาะติด 3 ประเด็น “พัฒนาการระบาดโควิดหลังเปิดประเทศ-ความต่อเนื่องมาตรการรัฐ-การส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้า” ยันโจทย์สำคัญดูแลการฟื้นตัวไม่ให้สะดุด

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2564 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยรายงายนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ฉบับย่อ ครั้งที่ 7/2564 โดยมีกรรมการที่เข้าร่วมประชุม นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ (ประธาน) นายเมธี สุภาพงษ์ (รองประธาน) นางสาววชิรา อารมย์ดี นายคณิศ แสงสุพรรณ นายรพี สุจริตกุล นายสมชัย จิตสุชน นายสุภัค ศิวะรักษ์

โดยคณะกรรมการประเมินว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้ายังเปราะบางและไม่แน่นอน โดยต้องติดตาม (1) พัฒนาการของการระบาดหลังการเปิดประเทศ ซึ่งการฟื้นตัวและการจ้างงานในระยะถัดไปจะแตกต่างกันทั้งในมิติของธุรกิจและพื้นที่ โดยผลสำรวจผู้ประกอบการในประเทศพบว่าภาคการผลิต ธุรกิจค้าปลีก ร้านอาหารจะฟื้นตัวได้เร็วกว่าภาคโรงแรมและการขนส่งผู้โดยสาร (2) ความต่อเนื่องของมาตรการภาครัฐ หลังจากมาตรการที่ออกมาในช่วงก่อนหน้าทยอยสิ้นสุดลง

และ (3) การส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังราคาสินค้า โดยหากราคา พลังงานโลกอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่ประเมินไว้ หรือ global supply disruption ยืดเยื้อกว่าคาด หรือต้นทุน การผลิตหลายประเภทเพิ่มขึ้นพร้อมกัน อาจทำให้ผู้ผลิตปรับขึ้นราคาสินค้าได้

ดังนั้น เห็นว่าโจทย์สำคัญของเศรษฐกิจ คือ การดูแลให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไม่สะดุดลง เนื่องจากเศรษฐกิจในระยะข้างหน้ามีความเสี่ยงจากหลายปัจจัย เช่น (1) การระบาดระลอกใหม่ที่อาจกลับมาหลังการเปิดประเทศ โดยเฉพาะความต้องการแรงงานต่างด้าวที่เพิ่มขึ้นอาจดึงดูดให้แรงงานต่าง ด้าวเข้ามาอย่างไม่ถูกกฎหมาย (2) ความต่อเนื่องของมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ และ (3) การส่งผ่าน ต้นทุนที่สูงขึ้นจากราคาพลังงานโลก หากราคาก๊าซธรรมชาติและน้ำมันอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่ประเมินไว้ ซึ่งจะบั่นทอนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยคณะกรรมการจะติดตามและประเมินปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ต่อเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด

โดยคณะกรรมการเห็นว่าที่ผ่านมามาตรการการคลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจทั้ง การเยียวยาและพยุงเศรษฐกิจ แม้แรงส่งจะลดลงบ้างหลังมาตรการการคลังทยอยสิ้นสุดลง แต่แรงส่ง ภาคการคลังยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายเพดานหนี้สาธารณะเป็น 70% ต่อ GDP ทำให้ภาครัฐสามารถออกมาตรการเพิ่มเติมได้ในกรณีจำเป็นในระยะต่อไป มาตรการการคลังควรสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างตรงจุด และพิจารณาปรับสมดุลระหว่างการเยียวยาและฟื้นฟูโดยเน้นมาตรการฟื้นฟู และสร้างรายได้รวมถึงการสนับสนุนการลงทุนเพื่อยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ขณะที่นโยบายการเงินช่วยสนับสนุนให้ภาวะการเงินโดยรวมผ่อนคลายต่อเนื่อง โดยสภาพคล่องในระบบการเงินยังอยู่ในระดับสูง และต้นทุนการกู้ยืมอยู่ในระดับต่ำ ทั้งนี้ มาตรการด้านการเงินและสินเชื่อมีความคืบหน้าต่อเนื่อง แต่ความเสี่ยงด้านเครดิตยังเป็นอุปสรรคต่อการกระจายตัวของสินเชื่อ

โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจ SMEs และภาคครัวเรือน ซึ่งมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูสามารถช่วยบรรเทาปัญหาได้บางส่วน นอกจากนี้ คณะกรรมการเห็นว่าควรผลักดันให้สถาบันการเงินเร่งปรับปรุงโครงสร้างหนี้อย่างยั่งยืน ตามมาตรการแก้หนี้ระยะยาว 3 กันยายน 2564 ให้เห็นผลในวงกว้างและสอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ในระยะยาว

ทั้งนี้ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าจะมีความแตกต่างกันในแต่ละภาคเศรษฐกิจ (uneven recovery) ส่งผลให้ตลาดแรงงานที่แม้จะเริ่มปรับดีขึ้นบ้างยังคงมีความเปราะบาง สะท้อนจากจำนวนผู้ขอรับสิทธิว่างงานใหม่ในระบบประกันสังคมที่ยังอยู่ในระดับสูง และประมาณการ จำนวนผู้เสมือนว่างงานและผู้ว่างงานรวมกัน ณ สิ้นปี 2564 ที่คาดว่าจะมีถึง 3.4 ล้านคน

ดังนั้น มาตรการช่วยเหลือบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจและตลาดแรงงานควรตรงจุดมากขึ้น และเน้นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป เพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะยาวหลังการระบาดสิ้นสุดลง (scarring effects)

สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มสูงขึ้นชั่วคราวตามราคาพลังงานโลก แต่ยังมีความเสี่ยงที่ราคาพลังงานโลกอาจอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่ประเมินไว้ จึงเห็นควรให้ติดตามพัฒนาการของอัตราเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด กรรมการบางส่วนกังวลว่าราคาพลังงานโลกอาจอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องในระยะยาว หากอุปสงค์พลังงานโลกเพิ่มขึ้นมากตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก หรืออุปทานพลังงานโลก ปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด จากการลงทุนแท่นขุดเจาะน้ำมันที่ไม่เพียงพอหรือกระแสการปรับตัวของ ประเทศต่าง ๆ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ทั้งนี้ หากราคาพลังงานโลกอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่ประเมินไว้ จะส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานในประเทศ เนื่องจากกองทุนน้ำมันอาจมีข้อจำกัดในการดูแลกลไกราคา โดยหากราคาพลังงานซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการผลิต เช่น น้ำมันดีเซล ก๊าซธรรมชาติ ค่าไฟฟ้า ปรับสูงขึ้น ราคาสินค้าและบริการอื่นๆ จะได้รับผลกระทบต่อเนื่อง และการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ ของผู้บริโภคและธุรกิจอาจปรับสูงขึ้นได้ คณะกรรมการจึงเห็นควรให้ติดตามแนวโน้มราคาพลังงานโลก รวมถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด

สำหรับการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อยังคงยึดเหนี่ยวอยู่ในกรอบเป้าหมาย โดยการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในระยะ 1 ปีข้างหน้า ณ เดือนตุลาคม 2564 ของผู้ประกอบการอยู่ที่ 1.9% ซึ่งต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อล่าสุดเดือนตุลาคมที่ 2.4% สำหรับการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในระยะ 5-10 ปีข้างหน้าของผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 1.8% ซึ่งยังยึดเหนี่ยวในกรอบเป้าหมายระยะปานกลางที่ 1-3%

ส่วนทิศทางค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์เคลื่อนไหวผันผวนมากขึ้นจากช่วงก่อนหน้า จากการดำเนินนโยบายการเงินของประเทศอุตสาหกรรมหลัก และแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังมีความไม่แน่นอน จึงเห็นควรให้ติดตามพัฒนาการของตลาดการเงินโลกและไทยอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ เห็นควรให้ผลักดันการสร้างระบบนิเวศใหม่ของตลาดอัตราแลกเปลี่ยน (FX ecosystem) อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SMEs ป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนมากขึ้น

โดยคณะกรรมการเห็นว่าค่าเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนมากขึ้นจากช่วงก่อนหน้าตามปัจจัยภายใน ประเทศ ได้แก่ การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดและการเปิดประเทศที่เร็วกว่าคาด ทั้งนี้ ในระยะข้างหน้าควรติดตามความเสี่ยงจากปัจจัยต่างประเทศ

โดยเฉพาะทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินที่แตกต่างกัน (policy divergence) ซึ่งอาจกระทบต่อเงินทุนเคลื่อนย้าย อัตราแลกเปลี่ยน และ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทย อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว

อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการไทยป้องกันความเสี่ยง จากอัตราแลกเปลี่ยน (hedging) เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยสัดส่วน hedging ของผู้ส่งออกเพิ่มขึ้นจาก ต้นปีที่ 25% เป็น 35% ณ ตุลาคม 2564 แต่ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ นอกจากนี้ ยังพบว่าต้นทุน hedging

โดยรวมปรับลดลง แต่ผู้ประกอบการรายเล็กมีต้นทุนนี้สูงกว่ารายใหญ่ คณะกรรมการจึงเห็นควรให้ติดตามพัฒนาการของตลาดการเงินโลกและไทยอย่างใกล้ชิด และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SMEs ป้องกันความเสี่ยงมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน

คณะกรรมการยังคงให้น้ำหนักกับการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นสำคัญ ทั้งนี้ คณะกรรมการจะติดตามปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ ได้แก่ พัฒนาการของการระบาดหลังการเปิดประเทศ ความเพียงพอของมาตรการการคลังและมาตรการด้านการเงินและสินเชื่อ และการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นจากราคาพลังงานโลก โดยพร้อมใช้เครื่องมือนโยบายการเงินที่เหมาะสมเพิ่มเติมหากจำเป็น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กนง. เศรษฐกิจไทย