“เฉลิมชัย” ยันเงินที่ใช้ประกันรายได้พืชเกษตรทุกบาททุกสตางค์เข้ากระเป๋าเกษตรกร ชี้มาตรการยังอยู่ต่อแต่อาจเปลี่ยนเงื่อนไขหลังรัฐบาลต้องกู้เงินโปะหนี้
วันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ 30 พ.ย. กระทรวงการคลังเตรียมเสนอขยายเพดานภาระที่รัฐบาลต้องรับชดเชยจากการใช้เงินงบประมาณล่วงหน้า ตามมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 จากเดิม 30% เป็น 35% ของวงเงินงบประมาณ เป็นเวลา 1 ปี
ซึ่งรัฐบาลจะก่อหนี้ตามมาตรา 28 เพิ่มได้อีก 155,000 ล้านบาท เพื่อนำเงินมาจ่ายเกษตรกรในการประกันราคาข้าวนั้น พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เจ้าของการประกันรายได้สินค้าเกษตร ยังยืนยันจะดำเนินโครงการนี้ต่อไป เพื่อเป็นหลักประกันให้กับเกษตรกรไทย ซึ่งขณะนี้สินค้าตัวอื่น ๆ อาทิ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง เป็นต้น ไม่ได้มีการชดเชยราคา เพราะทุกสินค้าราคาสูงกว่าราคาประกัน ส่วนข้าวที่ขณะนี้ราคาอาจจะต่ำกว่าราคาประกัน แต่เชื่อว่าปี 2565 ราคาน่าจะค่อย ๆ ดีขึ้น

สำหรับมาตรการประกันราคาสินค้าเกษตร เป็นสิ่งสัญญาประชาคม ยังจะต้องอยู่ต่อไป หากรัฐบาลนี้ยังอยู่ แต่อาจเปลี่ยนแปลงวิธีดำเนินมาตรการ เงื่อนไขบางอย่าง ซึ่งต้องมีการหารือกันก่อน โดยก่อนการพิจารณากู้เงินเพิ่ม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งปรับปรุงพันธุ์ข้าว เพิ่มผลผลิตสินค้าเกษตร ลดต้นทุนการผลิต เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ลดการพึ่งพางบประมาณแผ่นดิน
“การประกันรายได้เกษตรกร ที่รัฐบาลดำเนินการอยู่แม้จะเอาเงินภาษีไปดำเนินการ แต่ทุกบาททุกสตางค์เงินภาษีเข้ากระเป๋าเกษตรกร หลาย ๆ ประเทศก็ทำกัน รัฐบาลไม่ได้เอาเงินไปทำอย่างอื่นใด แต่เอาเงินไปช่วยเกษตรกร ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ที่ประสบปัญหาในการประกอบอาชีพ”
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทวงเกษตรฯหามาตรการเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน พัฒนาสายพันธุ์ โดยกระทรวงเกษตรฯต้องสนับสนุนด้านวิชาการ เรื่องการวิเคราะห์ดินและฟื้นฟูสภาพดิน ร่วมหามาตรการด้านการเกษตร เพื่อร่วมขจัดปัญหา ความยากจนให้หมดไปจากเกษตรกรไทย โดยสาเหตุที่ทำให้เกษตรกรยังยากจน คือผลผลิตกับความต้องการของตลาดไม่สอดคล้องกัน