เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ฟอร์ดปั้นโรงงานไทย ฮับ “เอเวอเรสต์” โลก ทุ่ม 2.8 หมื่นล้านเสริมเขี้ยวไลน์ผลิต

12 ธ.ค. 2564 | 08:12น.

“ฟอร์ด” ดันไทยขึ้นแท่นฐานผลิต “เอเวอเรสต์” แห่งเดียวของโลก ใช้โรงงาน AAT เป็นฮับใหญ่ เทเพิ่ม 2.8 หมื่นล้านเสริมแกร่ง พร้อมขึ้นไลน์ผลิต“เรนเจอร์” โมเดลเชนจ์ปีหน้า ลั่นผลงานปี 2564 ทะลุ 4 หมื่นคัน

นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงนโยบายของฟอร์ด มอเตอร์ ว่าต้องการให้ประเทศไทยเป็นฐานผลิตปิกอัพและปิกอัพดัดแปลง (พีพีวี) ที่สำคัญของโลก โดยล่าสุดฟอร์ดได้ทุ่มงบประมาณมูลค่า 900 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 28,000 ล้านบาท เสริมศักยภาพฐานการผลิตทั้ง 2 โรงงานในประเทศไทย

ส่งผลให้ฟอร์ดมีกำลังผลิตรถยนต์ 270,000 คันต่อปี แบ่งเป็น โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอร์ริ่ง (เอฟทีเอ็ม) ซึ่งฟอร์ดเป็นเจ้าของจำนวน 135,000 คันต่อปี และโรงงานร่วมทุน ออโต้อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย (เอเอที) จ.ระยอง จำนวน 135,000 คันต่อปี โดย 60% ของกำลังผลิตเป็นการรองรับตลาดส่งออก ส่วนที่เหลือ 40% รองรับตลาดในประเทศ

การลงทุนครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายบริษัทแม่ที่ต้องการผลักดัน เสริมศักยภาพโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศไทยให้มีความแข็งแกร่ง ด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยโรงงานทั้ง 2 แห่งที่เพิ่งได้รับการปรับปรุงจะใช้เพื่อเตรียมรองรับการผลิตรถยนต์ฟอร์ด เรนเจอร์ โมเดลใหม่ที่จะเปิดตัวในปีหน้า รวมทั้งฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ที่จะตามมาด้วย ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์ปิกอัพ เรนเจอร์ 1 ใน 5 แห่งของฟอร์ดทั่วโลก ได้แก่ อเมริกา, แอฟริกา, อาร์เจนตินา, เวียดนาม และไทย

ส่วนฟอร์ด เอเวอเรสต์นั้น ฟอร์ดตัดสินใจย้ายไลน์ประกอบมาไว้ยังฐานผลิตที่โรงงานเอเอที ประเทศไทย เพียงแห่งเดียว ใช้เป็นฮับใหญ่ส่งออกทั่วโลก โดยปิดโรงงานผลิตที่ประเทศอินเดีย ซึ่งต่อไปโรงงานเอเอทีจะรองรับความต้องการรถยนต์เอเวอเรสต์จากลูกค้าทั่วโลก

นายวิชิตยังกล่าวเพิ่มเติมถึงการลงทุนของฟอร์ดครั้งนี้ว่า มีส่วนสำคัญในการช่วยให้เราขับเคลื่อนกลยุทธ์ Ford+ เพื่อส่งมอบรถยนต์คุณภาพระดับโลก ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง และส่งผลให้มีการเพิ่มกะการทำงานที่โรงงานเอฟทีเอ็ม ส่งเสริมให้มีการจ้างงานเพิ่มเติม 1,250 ตำแหน่ง ทำให้ฟอร์ดมีพนักงานในประเทศไทยรวมกว่า 9,000 คน

ยังได้สนับสนุนพันธมิตรทางธุรกิจผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย ด้วยเงินลงทุนกว่า 400 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 13,000 ล้านบาท เพื่อผลิตและยกระดับคุณภาพชิ้นส่วนด้วยแม่พิมพ์และอุปกรณ์การผลิตมาตรฐาน และมีการจ้างงานของพันธมิตรทางธุรกิจเพิ่มขึ้นอีก 250 ตำแหน่ง

“การลงทุนครั้งนี้ทำให้โรงงานของเรา ถือเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นำเทคโนโลยีตรวจสอบพื้นผิวหรือสแกนบอกซ์ มาใช้ตรวจสอบรถทั้งคันในระหว่างขั้นตอนการประกอบรถได้อย่างละเอียดถี่ถ้วน และรวดเร็วกว่าเดิมถึง 5 เท่า เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น มีการเพิ่มหุ่นยนต์อุตสาหกรรมจำนวน 356 ตัว รวมมี 700 ตัวในโรงงานทั้ง 2 แห่ง เพื่อมาใช้ในงานประกอบตัวถัง และงานพ่นสี ซึ่งทำให้พนักงานจะทำงานร่วมกับอุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ ที่ล้ำสมัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพการผลิต และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า”

สำหรับยอดขายของฟอร์ดในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา มียอดขาย 28,240 คัน และคาดว่าในเดือนธันวาคมจะมียอดขายอีกไม่น้อยกว่า 4,000 คัน ทำให้ทั้งปีฟอร์ดมียอดขายที่ 29,900 คัน โตขึ้นจากปีก่อน 10% มีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มจาก 6% เป็น 7.8%

ส่วนปีหน้า ฟอร์ดตั้งเป้าว่าจะต้องมียอดขายไม่น้อยกว่า 40,000 คัน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเตรียมแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ ฟอร์ด เรนเจอร์ แล้วปัจจัยโดยรวมทั้งการเปิดประเทศ การท่องเที่ยว บรรยากาศการจับจ่ายที่เริ่มฟื้นตัว และนโยบายต่าง ๆ ของภาครัฐน่าจะมีส่วนสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนกระตุ้นความมั่นใจ และทำให้ตลาดรถยนต์โดยรวมเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10% มียอดขายที่ 870,000 คัน จากปีนี้คาดว่าตลาดรวมจะทำได้ 750,000-760,000 คัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฟอร์ด