เปิดแผน “บิ๊กโปรเจ็กต์ 2 หมื่นล้าน” กรมชลประทานแก้น้ำท่วมใต้ 4 จังหวัด สุราษฎร์ฯ-นครศรีธรรมราช-หาดใหญ่-ตรัง เน้นขุดคลองระบายน้ำสายใหม่ ผันน้ำลงอ่าวไทยเร็วขึ้น พร้อมจัดสรรน้ำฤดูแล้งลุ่มเจ้าพระยา 7,700 ล้าน ลบ.ม.
ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ช่วยราชการในตำเเหน่งอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” กรณีเกิดภาวะน้ำท่วมใหญ่ในหลายจังหวัดภาคใต้ว่า รัฐบาลและกรมชลประทาน “เราไม่ได้นิ่งนอนใจ” รวมทั้งได้ทำโครงการบรรเทาอุทกภัยและการจัดหาน้ำในฤดูแล้งไปพร้อมกันในหลายจังหวัด ทั้งจังหวัดนครศรีธรรมราช, ตรัง, สุราษฎร์ธานี และประจวบคีรีขันธ์ เริ่มตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป ได้แก่ การขุดคลองบางสะพานใหม่ระยะทาง 19 กม. เป็นการขุดคลองบายพาสใหม่ไม่ให้ไหลเข้าท่วมชุมชนใน อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขณะนี้ขุดไปได้แล้ว 4.5 กม.
นอกจากนี้ยังมีโครงการขุดคลองบายพาสหลายสายลงสู่อ่าวไทย เพื่อให้ระบายน้ำได้สะดวกขึ้นไม่ให้ไหลท่วมชุมชนและอ่างเก็บน้ำในจังหวัดนครศรีธรรมราช มูลค่าทุกโครงการรวม 9,580 ล้านบาท, โครงการขุดคลองบายพาสหลายแห่งในจังหวัดตรังไปลงแม่น้ำกันตัง และโครงการแก้น้ำท่วมจังหวัดสุราษฎร์ธานี
“การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในภาคใต้เป็นไปตามแนวทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 จะเสร็จทั้งโครงการในปี 2562” ดร.ทองเปลวกล่าว

4 โครงการ 20,890 ล้าน
โครงการบรรเทาอุทกภัยและจัดการน้ำในภาคใต้ ประกอบไปด้วย 1) โครงการพัฒนาลุ่มน้ำตาปี-พุมดวง สุราษฎร์ธานี วงเงิน 3,330 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 14 ปี (2552-2564) ลักษณะโครงการจะเป็นการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าจากแม่น้ำพุมดวง เข้าสู่พื้นที่ชลประทานจำนวน 73,980 ไร่ (สามารถขยายเป็น 116,360 ไร่ ด้วยการก่อสร้างระบบส่งน้ำเพิ่มเติม) เพื่อนำน้ำจากแม่น้ำพุมดวงที่ไหลลงทะเลกว่า 5,400 ล้าน ลบ.ม.มาใช้
ตัวโครงการตั้งอยู่ปากคลองชักน้ำบนฝั่งซ้ายของแม่น้ำพุมดวง ที่บ้านเงิน ต.บางงอน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ประกอบด้วย คลองชักน้ำ ขนาด 26 ลบ.ม./วินาที สถานีสูบน้ำ 4 ชุด ระบบส่งน้ำความยาว 125.457 กม. และคลองระบายน้ำ ความยาว 83.318 กม.
2) โครงการระบบระบายน้ำแม่น้ำตรัง จ.ตรัง วงเงิน 1,482.50 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี (2559-2562) ลักษณะโครงการจะเป็นการขุดคลองผันน้ำพร้อมอาคารบังคับน้ำ เริ่มจากบ้านหนองตรุด ต.หนองตรุด ไปสิ้นสุดที่บ้านคลองช้าง ต.บางรัก อ.เมือง จ.ตรัง ความกว้างปากคลอง 90 เมตร ลึก 5 เมตร ความยาวรวมทั้งสิ้น 7.55 กม. พร้อมประตูระบายน้ำ 2 แห่ง โดยโครงการนี้จะเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจากแม่น้ำตรัง (750 ล้าน ลบ.ม./วินาที) และผลักดันการรุกตัวของน้ำเค็มในแม่น้ำตรังในช่วงฤดูแล้ง
3) โครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ระยะที่ 2 จ.สงขลา วงเงิน 6,500 ล้านบาท ระยะเวลาการดำเนินงาน 5 ปี (2558-2562) ลักษณะโครงการจะเป็นการขุดคลองระบายน้ำขนาดใหญ่เพื่อแบ่งน้ำจากคลองอู่ตะเภา กับช่วยรับน้ำที่ไหลมาท่วมตัว อ.หาดใหญ่ ให้ระบายลงสู่ทะเลสาบสงขลาได้เร็วขึ้น โดยจะมีคลองระบายน้ำพร้อมอาคาร การขุดคลองระบายน้ำออกสู่ทะเล การก่อสร้างประตูระบายน้ำบางหยีแบบ 8 ช่อง สามารถระบายน้ำได้ 1,200 ลบ.ม./วินาที สถานีสูบน้ำบางหยี 6 เครื่อง (90 ลบ.ม./วินาที) ประตูระบายน้ำหน้าควน (1,200 ลบ.ม./วินาที) จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำให้กับคลองระบายน้ำ ร.1 สามารถระบายน้ำได้ 1,200 ลบ.ม./วินาที และใช้เป็นแหล่งน้ำสำรองในฤดูแล้ง
4) โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ วงเงิน 9,580 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี (2560-2565) ครอบคลุมพื้นที่โครงการใน2 อำเภอ 6 ตำบล ได้แก่ อ.เมือง(ต.ไชยมนตรี-ท่าเรือ-บางจาก) กับอ.พระพรหม (ต.นาสาร-ช้างซ้าย-นาพรุ)
ลักษณะโครงการจะเป็นการขุดคลองระบายน้ำสายใหม่จำนวน 3 สาย ความยาว 18.64 กม.พร้อมอาคารประกอบ การปรับปรุงคลองวังวัว ความยาว 5.90 กม.พร้อมอาคารประกอบ และการปรับปรุงคลองหัวตรุด ความยาว 11.90 กม.พร้อมอาคารประกอบ คลองเหล่านี้จะช่วยในการระบายน้ำที่ไหลลงมาสู่ตัวเมืองนครศรีธรรมราชให้ระบายออกสู่ทะเลได้เร็วขึ้น โดยโครงการจะสามารถลดพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมใหญ่ (ปี 2554-ครอบคลุมเขตเทศบาลเมือง) ลงได้ร้อยละ 90 ความคืบหน้าล่าสุดได้ทำการศึกษาโครงการเสร็จแล้ว พร้อมการสำรวจ-ออกแบบ โดยคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ได้มีมติเห็นชอบในหลักการในเดือนพฤษภาคม 2560 ขณะนี้กำลังรอเสนอเรื่องของบประมาณเข้าสู่ ครม.ชุดใหม่
แผนจัดสรรน้ำฤดูแล้งปี”61
ส่วนสถานการณ์น้ำในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในฤดูแล้งปี 2561 นั้น ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปริมาณน้ำใช้การ ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 ใน 4 เขื่อนหลัก (ภูมิพล 6,764 ล้าน ลบ.ม.-สิริกิติ์ 5,539 ล้าน ลบ.ม.-แควน้อยบำรุงแดน 927 ล้าน ลบ.ม.-ป่าสักชลสิทธิ์ 957 ล้าน ลบ.ม.) รวมกัน 14,187 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดี โดยกรมชลประทานได้วางแผนการจัดสรรน้ำ ประกอบไปด้วย 1) น้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค 1,140 ล้าน ลบ.ม. 2) น้ำเพื่อการรักษาระบบนิเวศและอื่น ๆ (ผลักดันน้ำเค็ม) 1,450 ล้าน ลบ.ม.
3) น้ำพืชต่อเนื่อง (ไม้ผลไม้ยืนต้น) 400 ล้าน ลบ.ม. 4) น้ำเพื่อการเกษตร 4,710 ล้าน ลบ.ม. รวมจัดสรรน้ำปี 2560/61 เท่ากับ 7,700 ล้าน ลบ.ม. แต่ยังต้องเตรียมสำรองน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ เตรียมแปลงในช่วงต้นฤดูฝนปี 2561 (พฤษภาคม-กรกฎาคม) อีก 6,487 ล้าน ลบ.ม. ส่งผลให้ปริมาณน้ำใช้การได้ของ 4 เขื่อนหลัก ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 จะมีน้ำเหลือ 6,487 ล้าน ลบ.ม.