เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

พรุ่งนี้ต้องดีกว่าวันนี้

03 ธ.ค. 2560 | 00:08น.

คอลัมน์ สามัญสำนึก
โดย สมปอง แจ่มเกาะ

 

เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 10 ไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับ 18 รัฐมนตรีใหม่ ใน “ครม.ประยุทธ์ 5”

จากนี้ไปถือเป็นฤกษ์งามยามดี ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคนใหม่ รัฐมนตรีช่วยว่าการ จะเดินทางเข้ากระทรวงเริ่มต้นลุยงานกันทันที โดยมีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่การแก้ปัญหาปากท้องของคนยากคนจน ชนชั้นเกษตรกรรากหญ้า ซึ่งถือเป็นงานยาก เป็นโจทย์หินที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตั้งใจจะทำให้สำเร็จ เพื่อลดช่องว่าง ลดรวยกระจุก จนกระจาย

ทุกคนต่างรับรู้กันดีว่า เศรษฐกิจไทยในวันนี้ตกอยู่ในภาวะ “ดีบน กลางเหนื่อย ล่าง (โคตร) แย่” คนส่วนใหญ่ของประเทศยังไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ ชักหน้าไม่ถึงหลัง ซึ่งรัฐบาลเองก็รับทราบปัญหานี้มาโดยตลอด และให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ขณะเดียวกันก็มีความเพียรพยายามในการแก้ปัญหานี้มาอย่างต่อเนื่องตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่สัมฤทธิผลเท่าที่ควร

ในความเป็นจริง ถึงวันนี้ “ครม.ประยุทธ์ 5” คงเหลือเวลาอีกไม่มากนักที่จะทำให้คนไทยมีความทุกข์น้อยลง และมีความสุขมากขึ้น

โดยส่วนตัวผมเองก็มองว่า ท่านนายกฯนั้นมีเจตนาดี มีความหวังดี มีความปรารถนาดี อยากเห็นคนไทยมีรอยยิ้ม มีความสุข ในฐานะประชาชนตาดำ ๆ ก็ได้แต่เป็นกำลังใจ เอาใจช่วย อวยชัยให้พร ขอให้ท่านทำให้สำเร็จลุล่วงในเร็ววัน

แต่ก็อีกนั่นแหละครับ รัฐมนตรีใหม่ที่เข้ามาทำหน้าที่ครั้งนี้ แม้ทุกท่านล้วนจะมีชื่อชั้นฝีไม้ลายมือเข้าขั้นจอมยุทธ์ เข้าขั้นปรมาจารย์ แต่ก็คงไม่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ติดหล่มมานานให้ขึ้นมาจากปากหลุมได้ หากข้าราชการทุกคนซึ่งถือเป็นกลไกที่สำคัญในการบริหารราชการแผ่นดินของทุกกระทรวง ทบวง กรม ไม่ให้ความร่วมมือ เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ และที่สำคัญ คือ ปล่อยเกียร์ว่าง

ต้องร่วมแรงร่วมใจ และมองเป้าหมายเดียวกันเป็นสำคัญ

ช่วง 1-2 สัปดาห์มานี้ ผมได้มีโอกาสคุยกับผู้คนในหลากหลายอาชีพ ตั้งแต่พ่อค้าแม่ขาย พนักงานบริษัทเอกชน นักธุรกิจ ยันไปถึงไฮโซ เซเลบ และถามถึงความเห็นเรื่องเศรษฐกิจว่าเป็นอย่างไร

บ้างก็ว่าดี บ้างก็ว่ายังไม่ดี ขึ้นอยู่กับว่าจะเอาอะไรเป็นตัวชี้วัด หรือเอาอะไรเป็นตัวตั้ง

เจ้าของร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้ารายหนึ่ง ตอบพร้อมกับรอยยิ้มว่า “…ช่วงนี้เครื่องใช้ไฟฟ้าขายดีขึ้น ส่งขนแทบไม่ทันทุกวัน” พร้อมกับย้ำว่า “มาตรการช็อปช่วยชาติมีผลมาก และช่วยกระตุ้นให้เกิดการซื้อได้จริง ๆ”

ด้านพนักงานบริษัทเอกชนบอกว่า “…ไม่เห็นจะมีอะไรขึ้นดีเลย บริษัทรัดเข็มขัด ลดค่าใช้จ่าย รายได้เงินเดือนไม่เพิ่มคงไม่เท่าไหร่ แต่ตรงกันข้ามรายได้ที่เคยได้กลับลด…นี่ซิมันแย่ ส่วนรายจ่ายคงไม่ต้องพูดถึง มีแต่เพิ่มกับเพิ่ม และสารพัดจะเพิ่ม รัฐบาลเขาก็ประกาศปาว ๆ ให้ไปช็อปช่วยชาติ ใครจะไปมีสตางค์ซื้อ ขอช่วยตัวเองก่อนดีกว่า (ช็อป) ช่วยชาติ เอาไว้ทีหลังเหอะ”

ขณะที่ไฮโซ เซเลบ แสดงทรรศนะว่า “…ภาพรวมอาจจะดูดีขึ้นบ้าง เหมือนที่สภาพัฒน์ หรือ สศค. ได้ประเมินออกมา แต่คนก็ยังไม่กล้าจับจ่าย เพราะอาจจะยังไม่มีความมั่นใจเท่าที่ควร ปีใหม่ที่จะมาถึงจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ คนอาจจะจับจ่ายใช้สอย รื่นเริงสังสรรค์บ้าง แต่ก็คงไม่เต็มที่ เอาไว้รอตอนตรุษจีน (16 กุมภาพันธ์) มาดูอีกทีหนึ่ง”

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนล้วนเห็นตรงกันก็คือ อยากจะเห็นวันข้างหน้ามีอนาคตที่สดใสกว่าเท่าที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้

นี่คือ ความหวังของประชาชนคนทั้งประเทศ

ครม.ประยุทธ์ 5 ช่วยทำฝันให้เป็นจริงทีเหอะ…เพี้ยง